คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 634 เอลิซาเบธเธอคู่ควรเหรอ พ่อแท้ๆ

ตอนที่ 634 เอลิซาเบธเธอคู่ควรเหรอ พ่อแท้ๆ

[ซื้อขายสามร้อยยี่สิบบทความ ผลงานที่แพงที่สุดราคาสามร้อยล้านดอลลาร์]

พาดหัวข่าวนี้อยู่ด้านล่าง มีชื่อยาวเป็นหางว่าว

คนที่มีชื่ออยู่เป็นคนแรกคือ เอลิซาเบธ ลอเรนท์

เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเธอใช้เงินสูงถึงสามร้อยล้านดอลลาร์เพื่อซื้อหนึ่งบทความ อีกทั้งยังกล่าวหาว่าอิ๋งจื่อจินคัดลอกผลงานของเธอ

วงการวิชาการมีหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะ เอาไว้สำหรับลงข่าวความคืบหน้าของโปรเจ็กต์ต่างๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่รายงานเรื่องซื้อขายบทความทั้งฉบับ

สีหน้าเอลิซาเบธเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว

ทันใดนั้นเธอก็กรีดร้องออกมา ฉีกหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“ฉีกไปก็ไม่มีประโยชน์” โฮเซ่มองเธอด้วยท่าทางสุภาพ “หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ถูกตีพิมพ์ไปทั่ววงการวิชาการแล้ว บนเว็บไซต์ใหญ่ๆ ก็มี ตระกูลลอเรนท์ต้องขายหน้าไม่มีเหลือก็เพราะเธอ!”

เขาล้วงเอกสารฉบับหนึ่งออกมายื่นให้ “เมื่อวานฉันอยู่ที่ห้องทดลองของศาสตราจารย์เกอร์เวนพอดี เลยเอาเอกสารที่ตัดชื่อเธอมาให้”

“เพราะสาเหตุส่วนตัวของเธอ ศาสตราจารย์เกอร์เวนจะถามหาความรับผิดชอบ เธอรอดูแล้วกัน”

เอลิซาเบธเงยหน้าทันที ดวงตาแดงก่ำ “พูดมา! นายอยากเอาเรื่องนี้ไปบอกนายท่านใช่ไหม ให้เขาลงโทษฉัน”

พอได้ยินแบบนี้โฮเซ่ก็หยุด

เขาหันกลับไปยิ้มประชด “เอลิซาเบธ อย่าสำคัญตัวเองให้มากนักเลย”

เอลิซาเบธชะงัก น้ำเสียงเย็นชา “โฮเซ่ นายหมายความว่าไง”

“อย่าว่าแต่เธอไม่ใช่นายใหญ่ ต่อให้เธอเป็นนายใหญ่ สำหรับนายท่านแล้ว เรื่องของเธอก็เป็นเรื่องขี้ปะติ๋วมาก” โฮเซ่พูดเสียงแข็ง “ขนาดคณะผู้อาวุโสจะขอเข้าพบนายท่านยังต้องยื่นคำขอเป็นเวลานาน เธอคิดว่าเธอคู่ควรให้ฉันตั้งใจไปฟ้องนายท่านเหรอ”

“นายท่านจะตั้งใจหาเวลามาจัดการเธอโดยเฉพาะเหรอ ฉันขอเตือนนะ เธอเองก็อย่าไปรบกวนนายท่าน เดี๋ยวจะไปตายเอาเปล่าๆ”

เขาพูดจบก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

เอลิซาเบธยังคงอึ้งอยู่ที่เดิม

ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็เหมือนเดาอะไรได้ ขึ้นไปเปิดคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องทำงานชั้นบนทันที

เป็นเหมือนที่โฮเซ่พูด ในเว็บก็มีข่าวทำนองเดียวกัน

พวกนักวิชาการกับศาสตราจารย์อาจไม่ใช้โปรแกรมโซเชียลอย่างอื่นๆ แต่พวกเขาอ่านข่าวบนเว็บไซต์สายวิชาการแบบนี้แน่นอน

ชื่อเอลิซาเบธ ลอเรนท์ ถูกปักอยู่บนเสาแห่งความอัปยศ ฉาวโฉ่ไปทั้งวงการวิชาการแล้ว

ร่างกายเอลิซาเบธหมดแรง

เธอทำลายเส้นทางนักวิจัยด้วยมือเธอเอง

อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องอาหารโรงแรมของประเทศเจ

ซีนายไม่ชินกับอาหารยุโรป

เธอหยิบถุงอาหารสุญญากาศออกมา ยกอาหารสิบอย่างในนั้นออกมาวาง

อาหารที่เอาออกมากำลังร้อนๆ กลิ่นหอมโชยกรุ่น

อิ๋งจื่อจินครุ่นคิด

เธอไม่สนเทคโนโลยีอื่น แต่วิธีเก็บอาหารแบบนี้เธอชักอยากเรียนสักหน่อย

เธอถูกฟู่อวิ๋นเซินตามใจมาตลอดจนเป็นคนเลือกกิน

ซีนายกวักมือ “กินสิ ไม่ต้องเกรงใจ ไว้รอฉันพาพวกเธอไปเมืองแห่งโลกฉันจะเลี้ยงสุดยอดอาหาร”

ขณะพูดก็ทำหน้าเศร้า “ถ้าพี่สะใภ้ใหญ่ของฉันฟื้นเมื่อไร ฉันจะให้พวกนายได้ชิมรสมือของเธอ”

ฟู่อวิ๋นเซินเหลือบตาขึ้น “พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอสลบไปได้ยังไง”

ซีนายเม้มริมฝีปาก “สะเทือนใจอย่างรุนแรง พี่สะใภ้ใหญ่ของฉันคิดว่าคลอดทารกที่ตายแล้วออกมา ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงที่พี่ใหญ่ของฉันหายสาบสูญไปตอนนั้น ก็เลยหมดกำลังใจในการใช้ชีวิต จนถึงตอนนี้ยังนอนเป็นผัก”

มือของอิ๋งจื่อจินชะงักเล็กน้อย “คิดว่าทารกตายเหรอ”

“ใช่ แต่ฉันยืนยันเลยนะว่าไม่ใช่ หลานสาวของฉันต้องยังมีชีวิตอยู่ชัวร์” ซีนายก้มหน้า “แต่ฉันตามหามาสิบปีแล้วก็ยังไม่เจอ ถ้าหาเจอเธอจะต้องปลุกพี่สะใภ้ใหญ่ของฉันได้แน่”

ตระกูลเรนเกลหานักสะกดจิต หมอ นักเล่นแร่แปรธาตุมาหลายคน แต่ก็ไม่สามารถทำให้คุณนายใหญ่ฟื้นได้

นักสะกดจิตอันดับสองที่พวกเขาเชิญไปจากบนโลกบอกว่า นี่เป็นโรคทางใจ

โรคทางใจก็ต้องใช้ยาทางใจรักษา

คุณนายใหญ่ไม่อยากฟื้น ต่อให้ใช้แรงภายนอกที่แข็งแกร่งขนาดไหนช่วยก็ทำให้เธอฟื้นไม่ได้

อิ๋งจื่อจินเงียบไปสักพัก “เอาแบบนี้ ฉันลองช่วยรักษาพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอได้นะ”

ตัวเลือกระหว่างตามหาคนกับรักษาคน เธอขอเลือกอย่างหลัง

อย่างไรเสียก็ไม่มีข้อมูลอะไรเลย การตามหาคนแบบนี้ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร

ซีนายไม่กอดความหวังอะไร แต่ก็ยังคงพยักหน้า “ได้”

“สิบปีเหรอ” ฟู่อวิ๋นเซินเหลือบตาขึ้น “อายุที่แท้จริงของเธอคือเท่าไร”

ซีนายล้วงกระเป๋า เชิดหน้าขึ้น “ฉันยี่สิบหกแล้ว โตกว่าพวกเธอใช่ไหมล่ะ”

“งั้นก็…” ฟู่อวิ๋นเซินพูดเสียงเนือย “ไม่แน่หรอกนะ”

อิ๋งจื่อจินหรี่ตาเล็กน้อย “แสดงว่าเธอกินยาเล่นแร่แปรธาตุเข้าไปเหรอ”

ซีนายก้มหน้า เงียบไปชั่วครู่ “ใช่ ทำให้จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่ฟื้นกลับไปร่างเท่าอายุปกติ ยาเล่นแร่แปรธาตุชนิดนี้ล็อกอายุกับร่างกายของฉันเอาไว้”

แววตาของอิ๋งจื่อจินขยับเล็กน้อย

ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าวิชาเล่นแร่แปรธาตุบนโลกมาจากไหน

เห็นได้ชัดว่าแพร่มาจากเมืองแห่งโลก

เพราะยาเล่นแร่แปรธาตุชนิดนี้ที่ซีนายพูดถึงไม่มีในวงการเล่นแร่แปรธาตุตอนนี้

หดร่างกายและทำให้กลับไปเป็นเด็กไม่แก่ ยาแบบนี้ไม่เท่ากับทำให้คนเป็นอมตะหรอกเหรอ

อีกทั้งเหตุการณ์ระเบิดในเมืองมหาวิทยาลัยตอนนั้นก็ใช้ระเบิดเล่นแร่แปรธาตุที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน

อิ๋งจื่อจินครุ่นคิดชั่วครู่ “ชาวเมืองแห่งโลกมาบนโลกมนุษย์บ่อยหรือเปล่า

“ไม่นะ เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของคนที่นั่นไม่มีทางมา” ซีนายยักไหล่ “ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของพวกเธอในตอนนี้คือสิ่งที่พวกเราผ่านมาก่อน”

“เมื่อเทียบกับเมืองแห่งโลก พวกเธอล้าหลังมาก คล้ายกับพวกเธอไปยุคดึกดำบรรพ์”

“แต่เธอก็ทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าก็มีคนที่เลือกจะทิ้งชีวิตในเมืองแห่งโลกเพื่อมาบนโลก” เธอพูดต่อ “ฉันเคยได้ยินอยู่คนหนึ่ง”

อิ๋งจื่อจินเงยหน้า “ใคร”

“ไม่รู้ว่าพวกเธอรู้จักคนคนนี้หรือเปล่า” ซีนายลูบคาง “เพราะมันก็เรื่องเมื่อหลายศตวรรษก่อนแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจหาข้อมูลเกี่ยวกับเขา”

เธอหยุดเล็กน้อยแล้วถึงพูดขึ้น “คนคนนี้ชื่อ ไซมอน แกรนด์”

แววตาของอิ๋งจื่อจินเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เธอว่าใครนะ”

“ไซมอน แกรนด์” ซีนายพูดซ้ำอีกครั้ง “เขาอยู่เมืองแห่งโลกเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง แต่ต่อมาเขาก็ขอไปอยู่ข้างนอก หรือก็คือบนโลก สำนักผู้วิเศษจนปัญญา ทำได้เพียงปล่อยไป”

“สำนักผู้วิเศษจัดการล้างความทรงจำทั้งหมดของเขาที่เกี่ยวข้องกับเมืองแห่งโลก ห้ามเขากลับมาเหยียบที่เมืองแห่งโลกอีก”

อิ๋งจื่อจินพูดเสียงเบา “มิน่าล่ะ”

มิน่าไซมอน แบรนด์ ถึงสามารถวาดพวกยานอวกาศที่เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำตอนศตวรรษที่สิบเจ็ดได้

เพราะเขาเป็นชาวเมืองแห่งโลก

โลกมนุษย์ในศตวรรษที่สิบเจ็ดยังห่างจากปฏิวัติอุตสาหกรรมอยู่ร้อยกว่าปี ขนาดเครื่องจักรไอน้ำก็ยังไม่มี

แต่เมืองแห่งโลกมีเทคโนโลยีที่ไปเหยียบดวงจันทร์แล้ว

ล้ำหน้าไปไกลมาก

“อันที่จริงเมืองแห่งโลกก็เหมือนโลกจอมยุทธ์ อยู่บนโลกเหมือนกัน” ซีนายเท้าคาง “แต่พวกเราเคยชินกับการเรียกว่าโลกของพวกเธอแล้ว ฉันไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวอะไรหรอก พวกเขาอัปลักษณ์เกินไป”

อิ๋งจื่อจินพยักหน้าเบาๆ “เข้าใจแล้ว”

“เอ๊ะ เมื่อวานดีใจจนลืมไปเลย ฉันมีรูปของหัวหน้าตระกูลอวี้ด้วยนะ” ซีนายหมุนนาฬิกาข้อมือ “จะเอาให้ดู อย่าจำผิดคนล่ะ”

หลังจากกดปุ่มบนนาฬิกาข้อมือก็มีจอสามมิติรูปคนปรากฏ

ซีนายกดๆ กลางอากาศ รูปสามมิติเสมือนคนก็เริ่มหมุน

เพื่อให้แน่ใจว่าอิ๋งจื่อจินกับฟู่อวิ๋นเซินจะได้เห็นรอบด้าน

ผู้ชายคนนั้นอยู่ในชุดอัศวิน มือจับดาบ

ใบหน้าดุดัน บุคลิกน่าเกรงขาม

มีรังสีอันน่ากลัวแผ่จากตัว ดูก็รู้ว่าเป็นบุคคลที่มีสถานะสูงส่ง

ด้านล่างมีตัวหนังสือลอยอยู่

[เซ่าอวิ๋น อวี้]

“เอ๊ะ” ซีนายมองฟู่อวิ๋นเซิน “ฉันว่านายกับเขาคล้ายกันนะ!”

ฟู่อวิ๋นเซินไม่พูด

เขามองคำว่า ‘เซ่าอวิ๋น’ ดวงตาสีอำพันเริ่มขรึมลง

ที่แท้ก็แบบนี้

ฟู่หลิวอิ๋งตั้งชื่อนี้ให้เขาไม่ใช่แค่เพราะมีความหมายว่า ‘แสงสว่างในความมืดมิด’

ยังเป็นความคิดถึงที่มีต่อคนรักอีกด้วย

ตอนนี้แน่ใจได้อย่างหมดเปลือกแล้ว

หัวหน้าตระกูลอวี้ก็คือพ่อแท้ๆ ของเขา

“เอาล่ะ” ฟู่อวิ๋นเซินพูด “ฉันแน่ใจแล้วว่าเป็นเขา”

“งั้นพวกเธอต้องพยายามเข้านะ แก้แค้นเขาไม่ใช่เรื่องง่าย” ซีนายกดปิดจอฉาย คิดแล้วพูดขึ้น “จะว่าไปเคยมีข่าวเมาท์เกี่ยวกับเขาด้วยนะ”

“ซักเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนได้ ฉันได้ยินว่าผู้หญิงของเขาทรยศเขา ทำให้เขาถูกล้อมโจมตี เขาเจ็บหนักเกือบตาย สุดท้ายได้คนของสำนักผู้วิเศษออกโรงด้วยตัวเองถึงช่วยชีวิตเขากลับมาได้”

“ต่อมาผู้หญิงคนนั้นไปไหนแล้วฉันก็ไม่รู้ ฉันเองก็ฟังผู้อาวุโสในตระกูลเล่ามาอีกที คิดว่าน่าจะตายแล้วนะ”

เรื่องแบบนี้เป็นข่าวฉาวสำหรับตระกูลอวี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ตระกูลเรนเกลก็แค่พอได้ยินมาบ้าง แต่รายละเอียดความจริงเป็นอย่างไรพวกเขาไม่รู้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชาวเมืองแห่งโลกคนอื่นๆ

สายตาของอิ๋งจื่อจินจับจ้อง “คุณป้าเหรอ”

ลำดับเวลาตรงกันพอดี

แววตาของฟู่อวิ๋นเซินวูบไหว “ในสายตาของพวกเขา ใช่”

ฟู่หลิวอิ๋งเป็นคนอย่างไรเขารู้ดี

เธอไม่มีทางหักหลัง

“เรื่องอาจมีอะไรแฝงอยู่” อิ๋งจื่อจินขมวดคิ้ว “พวกเราต้องสืบให้แน่ชัดก่อน”

ฟู่อวิ๋นเซินแค่ยิ้ม ไม่พูดอะไร

“อ้อ จริงสิ” ซีนายตีหัวตัวเอง “ถึงจะบอกว่าพวกเธอไม่มีปัญญาล้างแค้นเขาได้แน่นอน แต่คนของสำนักผู้วิเศษทำได้นะ”

“พวกเขามีความสามารถพิเศษ คนของสองตระกูลเราเป็นแค่เพียงคนธรรมดาเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา แค่พวกเขาตวัดมือ ตระกูลอวี้ก็พังพินาศหมดแล้ว”

แต่การได้รู้จักคนของสำนักผู้วิเศษมันง่ายเหรอ

ยิ่งไปกว่านั้นมีเหรอที่สำนักผู้วิเศษจะยอมฆ่าหัวหน้าตระกูลอวี้เพื่อช่วยคนที่มาจากโลก

ซีนายก็แค่พูดเรื่อยเปื่อย ไม่ได้คาดหวังอะไร

เมืองแห่งโลก

ดินแดนที่อารยธรรมมนุษย์เจริญขั้นสูง

ตระกูลอวี้

ถึงแม้ชายวัยกลางคนจะอายุครึ่งร้อยแล้ว แต่ใบหน้ายังคงอ่อนเยาว์

บุคลิกน่าเกรงขาม ท่าทางสง่างาม

“ท่านหัวหน้าตระกูลครับ” พ่อบ้านพูดอย่างนอบน้อม “คุณนายผู้เฒ่าเชิญไปหาหน่อยครับ”

เซ่าอวิ๋นเดินตามพ่อบ้านไป

บนระเบียงดาดฟ้า คุณนายผู้เฒ่าอวี้เล่นสร้อยลูกประคำอยู่ในมือ เธอพูดขึ้น “ได้ยินว่าไม่กี่เดือนก่อนไปบนโลกมาเหรอ แถมยังไปที่ประเทศจีนด้วย ตอนนี้ก็ยังอยากไปอีกงั้นเหรอ”

มือของเซ่าอวิ๋นชะงัก “ครับ”

“เป็นแบบนี้จริงๆ สินะ” คุณนายผู้เฒ่าอวี้หลับตา พูดเสียงเย็นชา “ยี่สิบกว่าปีแล้ว เดิมทีฉันคิดว่าแกยอมแต่งงานเกี่ยวดองทางตระกูล มีลูกแล้ว ก็จะลืมเรื่องเมื่อก่อนได้ ปรากฏว่าแกยังจดจำได้ดี”

เซ่าอวิ๋นกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูด พูดขึ้น “เธอมีลูกให้ผมคนหนึ่งครับ”

ถ้าตอนนั้นเขารู้ว่าฟู่หลิวอิ๋งยังตั้งท้องด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางปล่อยเธอไป

คุณนายผู้เฒ่าอวี้จับลูกประคำแรงขึ้นทันที แสยะยิ้ม “แค่เด็กคนเดียวแกก็ใจอ่อนแล้วเหรอ มีผู้หญิงตั้งเท่าไรต่อคิวพร้อมจะมีลูกให้แก แต่แกยังยึดติดกับคนนี้งั้นเหรอ”

“อีกอย่าง อย่าลืมนะว่า แกมีทายาทสายตรงแล้ว แกเอาเขาไว้ตรงไหน”

เซ่าอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น กัดฟันกรอด

คุณนายผู้เฒ่าอวี้พูดเสียงแข็ง “ผู้หญิงคนนั้นหักหลังแก เกือบทำแกตาย ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ แค่ไล่ออกจากเมืองแห่งโลกก็นับว่าเมตตามากแล้ว”

ตอนนั้นถ้าเธอรู้ว่าฟู่หลิวอิ๋งมาจากประเทศจีน ไม่ใช่ชาวเมืองดั้งเดิมของเมืองแห่งโลก ไม่ว่าอย่างไรจะไม่มีทางให้เซ่าอวิ๋นได้คลุกคลีกับผู้หญิงคนนั้น

เซ่าอวิ๋นไม่ปฏิเสธ แต่กลับไม่เปลี่ยนคำพูด “ผมต้องพาลูกชายของผมกลับมา”

คุณนายผู้เฒ่าอวี้โมโหมาก

เซ่าอวิ๋นลุกขึ้น “ผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ได้ ฉันรับปากแก” สายตาของคุณนายผู้เฒ่าอวี้ดุจมีเปลวเพลิง เธอพูด “แกจะรับเขามาอยู่เมืองแห่งโลกก็ได้ จะเอาเขาเข้ามาอยู่ในตระกูลอวี้ก็ได้เหมือนกัน แต่มีข้อแม้”

เซ่าอวิ๋นรู้สึกเหนือความคาดหมาย

คุณนายผู้เฒ่าอวี้หัวรั้นมาตลอด อีกทั้งเกลียดคนที่มาจากภายนอก

ในสายตาของชาวเมืองดั้งเดิมของเมืองแห่งโลก ต่อให้สำนักผู้วิเศษรับอัจฉริยะระดับโลกเข้ามาด้วยตัวเองก็ไม่มีทางสู้พวกเขาได้

คนที่มาจากภายนอกเป็นคนระดับล่าง สายเลือดผิดเพี้ยน

สีหน้าของเซ่าอวิ๋นผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ว่ามาครับ”

“ห้ามเอาเขาเข้าผังตระกูล ห้ามใช้นามสกุลอวี้” คุณนายผู้เฒ่าอวี้หลับตา “แกจะป่าวประกาศถึงการมีตัวตนของเขาก็ได้ แต่ต้องบอกว่าเขาเป็นลูกนอกสมรส”

“สถานะของเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามเกินหน้าเกินตาทายาทสายตรงของแก เป็นได้แค่พลเมืองชั้นสามของเมืองแห่งโลก”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset