Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 416 ปล่อยสายเบ็ดเพื่อจับปลาใหญ่

“บ้าเอ๊ย! ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?”

เฉินเทียนเซิงลุกยืนขึ้นด้วยความโกรธ สีหน้าหมองหม่นอย่างเห็นได้ชัด

จู่ๆ ก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ทำให้เฉินเทียนหย่างและเฉินหยู่เฟยรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

ทั้งสองหันมองเฉินเทียนเซิงด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แต่ทั้งสองรู้จักเฉินเทียนเซิงดี อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ แสดงว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน!

“ฉันไม่สนว่าพวกแกจะทำยังไง แต่ฉันต้องการให้มันตาย!”

ตู้ด!

หลังจากวางสายโทรศัพท์ สีหน้าของเฉินเทียนเซิงก็ดูหมองหม่นจนถึงขีดสุด

“พี่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

เฉินเทียนหย่างถามตะกุกตะกัก

“ดูตลาดหุ้น!”

เฉินเทียนเซิงเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว

สีหน้าของเฉินเทียนหย่างและเฉินหยู่เฟยเปลี่ยนไปทันที

หรือการโจมตีจะเกิดปัญหาขึ้น?

ทั้งสองรีบตามเฉินเทียนเซิงเข้าไปในบ้าน

เฉินเทียนเซิงรีบเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วดูตลาดหุ้น

เผียะ!

เขาตบฝ่ามือลงบนโต๊ะ “บ้าเอ๊ย บ้าจริงๆ!”

เฉินเทียนหย่างและเฉินหยู่เฟยรีบชะเง้อเข้าไปดู ทั้งสองอึ้งไปทันที

“เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร? เมื่อวานตอนปิดตลาดยังเป็นปกติอยู่เลย!”

เฉินเทียนหย่างหงุดหงิดขึ้นมา เข้าจ้องเขม็งไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความโมโห “เช้าตรู่วันนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”

เฉินหยู่เฟยไม่พูดไม่จา หันมองเฉินเทียนเซิงด้วยสีหน้าซีดเผือด

เฉินเทียนเซิงกัดกระพุ้งแก้มของเขาอย่างแรงเพื่อระงับความโกรธ แล้วพูดผ่านไรฟันออกมาหนึ่งประโยค

“ตอนเปิดตลาดเช้าวันนี้ หงหุ้ยได้ช่วยฉินเย่ดันราคาขึ้น จากนั้นปลาเล็กอย่างจุนหลิน กรุ๊ปเองก็ช่วยฉินเย่ดันราคาขึ้นเช่นกัน!”

“เดิมทีห้ามหาอำนาจร่วมกันโจมตีฉินเย่ แต่ตอนนี้กลายเป็นสามต่อสาม บริษัทเงินทุนทั้งสามของเรา ไม่อาจต้านทานไว้ได้จึงถูกจัดการโดยหงหุ้ย ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ต้องสูญเสียเงินไปถึง 10 %!”

เปรี้ยง!

เสียงดังราวกับเสียงฟ้าผ่า

เฉินเทียนหย่างและเฉินหยู่เฟยนิ่งอึ้งไปโดยสมบูรณ์

ความหวาดกลัวพลุ่งพล่านไปทั่วตัว

สูญเสียไป 10%?

นั่นมันเป็นเงินเท่าไหร่กัน?

การโจมตีทรัพย์สินที่มีมูลค่าหมื่นล้านของฉินเย่นั้น จำเป็นต้องใช้ต้นทุนที่สูงลิบลิ่วอย่างแน่นอน

อีกทั้ง 10% นี้ ก็คำนวณมาจากต้นทุนที่สูงลิบลิ่ว!

“ให้ตายเถอะ หงหุ้ยเป็นพวกโง่หรืออย่างไร? โอกาสที่จะได้กินเนื้อก้อนโตเช่นนี้ พวกเขากลับทำเช่นนี้เสียได้?”

เฉินเทียนหย่างโกรธทนแทบจะกระโดดขึ้นมาจากรถเข็น ใบหน้าเขียวคล้ำ และกัดฟันพูด “จู่ๆ พวกเขาช่วยฉินเย่ คิดที่จะต่อสู้กับพวกเราให้ตายกันไปข้างหนึ่งหรืออย่างไร?”

“เดิมทีหงหุ้ยเป็นคนนอกที่กระโดดเข้ามาร่วมวงกินเนื้อ แต่ทำไมจู่ๆ ตอนนี้ถึงไปเข้าข้างฉินเย่ หรือว่า……”

เฉินหยู่เฟยเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ตอนนี้ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความตกใจทันที

เฉินเทียนเซิงและเฉินเทียนหย่างที่กำลังเกิด ต่างตกใจพร้อมกัน

สีหน้าของเฉินเทียนเซิงดุร้ายราวกับงูพิษ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ลูกสวะนั่น มีเส้นสายมากมายจากไหนกัน? หรือเขาเป็นเทพเจ้าแปลงกายมาอย่างนั้นหรือ?”

ทั้งสามคนไม่โง่

จู่ๆ หงหุ้ยก็กลับลำ เพียงแค่คิดเล็กน้อย ก็พอจะรู้แล้วว่าเฉินตงได้มีข้อตกลงบางอย่างร่วมกันกับหงหุ้ยเรียบร้อยแล้ว

ทันใดนั้น ทั้งสามคนทั้งตกใจและทั้งโกรธ

เป็นที่รู้กันดีว่า หงหุ้นนั้นกว้างขวางไปทั่วโลก มีทั้งสิ้นสามพันหกร้อยแห่ง และมีจำนวนสมาชิกที่นับไม่ถ้วน

ซึ่งไม่แตกต่างจากตระกูลมั่งคั่งเลย

นี่ถือเป็นยักษ์ใหญ่เช่นเดียวกัน ถึงแม้จะเทียบตระกูลเฉินไม่ติด แต่ตระกูลเฉินก็ให้ความเกรงใจหงหุ้ยอยู่ไม่น้อย

ลูกสวะคนหนึ่ง ลูกสวะที่เพิ่งโผล่ออกมา ไปเอาพลังเช่นนี้มาจากไหน ถึงสามารถดึงดูดยักษ์ใหญ่อย่างหงหุ้ยได้?

ถ้าหากเฉินเต้าหลินไม่ได้หายตัวไป ทั้งสามอาจไม่รู้สึกตกใจถึงขั้นนี้

ด้วยฐานะและทักษะของเฉินเต้าหลิน การดึงหงหุ้ยมาเป็นพวกนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้แน่นอน

แต่ตอนนี้ เฉินเต้าหลินหันตัวไปแล้วนี่!

ในความคิดของพวกเฉินเทียนเซิงทั้งสามแล้ว การที่เฉินตงจะขอความช่วยเหลือจากหงหุ้ยนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!

นอกเสียจากเขาเป็นเทพเจ้าที่แปลงกายลงมาเท่านั้น!

“พี่ พี่รีบคิดหาวิธีเร็วเข้า ตอนนี้ควรจะทำเช่นไรดี?”

เฉินเทียนหย่างรู้สึกร้อนใจเหมือนถูกไฟรนก้น เข้าไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป “สามพันล้านสำหรับพวกเราถือเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าจัดการเฉินตงไม่ได้ แล้วยังต้องสูญเสียเงินอีกสามพันล้านไปอีกล่ะก็ ความแค้นในครั้งนี้ ฉันจะกล้ำกลืนเข้าไปได้อย่างไร ถ้าปล่อยให้เฉินตงได้ประโยชน์จากวิกฤติในครั้งนี้อีกล่ะก็ พวกเราคงต้องเสียหน้าอย่างถึงที่สุดจริงๆ!”

แววตาของเฉินเทียนเซิงและเฉินหยู่เฟยตกตะลึง

แน่นอน

นี่คือการต่อสู้ทางการเงิน จึงต้องสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ในช่วงที่ต่อสู้กันอยู่นี้ มีการเคลื่อนไหวของเงินอย่างรวดเร็ว

หากต้องสูญเสียทั้งทุนทั้งกำไร คงจะต้องเจ็บแค้นใจน่าดู

ถ้าหากถูกเฉินตงคว้าไปได้ทั้งทุนทั้งกำไร แผนการในครั้งนี้จะมีความหมายอะไรกัน?

ทำบุญอย่างนั้นหรือ?

หรือปล้นตัวเองเพื่อช่วยคนจน?

ในตอนนี้เอง

เสียงโทรศัพท์ของเฉินเทียนเซิงดังขึ้นอีกครั้ง

เมื่อเห็นหมายเลขโทรศัพท์ เฉินเทียนเซิงก็ผงะไปในทันที

เขารีบรับสายโทรศัพท์ทันที

หลังจากรับสายเพียงสองวินาที ก็วางสายโทรศัพท์อีกครั้ง

เฉินเทียนเซิงยิ้มออกมาอย่างหดหู่ “ทางฝั่งRothschildโทรมา”

“พวกเขาว่าอย่างไรบ้าง”

เฉินเทียนหย่างรีบถามขึ้นด้วยความร้อนใจ

ตุ้บ!

เฉินเทียนเซิงโยนโทรศัพท์ลงบนพื้นด้วยความโมโห จนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ความโมโหพลุ่งพล่านไปทั่วตัว เขาพูดผ่านไรฟันออกมาว่า “เกมจบแล้ว พวกเขาถอนตัวออกจากการแข่งขันแล้ว!”

ทันใดนั้น

ภายในห้องก็เงียบสงัด

เฉินเทียนหย่างและเฉินหยู่เฟยนิ่งอึ้งจนถึงขีดสุด

Rothschildถอนการลงทุนออกไปแล้ว นั่นไม่เท่ากลับว่าเป็นการต่อสู้ 2 ต่อ 3 หรอกหรือ?

ถ้าหากเป็นอีกสองบริษัท พวกเขายังพอหาหนทางแก้ไขสถานการณ์ได้

แต่เมื่อRothschildไม่เหมือนกัน ที่เข้ามาร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ก็เพราะพึ่งพาหนี้บุญคุณของเฉินเทียนเซิง

ตอนนี้พวกเขาถอยออกไปแล้ว หนี้บุญคุณก็ใช้หมดไปแล้ว และไม่เหลือวิธีการใดๆ อีกต่อไปแล้ว!

“ตอนนี้พวกเราต้องนั้งรอความตายอย่างนี้หรือ?” สีหน้าของเฉินเทียนหย่างสับสนเล็กน้อย จากนั้นจึงยิ้มและมองเฉินเทียงเซิงกับเฉินหยู่เฟยอย่างหมองเศร้า “รอให้เฉินตงกับฉินเย่พลิกสถานการณ์ได้ แล้วนำมาโอ้อวดพวกเราอย่างนั้นหรือ?”

“ถ้าอย่างนั้นบอกมาสิว่าต้องทำอย่างไร?”

เฉินเทียนเซิงมองเฉินเทียนอย่างด้วยความโมโห

หงหุ้ยกลับลำทำให้เขารู้สึกโมโห ตอนนี้Rothschildยังมาถอนตัวอีก ทำให้แผนการของเขาพังทลายไม่เป็นท่า

ความหวังที่จะกำจัดเฉินตง ตอนนี้กลับริบหรี่ลงทุกทีๆ!

“หรือว่า……จะเพิ่มทุน?” จู่ๆ เฉินหยู่เฟยก็เสนอความเห็นขึ้นมา

เฉินเทียนเซิงยิ้มอย่างหดหู่ “เธอคิดว่าเงินทุนจงเคอและการลงทุนซื่อหวาเป็นลูกชายที่เราเลี้ยงเอาไว้หรืออย่างไร? พูดว่าจะเพิ่มก็เพิ่มได้? พวกเขาไม่มีทางยอมสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับเฉินตงแน่นอน!”

ทันทีที่พูดจบ

เฉินเทียนหย่างก็เหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วจู่ๆ ก็ตะโกนขึ้นมา

“พี่ หยู่เฟย เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว! ดูเหมือนพวกเรายังมีโอกาสชนะ!”

เฉินเทียนเซิงและเฉินหยู่เฟยชะโงกหน้าเข้าไปดู แล้วรู้สึกยินดีขึ้นมา

“น่าจะเป็นทั้งสองบริษัททำงานหนักขึ้นแล้ว” จู่ๆ เฉินหยู่เฟยก็มีปฏิกิริยาตอบโต้ขึ้นมา “หากหงหุ้ยช่วยเหลือเพียงแค่ผิวเผิน ไม่แน่ว่าทั้งสองบริษัทอาจยังมีโอกาสที่จะแข่งขันกับฉินเย่สักตั้ง”

“อย่างน้อยพวกเราก็เบาใจลงหน่อย แต่ในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว พวกเราก็สามารถพิจารณาเรื่องเพิ่มทุนให้กับทั้งสองบริษัทได้”

เฉินเทียนเซิงแววตาเป็นประกาย แล้วพูดว่า “เพิ่มอีกสักสองพันล้านเป็นอย่างไร?”

“ห้าพันล้านดีกว่า! หากจะสู้ก็สู้ให้เต็มที่สักหน่อย! หยู่เฟยพูดถูก ดุไปแล้ว หงหุ้ยช่วยเหลือเพียงผิวเผินเท่านั้น มิเช่นนั้นคงไม่ถูกทั้งสองบริษัทแก้สถานการณ์กลับมาได้เร็วขนาดนี้” เฉินเทียนหย่างยิ้มอย่างชั่วร้าย

“ฉันเห็นด้วย” เฉินหยู่เฟยสนับสนุน

ส่วนอีกด้านหนึ่ง

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่ง

เฉินตงดูข้อความที่กู้ชิงหยิ่งส่งมา ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างพอใจ

เขาเหลือบไปมองสถานการณ์ของตลาดหุ้น

รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้น

โทรศัพท์ดังขึ้น ฉินเย่โทรเข้ามา

เฉินตงกดรับสาย ฉินเย่พูดด้วยความยินดี

“พี่ตง ปล่อยล่อเหยื่อออกไปแล้ว”

เฉินตงยิ้ม แววตาเฉียบคม “ปล่อยสายเบ็ดให้ยาวหน่อยเพื่อขับปลาใหญ่ คิดจะกินเฉินตง ก็ทำให้พวกมันต้องยอมคายทั้งหมดออกมา รวมถึงมีชิ้นเนื้อติดออกมาด้วย!”

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset