คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 426 อวดดี

ตอนที่ 426 อวดดี

ปืนของอวิ๋นซานไม่ใช่ปืนทั่วไป เป็นอาวุธใหม่ที่เพิ่งวางในโซนซื้อขายของเว็บบอร์ดเอ็นโอเค

ปืนกระบอกนี้สามารถทะลุการป้องกันของจอมยุทธ์ได้

แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าวิทยายุทธ์ของจอมยุทธ์คนนั้นไม่เกินยี่สิบปี

เวลายี่สิบปีนี้ก็แตกต่างกันไปตามแต่ละวงการ

จอมยุทธ์ที่ฝึกเกินยี่สิบปีจะมีความคล่องตัวในการใช้กำลังภายในมากกว่า

หากฝึกวิทยายุทธ์ไม่ถึงยี่สิบปี ในความเป็นจริงยังไม่ถือเป็นจอมยุทธ์

ปืนกระบอกนี้ราคาอยู่ที่แปดล้านดอลลาร์

“เยี่ยหลิง เธอทำอะไรของเธอ” เด็กหนุ่มที่พูดขึ้นก่อนมองเยี่ยหลิง “ไม่รู้เหรอว่าคุณชายเยี่ยหล่างเกลียดของแบบนี้ที่สุด”

“คนธรรมดาก็คือคนธรรมดา ยังจะใช้ปืนอีก”

“อยากวัดกำลังภายในใช่ไหม” พอได้ยินแบบนี้อวิ๋นซานก็แสยะยิ้ม เดินขึ้นหน้า “เอาสิ งั้นก็ลองวัดดู”

ที่เขาใช้ปืนก็เพื่อความสะดวก

เรื่องที่ใช้กระสุนนัดเดียวจัดการได้ยังจะใช้วิทยายุทธ์ทำไม

ไม่เหนื่อยเหรอ

สมองมีปัญหาหรือเปล่า

เมื่อก่อนพวกเขาสามพี่น้องอยู่ในสลัม ก็ไม่ใช่คนดีอะไร

แต่พอมาติดตามฟู่อวิ๋นเซินนานเข้า นิสัยก็สุขุมลงไปมาก ไม่ได้โหดเหี้ยมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ในเวลานี้เองมีมือที่ขาวเหมือนหยกมาขวางหน้าเขาไว้

อิ๋งจื่อจินเหลือบตาขึ้น “แปดล้าน ฉันยังไม่อยากลงมือเท่าไร”

“เธอคิดจะลงมือยังไง” พอได้ยินแบบนี้เด็กหนุ่มคนนั้นก็มองเหยียด “ลงมือ เธอคู่ควรพูดคำนี้กับฉันเหรอ หืม?”

ไม่มีแม้แต่กำลังภายใน เป็นแค่คนธรรมดา ยังคิดจะลงมือกับเขาเหรอ

แค่เขาตวัดมือใช้กำลังภายในก็เอาชีวิตเธอได้แล้ว

เยี่ยหลิงหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้ขยับ “คุณอิ๋ง คุณไปเถอะค่ะ พะ พวกเขาน่าจะอยากเล่นงานฉัน”

“วางใจได้ค่ะ ตระกูลเยี่ยห้ามมีคนเจ็บคนตาย เว้นเสียแต่เป็นการต่อสู้ที่เอาถึงชีวิต พวกเขาไม่มีทางทำร้ายฉันหรอกค่ะ”

แต่ตระกูลเยี่ยก็ไม่มีทางเข้ามายุ่งการทะเลาะเบาะแว้งของรุ่นเด็ก

ธรรมชาติคัดสรร ผู้รอดชีวิตคือผู้แข็งแกร่ง

นี่คือกฎของโลกจอมยุทธ์

“อะแฮ่ม” อวิ๋นซานทำสีหน้าพิลึก กระแอมเล็กน้อย “คุณเยี่ยช่วยถอยหลังไปด้วยครับ”

เยี่ยหลิงอึ้ง

“วันนี้อารมณ์ดี” อิ๋งจื่อจินพับแขนเสื้อขึ้น พยักหน้าเบาๆ “ออกกำลังหน่อยก็ใช่ว่าจะไม่ได้”

เธอรวบผมหางม้าแล้วเดินขึ้นหน้าสองก้าว

“อยากลงมือกับฉันเหรอ” เด็กหนุ่มยิ้มอย่างโหดเหี้ยม “ได้ จัดให้ เข้ามาก่อนเลย ฉันก็อยากดูว่าคนธรรมดาอย่างเธอจะเก่งสักแค่ไหน”

อวิ๋นซานเอามือปิดตา รู้สึกทนดูไม่ไหว

จบแล้ว มีพวกโง่อยากถูกสั่งสอนให้เป็นมนุษย์

คนพวกนี้ไม่คิดดูบ้างเหรอว่า ที่พวกเขาสัมผัสไม่ถึงกำลังภายในของอิ๋งจื่อจิน เป็นเพราะวิทยายุทธ์ของพวกเขามันต่ำเกินไป

จอมยุทธ์ที่ฝีมือล้ำเลิศได้อยู่ในดินแดนที่กลับสู่สามัญแล้ว

การเก็บซ่อนกำลังภายในของตัวเองเป็นเรื่องที่ง่ายมาก

แต่อิ๋งจื่อจินอายุน้อยเกินไป

อย่าว่าแต่พวกเยี่ยหล่างเลย เยี่ยหลิงก็ไม่ได้คิดไปทางนั้นเหมือนกัน

เธอตะลึง จะเดินขึ้นหน้าไปขวาง

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นถัดมาก็ทำให้เยี่ยหลิงถึงกับหยุดชะงัก

อิ๋งจื่อจินจับบ่าของเด็กหนุ่ม ดูเหมือนไม่ได้ออกแรงอะไร

วินาทีถัดมาเด็กหนุ่มก็ล้มลงไปบนพื้น

เสียงดัง ตึง ตามมาด้วย กร๊อบ เสียงกระดูกหัก ได้ยินชัดเจนอยู่นอกสนามฝึกที่เงียบสงัด

เดี้ยงแล้ว

อวิ๋นซานมองเด็กหนุ่มด้วยความสงสาร

น่าสังเวชจริงๆ

สีหน้าเย็นชาของเยี่ยหล่างขรึมลง “เก่งไม่เบาเลยนะ”

นี่คือคนรับใช้ของเขา

ถึงแม้จะวิทยายุทธ์ไม่สูง แต่ก็ฝึกจนมีกำลังภายในแล้ว ฆ่าคนธรรมดาเป็นเรื่องง่ายๆ

เยี่ยหล่างโยนหอกอีกด้ามในมือทิ้งพื้น วอร์มมือ แสยะยิ้ม “เก่งจริงก็มาสู้กับฉันสิ”

หนึ่งนาทีต่อมา

บรรยากาศเงียบสงบ

เยี่ยหลิงยืนอยู่ด้านข้าง มองพวกเยี่ยหล่างที่นอนล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น เธออึ้งสนิท

อวิ๋นซานเลือกมุมสวยถ่ายไปหลายภาพแล้วส่งให้ฟู่อวิ๋นเซิน

“มีกำลังภายในแต่ก็ไม่เห็นได้เรื่อง” อิ๋งจื่อจินเหยียบมือของเยี่ยหล่าง “อย่ามีเลยดีกว่า”

เยี่ยหล่างไม่เข้าใจความหมายของเธอ เขารู้สึกแค่ว่าเหมือนอวัยวะภายในมากองรวมกัน เจ็บปวดเป็นระลอก หายใจแทบไม่ทัน

สมองของเขาก็เริ่มตื้อ กำลังภายในแปรปรวนไม่หยุด พลุ่งพล่านแทบระเบิด

เยี่ยหล่างยอมรับว่า เขาจงใจปาหอกนั่นมา

ตระกูลเยี่ยมีกฎว่าห้ามฆ่ากันเอง แต่ถ้าหลังเกิดเรื่องเขาพูดว่าเป็นความผิดพลาดไม่ได้ตั้งใจ แค่นั้นก็จบแล้ว

เยี่ยหลิงถือว่าไร้ค่ามากในบรรดาคนรุ่นเขา

ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเธอคือนายใหญ่ตระกูลเยี่ย ยังจะสามารถอยู่ในตระกูลเยี่ยได้อย่างราบรื่นมาจนถึงตอนนี้อีกเหรอ

อิ๋งจื่อจินมองเยี่ยหล่าง เตะไปที่จุดลมปราณของเขาหนึ่งที

เยี่ยหล่างรู้สึกชาที่แขนขา มีพลังบางอย่างค่อยๆ หายไป ชั่วขณะนั้นเขาขยับไม่ได้

“เล่นพอแล้ว” อิ๋งจื่อจินเอาเท้าออก “ไปเถอะ”

“คะ คุณอิ๋ง…” ในที่สุดเยี่ยหลิงก็ได้สติกลับมา “ทะ ที่แท้คุณก็เป็นจอมยุทธ์เหรอคะ”

สาเหตุที่โลกจอมยุทธ์ไม่ให้จอมยุทธ์ยุ่งเรื่องของปุถุชนเป็นเพราะต่อให้เป็นจอมยุทธ์ระดับต้นก็สามารถฆ่านักมวยแชมป์โลกได้อย่างง่ายดาย

ต่อให้คนธรรมดาต่อสู้เก่งแค่ไหนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจอมยุทธ์อยู่ดี

อิ๋งจื่อจินเลิกคิ้ว “ดูเหมือนฉันจะไม่เคยบอกนะว่าไม่ใช่จอมยุทธ์”

เยี่ยหลิงยืนเหม่อ “ดะ ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นค่ะ…”

นี่น่ะเหรอคนธรรมดาที่พ่อเธอพูดถึง

ล้อเล่นบ้าบออะไรกัน

“คุณเยี่ย ฉันขอเตือนนะคะ” อิ๋งจื่อจินพูด “บอกให้พ่อคุณระวังอารองของคุณไว้หน่อย”

พอได้ยินแบบนี้ในที่สุดเยี่ยหลิงก็มีสีหน้าหนักใจ “คุณอิ๋งก็มองออกเหรอคะ”

อารองตระกูลเยี่ยเล็งตำแหน่งนายใหญ่ตระกูลเยี่ยไว้จริงๆ แต่ติดตรงที่ว่าวิทยายุทธ์ยังด้อยกว่านายใหญ่ตระกูลเยี่ยอยู่ขั้นหนึ่ง ก็ได้แค่อิจฉา ไม่เคยเอาจริง

อิ๋งจื่อจินชะงัก “ค่ะ มองออก”

แน่นอนว่าเธอไม่ได้มีเวลาไปนั่งสังเกตคนในตระกูลเยี่ย เธอก็แค่ทำนายดู

ตอนนี้ญาณพยากรณ์ของเธอกลับคืนมาไม่น้อยแล้ว จอมยุทธ์ที่ฝีมือไม่ได้ล้ำเลิศไปกว่าเธอ เธอก็พอจะพยากรณ์ออกมาได้

แต่เธอออกจะขี้เกียจไปหน่อย ไม่ค่อยชอบใช้ญาณพยากรณ์

ถ้าให้เธอทำนายอนาคตของทุกคนแบบนั้นคงเหนื่อยตายไปนานแล้ว

“จุดนี้คุณอิ๋งวางใจได้ค่ะ คุณพ่อระวังมาตลอด” เยี่ยหลิงพูดเสียงเบา ยิ้มเศร้า “ก็แค่มีฉันคอยเป็นตัวถ่วง”

ถ้าวิทยายุทธ์ของเธอสูงกว่านี้หน่อยคงไม่มีทางถูกกำลังภายในของเยี่ยหล่างเล่นงานได้

วิทยายุทธ์ของเธอกลับกลายเป็นตัวถ่วงด้วยซ้ำ

เยี่ยหลิงส่ายหน้า สลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไปแล้วยิ้มออกมาอีกครั้ง “คุณอิ๋งคะ ฉันพาไปดูหอบรรพชนดีกว่าค่ะ”

เวลานี้ ณ เมืองตี้ตู

เทียนสิงมีเดีย

ภายในห้องทำงานประธาน

ลั่วเหวินปินกำลังทำงาน มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นในเวลานี้

เขาขยี้ตา วางปากกาลง “เข้ามา”

เลขาเดินเข้ามา พูดเสียงเบา “ประธานลั่วครับ คุณถงมาแล้วครับ ท่านมีเวลาพบเธอตอนนี้ไหมครับ”

“มาแล้วเหรอ” ลั่วเหวินปิงได้ฟังก็อึ้งไปชั่วขณะ “ให้เธอเข้ามา หลบกล้องวงจรปิดแล้วใช่ไหม”

“วางใจได้ครับท่านประธาน” เลขาพยักหน้า “ไม่มีใครเห็นว่าคุณถงมายกเว้นพวกผู้บริหารระดับสูงที่ร่วมวางแผนด้วยกันครับ”

“ดีมาก” ลั่วเหวินปินพูด “เตรียมสัญญาให้เรียบร้อย”

เลขาพยักหน้าอีกครั้งแล้วถอยออกไป

สามนาทีต่อมา เขาก็พาผู้หญิงที่แต่งตัวรัดกุมมิดชิดเข้าไป

“สวัสดีครับคุณถง” ลั่วเหวินปินลุกขึ้น “ดีใจมากครับที่คุณมาได้ เชิญนั่งครับ”

“ประธานลั่วไม่ต้องเกรงใจค่ะ” หญิงสาวถอดผ้าปิดปากออก พูดอย่างกระตือรือร้น “เรียกฉันว่าอวี่เฟยก็พอแล้วค่ะ”

ถงอวี่เฟย

ดาราในสังกัดชูกวงมีเดีย

ปีนี้อายุยี่สิบแปดปี เป็นดาราที่เกิดหลังปีเก้าศูนย์ที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้ ฝีมือการแสดงดีมาก

ถึงแม้ยังอยู่ห่างจากตำแหน่งดารายอดนิยมอีกมาก แต่ก็เป็นดาราชั้นแนวหน้า

เธอมุ่งเน้นไปด้านละคร ดังนั้นความเป็นที่รู้จักในตัวเธอจึงสูงกว่าพวกดาราที่เล่นภาพยนตร์

แต่ความทะเยอทะยานของถงอวี่เฟยไม่ได้มีเพียงเท่านี้

เธออยากขยับขยายมาตลอด อยากเฉิดฉายในวงการภาพยนตร์บ้าง

เพียงแต่ช่วงสองปีมานี้ไม่เคยทำสำเร็จ เพราะหนังที่เธอเล่นไม่ทำเงิน

“คุณถงครับ พวกเราเสนอเงื่อนไขทางโทรศัพท์ไปแล้ว” เลขายิ้ม เลื่อนเอกสารมาตรงหน้าถงอวี่เฟย “นี่คือเอกสารสัญญาที่ทางเราเตรียมไว้ ขอแค่คุณยอมตกลงทำตามแผนที่เราวางไว้ พวกเราก็จะให้โอกาสที่ดีที่สุดในระดับโลกกับคุณครับ”

“คุณน่าจะรู้ว่าไทม์มีเดียกำลังถ่ายทำเรื่องอัศวินนิรันดร์ภาคสี่อยู่ บทนางเอกก็คือชาวจีน”

พอได้ยินแบบนี้มือของถงอวี่เฟยก็สั่น ออกอาการตะลึง “อัศวินนิรันดร์ภาคสี่เหรอคะ!”

“ครับ อัศวินนิรันดร์ภาคสี่” เลขามองสีหน้าของลั่วเหวินปินก่อนแล้วถึงพูดต่อ “คุณถง ขอผมพูดหน่อยนะครับ คุณอยู่ชูกวงมีเดีย ไม่มีทางได้รับโอกาสที่ดีแบบนี้แน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง…”

เขายิ้มแล้วพูดต่อ “ตอนนี้ผู้บริหารระดับสูงหลายคนของชูกวงมีเดียยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ยุโรปเพราะถูกควันพิษ ถ้าเทียนสิงมีเดียของเราลงมือเมื่อไร ทางนั้นต้องพังแน่ในไม่ช้าก็เร็ว แล้วคุณยังจะอยู่ชูกวงมีเดียไปทำไมล่ะครับ”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset