คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 465 จูบได้แล้ว ฟู่อวิ๋นเซินได้ใจ

ตอนที่ 465 จูบได้แล้ว ฟู่อวิ๋นเซินได้ใจ

สำนักงานใหญ่ของหน่วยอีจื้ออยู่เขตชานเมือง โดยรอบไม่มีคน มีแค่ต้นไม้

พวกทีมย่อยถูกส่งออกไปหมดแล้ว การฝึกของสมาชิกใหม่ก็สิ้นสุดลงแล้วในเวลานี้

ตอนนี้ไม่มีใครเลยจริงๆ

แม้แต่นกก็ไม่มี

ฟู่อวิ๋นเซินถามอย่างสุภาพและเกรงใจ ไม่เหมือนยามปกติที่พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

หาได้ยากที่เขาดูจริงจัง

เล่นเอาอิ๋งจื่อจินก็อึ้งไปชั่วขณะ

นิ้วของฟู่อวิ๋นเซินค่อยๆ ประคองใบหน้าของเธอ โน้มใบหน้าลงเข้าหาเธอ

ลมหายใจของทั้งสองคนสาดรดกัน มีกลิ่นของไม้กฤษณาอ่อนๆ

อิ๋งจื่อจินสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาอย่างชัดเจน

หนักแน่นและอ่อนโยน

ผ่านไปไม่กี่วินาทีฟู่อวิ๋นเซินก็ถามอีกครั้ง น้ำเสียงอมยิ้ม “ได้ไหม”

เสียงของเขาไพเราะเสมอ เวลานี้โทนเสียงถูกกดให้ต่ำลงยิ่งดูเย้ายวนมีเสน่ห์

อิ๋งจื่อจินเอามือนวดใบหู มองดวงตาดอกท้อที่ลุ่มลึกอย่างเป็นธรรมชาติของเขา เงียบไปเล็กน้อยแล้วตอบ “ได้แหละ”

พอสิ้นเสียงนี้ก็มีริมฝีปากประกบกับปากของเธอ

ขนตาของอิ๋งจื่อจินสั่นไหวเล็กน้อย

ฟู่อวิ๋นเซินก้มหัว มือข้างหนึ่งประคองศีรษะของเธอ มืออีกข้างโอบเอวเธอ กระชับเธอเข้ามาในอ้อมกอด

ท่าทางของเขาดูรุกเร้า

แต่จูบกลับอ่อนโยนเหมือนนิสัยของเขา

ดุจหิมะที่มากระทบริมฝีปากแล้วละลายหายไป

ชวนให้ถลำลึกทีละน้อย แทบจมปลักอยู่ในนั้น

ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเธอถูกเขายึดครองไว้ในช่วงเวลานี้ เธอสัมผัสไม่ได้ถึงการมีอยู่ของสิ่งอื่นอีกนอกจากตัวเขา

“เด็กน้อย หลับตา” ฟู่อวิ๋นเซินหยุด อดยิ้มไม่ได้ น้ำเสียงแหบแห้ง

“ถ้าเธอมองอยู่แบบนี้ พี่ชายจะไม่ไหวแล้ว”

เขาไม่ใช่สุภาพบุรุษอะไร

โดยเฉพาะยามที่เผชิญกับคนที่ตัวเองชอบ

ผ่านไปนานกว่าเขาจะหยุดจูบ แต่ไม่ปล่อยเธอ

“ขอกอดให้มากหน่อยก่อนที่จะต้องเป็นรักทางไกล”

มีคนให้พิง ไม่ต้องเดิน อิ๋งจื่อจินก็ปล่อยให้เขาทำตามที่ต้องการ

เธอพิงอกของเขา หาวออกมา “พูดแบบนี้ ถ้าคู่รักทางไกลคู่อื่นมาได้ยินคงได้มาอัดคุณ”

เธอไปทำการทดลองกับเวินเฟิงเหมียน อย่างมากสุดแค่ครึ่งเดือนก็พอแล้ว

หลิงเหมียนซีกับเนี่ยอี้ได้เจอกันเดือนละครั้งก็ถือว่าเร็วสุดแล้ว

“อืม…” ฟู่อวิ๋นเซินเงียบไปชั่วขณะแล้วยิ้ม “ใครใช้ให้ผู้หญิงของพี่ชายทนเห็นพี่ชายทุกข์ใจไม่ได้ล่ะ”

“ฉันต้องไปแล้ว” อิ๋งจื่อจินจิ้มหัวตูตู “อีกครึ่งเดือนเจอกัน”

ดวงตาของตูตูมีน้ำตาคลอ ยื่นเท้าน้อยๆ ออกมา

ฟู่อวิ๋นเซินหยิบกุญแจรถ “เดี๋ยวไปส่ง”

ทั้งสองคนขึ้นรถ

ขณะที่สตาร์ทรถ ฟู่อวิ๋นเซินเหลือบมองโทรศัพท์มือถือ เริ่มกดส่งข้อความวีแชทอย่างสบายใจ

[ช่วงนี้ไม่มีธุระอะไร เริ่มรักทางไกลครึ่งเดือนแล้ว]

[ได้ยินว่านายกับแฟนหลายเดือนถึงจะเจอกันทีเหรอ]

คนรับข้อความ เนี่ยอี้ที่คิดว่ามีเรื่องด่วนอะไร “…”

เวลาสามทุ่ม อิ๋งจื่อจินกลับมาถึงบ้านจี้อี้หาง

บ้านของสมาชิกตระกูลจี้ล้วนถูกจัดสรรโดยศูนย์ใน

จี้อี้หางไม่ใช่สมาชิกที่ได้รับความสำคัญ ย่อมไม่เหมือนจี้อี้หยวนที่มีสวนอยู่ในบ้าน บ้านของเขาเป็นบ้านสองชั้น

จี้ซวินลูกชายคนโตไปทำงานลงพื้นที่ ปกติเหลือกันแค่สามคนพ่อแม่ลูก มีห้องว่างมากมาย

“อ๊ะ เทพอิ๋ง” จี้หลีกำลังทำโจทย์ พอเห็นอิ๋งจื่อจินกลับมาก็เอามือทาบอก “อ๊า ฉันตายดีกว่า”

แววตาของอิ๋งจื่อจินเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ทำไมเหรอ”

เธอเดินเข้าไปจับบ่าของจี้หลีอย่างเนียนๆ

ไม่พบความผิดปกติอะไร

อิ๋งจื่อจินขมวดคิ้ว ไม่กี่วินาทีถัดมาจี้หลีถึงพูดขึ้น

“ฉัน ฉันว่าเธอชักจะสวยเกินไปแล้ว เทพอิ๋ง อย่า อย่าเข้ามาใกล้ฉันขนาดนี้ ฉันจะตายอีกแล้ว”

อิ๋งจื่อจิน “…”

“มิน่ากลุ่มแฟนคลับของเธอในเวยปั๋วถึงบอกว่าเธอสวยขั้นเทพ” จี้หลีก็ยังอดมองไม่ได้

“เธอทาลิปสติกเบอร์อะไรเหรอ สวยมากเลย บอกหน่อยสิ ฉันอยากซื้อตาม”

อิ๋งจื่อจินชะงัก “อาจหาซื้อไม่ได้”

“หา” จี้หลีเกาหัว ไม่ได้ถามต่อ เปลี่ยนเรื่องคุย

“เทพอิ๋ง ฉันได้ยินทางมหาวิทยาลัยตี้ตูบอกว่าเธอจะไปอยู่มหาวิทยาลัยตี้ตู ใช่ไหม”

“อืม” อิ๋งจื่อจินนั่งบนโซฟากับจี้หลี “ตอนนี้ไม่คิดไปต่างประเทศ”

“งั้นก็ดีเลย” จี้หลีดีใจมาก “เธอเข้าสาขาไหนเหรอ พวกเราน่าจะได้ประกาศผลก่อน”

“ไม่ได้เลือกสาขา” อิ๋งจื่อจินส่ายหน้าเล็กน้อย

“อธิการบดีบอกว่าไม่จำกัดสาขา ฉันอยากเรียนอะไรก็เรียน”

จี้หลี “…”

นี่ก็คือความแตกต่างระหว่างเทพอิ๋งกับเด็กเนิร์ดอย่างเธอเหรอ

จี้หลีแอบเศร้า

อิ๋งจื่อจินพยักหน้า “เธอเลือกเรียนอะไร”

“ฉันลงคลาสทดลองชีววิทยาไป” จี้หลีตอบ “ครอบครัวเราวิจัยเรื่องพวกนี้ ฉันเองก็สนใจด้วย ไว้ถึงเวลาจะได้ช่วยคุณพ่อได้”

สมาชิกตระกูลจี้มีสิทธิพิเศษในมหาวิทยาลัยตี้ตู

พวกเขาเลือกวิชาเรียนเองได้ แถมลาหยุดได้ตามใจ

“เทพอิ๋ง ให้ฉันร่วมทำการทดลองของเธอกับพ่อด้วยสิ” จี้หลีพูดต่อ “ฉันช่วยงานได้นะ”

อิ๋งจื่อจินไม่ปฏิเสธ “เอาสิ”

ข่าวที่เวินเฟิงเหมียนรับโปรเจ็กต์ทดลองได้แพร่ไปถึงจี้อี้หยวนอย่างรวดเร็ว

จี้อี้หยวนขมวดคิ้ว “เขารับจริงๆ แถมยังทำกับอิ๋งจื่อจินด้วยงั้นเหรอ”

สมองของเวินเฟิงเหมียนมีปัญหาหรือเปล่า

รนหาที่ตาย ทั้งยังจะดึงคนอื่นไปซวยด้วย

“นายท่าน จะมีความไม่ชอบมาพากลอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อบ้านสงสัย “หรือว่าพวกเขาซื้อพวกส่วนประกอบได้แล้ว”

“ซื้อได้แล้วงั้นเหรอ” จี้อี้หยวนส่ายมือ แสยะยิ้ม “ขนาดศูนย์ในยังซื้อไม่ได้ พวกเขาจะซื้อได้ได้ยังไง เวินเฟิงเหมียนอยู่ในประเทศมาตลอด เขายังจะรู้จักกับศาสตราจารย์ชั้นแนวหน้าระดับโลกได้หรือไง”

“ต่อให้รู้จัก ถ้าไม่ได้เข้าร่วมห้องทดลองของพวกเขา ไม่ใช่คนใน พวกเขาก็ไม่มีทางซื้อพวกส่วนประกอบได้”

พ่อบ้านคิดแล้วก็เห็นด้วย

ศาสตราจารย์ชั้นแนวหน้าระดับโลกมีอยู่ไม่กี่คน ตระกูลจี้ก็รู้จักแค่ศาสตราจารย์มานูเอล

“รับไปก็ดี พวกเขารนหาที่ตายเอง ฉันจะขวางไปทำไม ฉันยินดีจะเป็นผู้ชมด้วยซ้ำ” จี้อี้หยวนแสยะยิ้มแล้วถามต่อ “คุณเหยียนล่ะ”

“คุณเหยียนอยู่ที่ห้องทดลองครับ” พ่อบ้านตอบด้วยความนอบน้อม

“เมื่อครู่ผมโทรหาเธอ ตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดีครับ”

จี้อี้หยวนอึ้ง “เกิดอะไรขึ้น”

เขากับเหยียนรั่วเสวี่ยเป็นเพียงคนร่วมงาน

ถึงแม้เหยียนรั่วเสวี่ยจะไม่ใช่คนตระกูลจี้ แต่กลับมีสถานะสูงมาก

โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ เหยียนรั่วเสวี่ยได้เข้าร่วมห้องทดลองของมานูเอล กลายเป็นนักวิจัยของที่นั่น

ถึงแม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวการทดลองที่เป็นหัวใจสำคัญ แต่อย่างน้อยก็มีชื่ออยู่ในนั้น

คนอื่นๆ ในตระกูลจี้ยังไม่สามารถเข้าไปอยู่ในห้องทดลองของศาสตราจารย์ชั้นแนวหน้าระดับโลกได้

ดังนั้นต่อให้เป็นจี้อี้หยวนก็ต้องให้เกียรติเหยียนรั่วเสวี่ยอยู่บ้าง

“คุณเหยียนยังมีอีกโปรเจ็กต์ทดลองครับ” พ่อบ้านตอบ “เธอเลือกเด็กรุ่นหลังไปหลายคน จี้หลีก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ตอนนี้จี้หลีก็จะไปเข้าร่วมโปรเจ็กต์นั้นของเวินเฟิงเหมียน คุณเหยียนเลยโกรธมากครับ”

เหยียนรั่วเสวี่ยนิสัยแย่ พิลึก เป็นที่ยอมรับกันในตระกูลจี้

จี้อี้หยวนจะไปเชิญเธอมาก็ต้องพูดเพราะปากหวาน

เหยียนรั่วเสวี่ยไม่มีทางยอมให้คนอื่นมาวางอำนาจข่มเธอ โดยเฉพาะคนที่เด็กกว่า

“จี้หลี มีตาหามีแววไม่ คุณเหยียนอุตส่าห์เลือก นับเป็นเกียรติขนาดไหน ยังจะปฏิเสธอีกเหรอ” จี้อี้หยวนนึกแล้วก็ส่ายหน้า “แต่น่าเสียดาย ใครใช้ให้เธอเป็นลูกของจี้อี้หางล่ะ”

พ่อบ้านยิ้ม “เป็นเพราะนายท่านมีสายตาอันเฉียบคม เดี๋ยวพอถึงกำหนดเส้นตายของโปรเจ็กต์นั้น จี้อี้หางกับเวินเฟิงเหมียนต้องจบเห่แน่นอนครับ”

เวลานี้ภายในห้องทดลอง

“ศาสตราจารย์เหยียน ขอโทษจริงๆ ค่ะ” จี้หลีรู้สึกผิดมาก “น้องสาวของหนูเพิ่งรับทำการทดลอง หนูต้องคอยสอนเธอค่ะ ก็เลยต้องทำเสียน้ำใจของศาสตราจารย์”

หากการทดลองล้มเหลวจะติดร่างแหไปทั้งครอบครัว

เธอก็ไม่เป็นกรณียกเว้น

เหยียนรั่วเสวี่ยได้ยินแบบนี้ก็เอาเอกสารในมือโยนลงบนโต๊ะ “จี้หลี เธอจริงจังเหรอ”

“จริงจังค่ะ” จี้หลีเม้มริมฝีปาก “ศาสตราจารย์เหยียนคะ คนรุ่นเดียวกับหนูมีหลายคน ศาสตราจารย์เลือกพวกเขาได้เลยค่ะ”

เธอเองก็นึกไม่ถึงว่าเหยียนรั่วเสวี่ยจะเลือกเธอ

ดังนั้นหลังจากที่เธอทราบข่าวถึงได้มาทันที

ช่วงเวลาทำการทดลองของสองโปรเจ็กต์เหมือนกัน คาบเกี่ยวกันพอดี

ถ้าไม่ตรงกัน จี้หลีย่อมเข้าร่วม

ถูกรับเลือกเข้าห้องทดลองจากเหยียนรั่วเสวี่ยถือเป็นการการันตีเรื่องความสามารถ

“เธอน่าจะรู้ดีนะว่า ถ้าเธอมาอยู่ห้องทดลองฉัน ไม่นานก็จะสร้างผลงานได้ พ่อแม่เธอก็จะพลอยได้หน้าไปด้วย” เหยียนรั่วเสวี่ยข่มความโกรธเอาไว้

“ฉันส่งชื่อเธอไปแล้ว เธอมาบอกตอนนี้ว่าไม่ทำงั้นเหรอ”

แถมยังเป็นเพราะการทดลองที่ไม่มีทางสำเร็จโปรเจ็กต์นั้นด้วย

แบบนี้ศูนย์ในจะมองเธอยังไง

เหยียนรั่วเสวี่ยย่อมรู้จักเวินเฟิงเหมียน

แต่ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้ว เวินเฟิงเหมียนไม่มีสถานะใดๆ ในตระกูลจี้

จี้หลียังคงไม่ใจอ่อน “ขอโทษค่ะศาสตราจารย์เหยียน ตอนศาสตราจารย์จะส่งชื่อไม่ได้มาถามหนูก่อน”

“จี้หลี ความอดทนของฉันมีจำกัด” เหยียนรั่วเสวี่ยสายตาเย็นชา

“แค่ฉันพูดคำเดียวทางมหาวิทยาลัยตี้ตูก็ถอนชื่อเธอออกจากทะเบียนนักศึกษาได้ ตอนนี้เธอยังจะบอกว่าไม่ทำอีกไหม”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset