คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 427 อิ๋งเจิ้นถิงป่วยหนัก

ตอนที่ 427 อิ๋งเจิ้นถิงป่วยหนัก

มือของถงอวี่เฟยสั่นแรงยิ่งกว่าเดิม

เธอย่อมรู้จักภาพยนตร์เรื่องอัศวินนิรันดร์

อัศวินนิรันดร์เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ไทม์มีเดียผลิต

สามภาคแรกสร้างผลงานไว้ดีมาก

โดยเฉพาะภาคสามที่มียอดจำหน่ายตั๋วสูงมากจากทั่วโลก

ไม่ว่าจะพระเอกนางเอกหรือนักแสดงสมทบที่สำคัญต่างโด่งดังกันทั้งหมด

ความโด่งดังนี้หมายถึงในวงการภาพยนตร์นานาชาติ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แผนถ่ายทำภาพยนตร์อัศวินนิรันดร์ภาคสี่ได้ถูกประกาศไปทั่วโลก อีกทั้งยังเฟ้นหานักแสดงจากทั้งโลก

ไทม์มีเดียคำนึงถึงยอดจำหน่ายตั๋วในประเทศจีน จึงใส่บทนางเอกชาวจีนลงในภาคสี่อีกด้วย

ไม่ได้มีซีนในหนังมาก แต่โดดเด่นพอสมควร

เมื่อปล่อยแผนถ่ายทำออกมาก็มีนักแสดงจำนวนไม่น้อยไปเทสต์หน้ากล้อง

ถงอวี่เฟยก็ให้ความสนใจ รู้ว่าช่วงเวลาสัมภาษณ์คือปลายปีสองพันยี่สิบเอ็ด

แต่ไม่นานเธอก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท เพราะเธอไม่คาดคิดว่าบทภาพยนตร์ที่ดีขนาดนี้จะตกมาถึงเธอได้

ถงอวี่เฟยเม้มริมฝีปากแน่น หันกลับไปอ่านเนื้อหาในสัญญาอีกครั้ง ลังเลว่าจะเซ็นดีหรือไม่

เลขามองออกว่าเธอลังเล ครั้นแล้วจึงพูดต่อ

“คุณถงวางใจได้ครับ คุณเป็นเหยื่อ เป็นฝ่ายอ่อนแอกว่า ตอนนี้ภายในชูกวงมีเดียระส่ำระสาย พวกเราเตรียมแผนไว้เรียบร้อยแล้ว เสียงวิจารณ์มีแต่จะหันมาเข้าข้างคุณครับ”

“ค่ะ” สุดท้ายถงอวี่เฟยก็พยักหน้า เธอกัดฟัน

“แต่ฉันไม่ได้ต้องการแค่ภาพยนตร์เรื่องนี้ ฉันยังต้องการโอกาสอีกมากในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ฉันจะช่วยพวกคุณทำเรื่องนี้ให้สำเร็จแน่นอนค่ะ”

ดาราในสังกัดชูกวงมีเดียมีเยอะเกินไป เธอไม่ใช่คนที่โดดเด่นที่สุด

ที่โด่งดังขึ้นมาได้ก็เป็นเพราะดวงด้วย

แต่ความดังแบบนี้จะคงอยู่ได้ไม่นาน กอปรกับการเป็นนักแสดงก็อาศัยความอ่อนเยาว์เป็นหลัก

ถ้าไม่มีผลงานที่เหมาะสมและขยับขยายไม่สำเร็จ อีกไม่กี่ปีเธอก็ตกกระป๋องแล้ว

ถงอวี่เฟยทนไม่ได้

ถึงแม้ผู้จัดการส่วนตัวของเธอก็พยายามแย่งชิงโอกาสมาให้เธอย่างเต็มที่แล้ว แต่มีเหรอจะสู้อัศวินนิรันดร์ภาคสี่ได้

“คุณถงเป็นคนมีเหตุผลจริงๆ ครับ” ลั่วเหวินปินที่นั่งฟังมาตลอดผุดรอยยิ้ม

“เชิญครับคุณถง เมื่อชูกวงมีเดียถูกเทียนสิงมีเดียกลืนกิน คุณก็คือขุนนางที่มีผลงานครับ”

ถงอวี่เฟยรับปากกาเจลมาจากมือเลขาแล้วเซ็นชื่อตัวเองลงบนหนังสือสัญญา

เลขาเก็บหนังสือสัญญา ถามขึ้นเหมือนไม่ตั้งใจ

“คุณถงเคยเจอซีอีโอคนใหม่ของชูกวงมีเดียไหมครับ”

ถงอวี่เฟยพยายามนึก

“ฉันไม่เคยเห็นหน้าตรงนะคะ เป็นชายวัยกลางคนที่ผอมมาก”

ด้วยสถานะของเธอในชูกวงมีเดีย ยังไม่มีทางถูกซีอีโอเรียกเข้าพบ

ลั่วเหวินปินพยักหน้า

นี่ก็เหมือนกับข้อมูลที่เขาสืบได้มา

ขอแค่เป็นผู้ชาย เรื่องนี้ก็จัดการง่ายแล้ว

“ครับคุณถง” ลั่วเหวินปินจับมือถงอวี่เฟยอีกครั้ง

“ขอบคุณที่ไว้วางใจครับ ส่วนเรื่องที่เหลือยังต้องขอการสนับสนุนจากคุณด้วยนะครับ”

“แล้วเลขาของผมจะติดต่อคุณไป”

ถงอวี่เฟยพยักหน้า สวมผ้าปิดปากอีกครั้งแล้วออกไป

เวลาเย็นที่บ้านตระกูลเยี่ย

ศาลาสุ่ยจงเย่ว์

งานเลี้ยงถูกจัดไว้เรียบร้อย อิ๋งจื่อจินนั่งโต๊ะเดียวกับเยี่ยหลิง

นายใหญ่ตระกูลเยี่ยกับคุณนายเยี่ยนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานของงาน ที่เหลือเป็นลูกหลานตระกูลเยี่ยนั่งเรียงกันออกมา

“คุณคะ ฉันว่าคุณอิ๋งหน้าตาดีมาก กิริยามารยาทก็เรียบร้อย ฉันชอบเธอมากเลยค่ะ” อดทนมาทั้งวัน ในที่สุดคุณนายเยี่ยก็ทนไม่ไหว พูดสิ่งที่คิดไว้ออกมา แววตามีความหวัง

“คุณว่าเธอพอจะมาเป็นสะใภ้ของฉันได้หรือเปล่า”

คุณชายใหญ่ตระกูลเยี่ยมีฝีมือพอสมควร ไม่แพ้ลูกหลานสายตรงตระกูลหลิน

นายใหญ่ตระกูลเยี่ยได้ฟังก็ตกใจ ตัวสั่นขึ้นมาทันที เอามือปิดปากคุณนายเยี่ย “อยากตายเหรอ”

คุณนายเยี่ยมึงงง

“ต่อไปห้ามพูดแบบนี้เด็ดขาด” นายใหญ่ตระกูลเยี่ยมองไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าอิ๋งจื่อจินไม่ได้สนใจพวกเขา

“ไม่อย่างนั้นตระกูลเยี่ยได้ชิบหายกันทั้งตระกูลแน่”

พอได้ยินแบบนี้คุณนายเยี่ยถึงตระหนักได้ว่าไม่ชอบมาพากล พูดเสียงเบา “หรือว่าคุณอิ๋งมี…”

นายใหญ่ตระกูลเยี่ยแค่ถอนหายใจ

“เอาเป็นว่าอย่าพูดจะดีกว่า คุณอิ๋งไม่ใช่คนที่พวกเราจะอาจเอื้อมได้ รับรองเธอให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น”

คุณนายเยี่ยพยักหน้าแล้วถอนหายใจ

นายใหญ่ตระกูลเยี่ยกระแอมสองทีแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“ทุกคนกินเถอะ คุณอิ๋ง คิดเสียว่าเป็นงานเลี้ยงภายในครอบครัว ไม่ต้องเกรงใจนะครับ”

อิ๋งจื่อจินพยักหน้า

นายใหญ่ตระกูลเยี่ยหยิบจอกเหล้าบนโต๊ะ กำลังจะดื่มฉลอง

ทันใดนั้นมีเสียงประชดดังขึ้นมา

“ยังจะดื่มเหล้ากันอีกเหรอครับ”

นายใหญ่ตระกูลเยี่ยขมวดคิ้ว มองไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“เยี่ยหล่างหมายความว่าไง”

“ลุงใหญ่ ผมอยากถามลุงใหญ่มากกว่าว่าหมายความว่ายังไง” เยี่ยหล่างสาวเท้าเดินเข้ามา ชี้อิ๋งจื่อจิน

“ทำไมลุงใหญ่ต้องให้เธอถอนกำลังภายในของผมด้วย”

พอคำพูดนี้ออกมาก็เกิดความเงียบขึ้นในศาลาสุ่ยจงเย่ว์

เยี่ยหลิงโมโหจนหัวเราะ “เยี่ยหล่าง พูดเหลวไหลอะไร”

“ฉันพูดเหลวไหลเหรอ” เยี่ยหล่างแสยะยิ้ม

“งั้นเธอลองพูดมาซิว่าทำไมกำลังภายในของฉันถึงหายไป”

เขาเองก็เพิ่งรู้หลังจากกลับไป

เดิมทีเขาอยากฝึกพลังลมปราณเพื่อรักษาบาดแผลภายในร่างกาย แต่ก็พบว่าเขารวบรวมกำลังภายในไม่ได้

ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองทำผิดวิธี ต่อมาจึงไปหาหมอแผนโบราณที่ประจำอยู่ในบ้านตระกูลเยี่ย

หมอแผนโบราณบอกเขาว่า เขาไม่มีกำลังภายในแล้ว

ตอนนั้นมีแค่อิ๋งจื่อจินที่แตะต้องตัวเขา

นอกจากเธอแล้วยังจะเป็นใครได้

“หุบปาก!” นายใหญ่ตระกูลเยี่ยโมโหทันที

“กำลังภายในของตัวเองหายไป นายคิดจะโทษคุณอิ๋งเหรอ รังแกคุณอิ๋งเพราะเธอมาจากข้างนอกใช่ไหม เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือจอมยุทธ แล้วยังจะถอนกำลังภายในของนายได้ยังไง ฝันอยู่เหรอ”

อิ๋งจื่อจินหยิบตะเกียบ กินขนมกุ้ยฮวาอย่างใจเย็น ทำเหมือนไม่ได้ยิน

“เยี่ยหลิง เธอก็อยู่ด้วย พูดสิ” สายตาของเยี่ยหล่างเย็นชา

“ผู้หญิงคนนี้เป็นคนธรรมดาเหรอ มีคนธรรมดาแบบนี้ด้วยเหรอ”

“คุณพ่อคะ เดิมทีหนูไม่อยากถือสาเรื่องนี้ ในเมื่อเยี่ยหล่างพูดขึ้นมา งั้นหนูก็จะเล่าให้ฟังค่ะ”

เยี่ยหลิงลุกขึ้น โค้งให้หนึ่งทีแล้วพูดต่อ “เยี่ยหล่างอยากพุ่งหอกมาฆ่าหนู คุณอิ๋งเกือบบาดเจ็บไปด้วย ส่วนเรื่องอื่น หนูไม่รู้ค่ะ”

เรื่องแบบนี้เป็นนิสัยของเยี่ยหล่างจริงๆ

อย่าว่าแต่นายใหญ่ตระกูลเยี่ยเลย แม้แต่อารองเยี่ยที่เป็นพ่อของเยี่ยหล่างก็ยังไร้ข้อสงสัย

อารองเยี่ยรีบชิงพูดก่อนนายใหญ่ตระกูลเยี่ย

“อาหล่าง อย่าพูดเหลวไหล! ยังไม่รีบออกไปอีก!”

“พ่อ!” เยี่ยหล่างโกรธหน้าเขียว “ผมพูดความจริงทั้งนั้น!”

“ยังจะกล้าใส่ร้ายอีกเหรอ” นายใหญ่ตระกูลเยี่ยตบโต๊ะ

“ใครก็ได้มาเอาเขาไปขังไว้ในหอบรรพชน ห้ามออกไปไหนสามเดือน”

คำพูดของนายใหญ่ถือเป็นอำนาจเด็ดขาด

มีคนคุ้มกันเข้ามาทันที เอาตัวเยี่ยหล่างออกไปโดยไม่สนว่าเขาจะขัดขืนอย่างไร

“เยี่ยเอ้อร์ ลูกไม่รักดี พ่อก็มีความผิด” นายใหญ่ตระกูลเยี่ยมองอารองเยี่ย พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เรื่องนี้นายก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ เอาป้ายคำสั่งของทีมคุ้มกันทั้งสามออกมา”

“แล้วก็เงินแปดล้านดอลลาร์ ชดใช้ให้คุณอิ๋งภายในสามวัน ห้ามใช้วิธีสกปรก”

อารองเยี่ยอ้าปากค้าง “พี่ใหญ่…”

สายตาของนายใหญ่ตระกูลเยี่ยแข็งกร้าวยิ่งขึ้น

ท่ามกลางสายตาของลูกหลานตระกูลเยี่ยที่มองอยู่ อารองเยี่ยทำได้เพียงเอาป้ายคำสั่งสามอันออกมายื่นให้อย่างไม่ยินยอมนัก

หัวใจเจ็บปวดเป็นระลอก

แปดล้านดอลลาร์ เขาทำได้เพียงเอาสมุนไพรล้ำค่าที่เก็บไว้หลายปีออกมาขาย

“คุณอิ๋ง ลูกหลานของผมทำตัวไม่ดี” นายใหญ่ตระกูลเยี่ยรู้สึกผิดมาก “ทำให้คุณเดือดร้อน “

อิ๋งจื่อจินตอบ “เรื่องเล็กค่ะ”

นายใหญ่ตระกูลเยี่ยดีต่อเธอมาก เธอก็แค่ช่วยจัดการคนคนหนึ่งให้

แถมยังได้ใช้กำลังสนุกๆ ดีจะตาย

แน่นอนว่านายใหญ่ตระกูลเยี่ยก็ฉลาดด้วย รู้ว่าควรจัดการกับศัตรูยังไงให้เร็วที่สุด

จบงานเลี้ยงอวิ๋นซานก็คุ้มกันอิ๋งจื่อจินกลับห้องนอน

เขาครุ่นคิดอยู่นานแล้วถามขึ้น

“คุณอิ๋งครับ ทำไมผมรู้สึกว่า…ดูเหมือนคุณจะจงใจล่ะครับ”

ไม่อย่างนั้นทำไมอยู่ๆ จะไปที่สนามฝึกอย่างไม่มีสาเหตุ

พวกจอมยุทธที่ฝึกอยู่ในสนาม เขาสามารถบดขยี้ได้ด้วยนิ้วเดียว ไม่เห็นมีอะไรน่าดู

พอได้ยินแบบนี้อิ๋งจื่อจินก็หันมามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มีผม แถมยังฉลาด หาได้ยาก”

อวิ๋นซาน “?”

วันต่อมา

สิบโมงเช้า

จงมั่นหวากำลังเก็บสัมภาระ

หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ เธอก็ช่วยอิ๋งเย่ว์เซวียนประมาณคะแนน

น่าจะอยู่ที่ราวๆ เจ็ดร้อยยี่สิบคะแนน

ข้อสอบคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ของปีนี้ยากมาก อิ๋งเย่ว์เซวียนยังสอบได้คะแนนสูงขนาดนั้น ที่หนึ่งของประเทศก็คงเป็นที่แน่นอนแล้ว

จงมั่นหวาดีใจมาก ตั้งใจจองตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมโดยเฉพาะ เดิมทีอยากพาอิ๋งเย่ว์เซวียนไปเที่ยวเมืองนอก

แต่อิ๋งเย่ว์เซวียนปฏิเสธ บอกว่าอยากเที่ยวแค่ในประเทศ

ครั้นแล้วจงมั่นหวาจึงเปลี่ยนแผนเดินทาง

เธอจินตนาการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า อันดับหนึ่งของประเทศจะนำเกียรติมาให้เธอขนาดไหน

คำเยาะเย้ยถากถางก่อนหน้านี้ก็จะหายไปหมด

ทันใดนั้นโทรศัพท์บ้านได้ดังขึ้นในเวลานี้ เป็นเบอร์แปลก โทรศัพท์ดังไม่หยุด

จงมั่นหวาขมวดคิ้ว สุดท้ายก็รับสาย “สวัสดีค่ะ”

“คุณนายอิ๋งใช่ไหมคะ” ปลายสายเป็นพยาบาลของโรงพยาบาลอันดับหนึ่ง

“คุณอิ๋งหมดสติไปขณะทำงาน ตอนนี้กำลังยื้อชีวิตอยู่ในห้องฉุกเฉิน คุณช่วยมาให้เร็วที่สุดนะคะ”

“ตุบ”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset