คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 707 ยิงถูกจูซาในดอกเดียว ปีนขึ้นไขว่คว้าไม่ไหว

ตอนที่ 707 ยิงถูกจูซาในดอกเดียว ปีนขึ้นไขว่คว้าไม่ไหว

คันธนูคันนี้ตระกูลอวี้จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อให้สมาชิกสายตรงใช้ฝึก

แตกต่างจากอาวุธระยะประชิดทั่วไป

แร่ที่ใช้ทำคันธนูเป็นแร่ที่มีเฉพาะในเมืองแห่งโลก มีความหนาแน่นสูง

หากไม่เคยผ่านการฝึกด้านพละกำลังมาก่อนไม่มีทางยกขึ้น

ครั้งก่อนที่ฟู่อวิ๋นเซินมาคฤหาสน์ตระกูลอวี้ คุณชายสี่ก็เห็นอยู่ไกลๆ

เขารู้สึกว่าฟู่อวิ๋นเซินผอมมาก ดูไม่มีกล้ามเนื้ออะไร

จะต้องยกไม่ขึ้นแน่นอน

ไม่แน่ยังจะถูกทับใส่

คุณชายสี่ยื่นคันธนูให้เสร็จก็ปล่อยมือทันที

แต่กลับเหนือความคาดหมายของเขา

ฟู่อวิ๋นเซินถือคันธนูอันใหญ่ได้อย่างสบายๆ ทั้งยังจับหมุนดูในมือเหมือนจับแก้วใบหนึ่ง

เขาเงยหน้า ยิ้มมุมปากอย่างไม่เคร่งเครียด “ได้”

คุณชายสายตรงทั้งสามคนมองหน้ากัน รู้สึกประหลาดใจ

เขาถือไหวจริงๆ เหรอเนี่ย

แต่ถือไหวก็ไม่ได้หมายความว่าจะยิงโดนเป้า

“พี่ใหญ่เก่งมาก” คุณชายห้าถอยหลังหนึ่งก้าว “เริ่มจากพี่ใหญ่แล้วกัน พี่ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้พวกเรา”

ฟู่อวิ๋นเซินเหลือบตาขึ้น ยกแขน ค่อยๆ ง้างคันธนู

เพียงแต่เขาไม่ได้เล็งไปที่เป้า แต่เป็นท้องฟ้า

“พี่ใหญ่ พี่ต้องเล็งไปที่เป้าสิ” คุณชายห้ามอง “พี่เล็งแบบนี้มันจะออกไปที่อื่นนะ”

ฟู่อวิ๋นเซินปล่อยมือ

“สวบ…”

ลูกธนูห้าดอกถูกปล่อยออกไปพร้อมกัน พุ่งออกไปเร็วมาก มองไม่ทันในชั่วพริบตา

คุณชายทั้งสามคนเงยหน้ามอง

เป้าหลายอันถูกตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า บนนั้นไม่มีลูกธนูสักดอก

“แค่นี้น่ะเหรอ” คุณนายผู้เฒ่าอวี้แสยะยิ้ม ที่มากกว่าคือความโมโห “ลูกธนูห้าดอก ไม่เข้าเป้าเลยสักดอก นี่ถ้าเป็นเซ่าอิ่ง ดอกเดียวก็เข้าห้าเป้าได้”

เธอก็บอกแล้ว

พวกคนจากนอกเมืองแห่งโลกสู้ชาวเมืองดั้งเดิมอย่างพวกเขาไม่ได้หรอก

เธอไม่มีทางให้คนแบบนี้มาสืบทอดตระกูลอวี้

จูซายิ้มไม่พูดอะไร หยิบถ้วยชาขึ้นมาเป่าเบาๆ สายตายังคงใสซื่อไร้ที่ติเช่นเคย

“พี่ใหญ่ ไม่ไหวนะแบบนี้ เวลายิงมันไม่ได้ดึงคันธนูแบบนั้น” คุณชายห้ามั่นใจยิ่งกว่าเดิม “มาๆ พี่ใหญ่ ผมจะสอนให้ว่ายิงธนูเขายิงกันยังไง ดูนะ…”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ

“ตุบ!”

“ตุบ!”

“ตุบ!”

ทันใดนั้นได้มีวัตถุสีดำหลายชิ้นตกลงมาจากบนท้องฟ้า เสียงดังตุบต่อเนื่อง

คุณชายห้าอึ้ง ก้มดู

ลูกธนูห้าดอกที่ฟู่อวิ๋นเซินปล่อยไปก่อนหน้านี้เรียงกันอยู่บนพื้นครบทุกดอก

ลูกธนูหนึ่งดอกเสียบนกสามตัว ตำแหน่งที่นกแต่ละตัวถูกเสียบต่างเหมือนกัน

“ตุบ” คันธนูในมือคุณชายห้าตกพื้น

เขาเหม่อมองนกสิบห้าตัว ตะลึงงัน

คุณชายอีกสองคนก็หุบปากสนิท ถลึงตามอง

พวกเขารู้ดีว่านกพวกนี้บินเร็วขนาดไหน

ปกติมองด้วยตาเปล่ายังแทบมองไม่ทัน

บางครั้งพวกตระกูลชั้นยอดจะมีรวมตัวกันล่าสัตว์ แต่ก็ไม่มีทางเอารายการยิงนกใส่เข้าไป

แต่ฟู่อวิ๋นเซินแค่ยิงธนูออกไปไม่กี่ดอกก็ได้นกมาแล้วสิบห้าตัว

แถมยังเสียบเหมือนลูกชิ้น

“…”

เกิดความเงียบขึ้นในสนาม

คุณนายผู้เฒ่าอวี้มีสีหน้าหงุดหงิด คล้ายถูกตบกลางอากาศ ใบหน้าแสบร้อน

รอยยิ้มบนใบหน้าของจูซาค่อยๆ หุบลง เป็นครั้งแรกที่มีสีหน้าเคร่งขรึม

เธอได้รับคำสั่งจากสำนักผู้วิเศษ หลังจากแต่งเข้าตระกูลอวี้ ช่วงเวลาเกือบยี่สิบปีมานี้ไม่เคยเจอเรื่องที่เหนือความควบคุมของเธอมาก่อน

ตอนแรกสุดที่รู้ว่าฟู่หลิวอิ๋งยังมีลูกด้วย จูซาไม่เคยเก็บมาใส่ใจ

ก็แค่เธอรู้มาจากทางสำนักผู้วิเศษว่า เลือดของฟู่หลิวอิ๋งมีคุณสมบัติพิเศษ

แก้พิษได้ ทั้งยังช่วยบำรุงแก่นแท้ของร่างกาย

เธอก็เลยให้ความสนใจฟู่อวิ๋นเซินมากหน่อย เพราะอยากได้เลือดมาทดสอบ

แต่ตอนนี้?

ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เอาแค่ด้านพละกำลัง ความสามารถที่ฟู่อวิ๋นเซินแสดงออกเก่งกว่าอวี้เซ่าอิ่ง

แววตาของจูซาค่อยๆ ขรึมลง

เธอดื่มชาด้วยสีหน้าเรียบเฉย หลุบตาลง

ฟู่อวิ๋นเซินไม่ได้วางคันธนูลง

ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อย “ลูกธนู”

ตอนที่คุณชายห้าได้สติกลับมา มือของเขาได้ยื่นลูกธนูให้อย่างควบคุมไม่ได้

เขาแค่อยากตบหน้าตัวเอง

ทำไมมือไม่ฟังคำสั่งได้ขนาดนี้!

“นายรีบมานี่” คุณชายสี่รีบดึงเขา รู้สึกไม่สบอารมณ์ “อย่าบังพี่ใหญ่ยิงธนู”

คุณชายห้ากัดฟันพูด “ใครบอกกันนะว่าอยากเห็นเขาขายหน้า”

“เฮ้อ ฉันพูดเอง แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะเก่งจริง” คุณชายสี่พูดอย่างไม่แคร์ หน้าหนา “นายรีบมายืนตรงนี้ อย่าบังสายตาฉัน”

คุณชายห้า “…”

ช่างเถอะ เขาก็อยากดูเหมือนกัน

ฟู่อวิ๋นเซินง้างคันธนูอีกครั้ง ท่าทางคล่องแคล่ว

เขาดูไม่เคร่งเครียด บุคลิกเหมือนคุณชายเสเพล แต่กลับมีความน่าเกรงขามในตัว

ครั้งนี้เขายังคงไม่เล็งไปที่เป้าในสนาม แต่เป็นอัฒจันทร์

“สวบ!”

เกิดเสียงดังขึ้น ลูกธนูถูกปล่อยฝ่าอากาศออกไป

เสียงลมปะทะ ลูกธนูฝ่าอากาศไป แรงพุ่งมหาศาล

คุณนายผู้เฒ่าอวี้ตาเหลือก สภาพจิตใจทนรับไม่ไหว หมดสติไปในทันที

จูซาเป็นผู้บัญชาการหญิงเพียงคนเดียวของหน่วยอัศวินมาได้หลายปี ฝีมือของเธอย่อมไม่ต่ำ กลับสูงมากด้วยซ้ำ

แต่เธอไม่คาดคิดว่าฟู่อวิ๋นเซินจะกล้าลงมือกับเธอโดยตรงท่ามกลางสายตาของหลายคน

จูซาหลบไม่ทัน ลูกธนูปักเข้าที่ท้องของเธอ

“สวบ!”

เธอกระอักเลือด หน้าซีดในชั่วพริบตา ถ้วยชาในมือหล่นกลิ้งบนพื้น

พ่อบ้านรู้สึกเหลือเชื่อ “คุณนายใหญ่!”

เขาทั้งตกใจทั้งโมโห ยกปืนเลเซอร์ในมือขึ้นมาทันที เล็งไปที่ฟู่อวิ๋นเซิน “บังอาจ!”

เป็นแค่ลูกนอกคอกยังจะกล้าลงมือกับคุณนายใหญ่ของตระกูลอวี้

ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม!

ฟู่อวิ๋นเซินทิ้งคันธนูในมือ ลูบแขนเสื้อลงอย่างใจเย็น

เขาหันไปพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ก็ลองดู”

พ่อบ้านโมโหยิ่งกว่าเดิม กำลังจะเหนี่ยวไก

มีเสียงตวาดดังขึ้น “ใครกล้า”

พ่อบ้านตัวแข็ง คุกเข่าลงทันที “ท่านหัวหน้าตระกูล”

เซ่าอวิ๋นแค่เหลือบมอง พอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

เขาไม่พูดอะไร ยกมือ “ไปเถอะเจ้าเจ็ด”

“พะ พี่ใหญ่” คุณชายห้ายกมือที่สั่นอยู่ ชูนิ้วโป้งให้ฟู่อวิ๋นเซินแล้วพูดจากใจจริง “สุดยอด”

จูซาแต่งเข้าตระกูลอวี้ค่อนข้างช้า แต่เนื่องจากเธอเคยเป็นผู้บัญชาการอัศวินจอกศักดิ์สิทธิ์ สถานะจึงสูงมากมาตลอด

ผู้เฒ่าอวี้ให้ความสำคัญต่อเธอมากตอนเขายังมีชีวิตอยู่

ไม่มีใครกล้ารังแกเธอ

อีกทั้งจูซาเองก็วางตัวดีให้คนจับผิดอะไรไม่ได้ ทุกครั้งมีแต่รอยยิ้มให้คนอื่น

แต่คุณชายห้าก็มักรู้สึกว่าจูซาแปลกๆ ทำให้เขาอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็บอกไม่ได้ว่าตรงไหน

“ท่านหัวหน้าตระกูล” พ่อบ้านไม่เข้าใจ “คุณนายใหญ่บาดเจ็บขนาดนี้แล้ว ท่านจะไม่มาดูหน่อยเหรอครับ คุณนายผู้เฒ่าก็ตกใจจนหมดสติไปแล้วด้วย”

“ฉันดูแล้วช่วยอะไรได้” เซ่าอวิ๋นเหลือบมอง “โรงพยาบาลปิดตายหมดแล้วหรือไง”

“ท่านหัวหน้าตระกูล!” พ่อบ้านตะลึง “ไม่กลัวคุณนายผู้เฒ่ากับคุณชายเซ่าอิ่งจะขุ่นเคืองใจเหรอครับ”

เขาเห็นอวี้เซ่าอวิ๋นมาตั้งเด็ก

เมื่อก่อนอวี้เซ่าอวิ๋นเชื่อฟังผู้เฒ่าอวี้กับคุณนายผู้เฒ่ามาก

นับตั้งแต่รู้จักฟู่หลิวอิ๋งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เซ่าอวิ๋นไม่หันไป กำดาบที่เอวแน่น

เคืองใจแล้วยังไง

หัวใจของเขาตายไปนานแล้ว

วันต่อมา สำนักวิจัย

“รุ่นพี่เยี่ย เหมือนรุ่นน้องอิ๋งไม่ค่อยอยู่ในหอพักเลยนะ” นักศึกษาชายคนหนึ่งพูดขึ้น “คราวก่อนผมไปหาเธอ เธอก็ไม่อยู่”

“นายไปหารุ่นน้องอิ๋งทำไม” เยี่ยซือชิงเหล่มองเขา ทำเสียงหึ “ฉันจะบอกให้นะ ด้วยหน้าตาและความสามารถของรุ่นน้องอิ๋ง ต้องมีแฟนอยู่แล้วแน่นอน นายเลิกคิดได้เลย”

นักศึกษาชาย “…”

“รุ่นพี่เยี่ย การขนส่งอะไหล่ของพวกเราหยุดชะงักแล้ว!” เวลานี้สมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์สีหน้าเปลี่ยน “มีแอคเคาท์ที่สิทธิพิเศษเยอะกว่าพวกเราเจตนาขัดขวางการขนส่งของพวกเราค่ะ”

เยี่ยซือชิงก็สีหน้าเปลี่ยน เดินเข้าไป “เกิดอะไรขึ้น”

ค่าทำอะไหล่ตัวนี้ไม่แพง แต่ขั้นตอนการทำค่อนข้างยุ่งยาก เลยจำเป็นต้องสั่งจองล่วงหน้า

อาทิตย์ก่อนพวกเขาสั่งทำในเว็บดับบลิว หลังจากทางนั้นอนุมัติแล้วก็คาดว่าจะส่งมาถึงในวันนี้

สมาชิกกลุ่มถอยออก “รุ่นพี่เยี่ยดูสิคะ”

“จริงด้วย คนที่ขัดขวางพวกเราคือแอคเคาท์ระดับเอ” เยี่ยซือชิงมีสีหน้าหนักใจ “ชะลอไว้เจ็ดวัน”

“เจ็ดวันเหรอ”

บรรดาสมาชิกในกลุ่มมองหน้ากัน

แต่อีกห้าวันก็จะเป็นกำหนดส่งโปรเจ็กต์แล้ว

ส่งให้พวกเขาล่าช้าเจ็ดวันแล้วพวกเขาจะส่งโปรเจ็กต์ยังไง

เยี่ยซือชิงขมวดคิ้ว “มีใครรู้จักคนที่มีแอคเคาท์ระดับสูงบ้างไหม”

แอคเคาท์ของเธอก็เป็นแค่ระดับบีเหมือนกัน

สมาชิกกลุ่มเม้มริมฝีปาก พูดเสียงเบา “ตอนนี้คนในคณะวิศวะรู้กันหมดว่าพวกเราไม่ถูกกับกลุ่มเอ ไม่มีใครให้พวกเรายืมแอคเคาท์”

“ฉันจะบอกรุ่นน้องอิ๋งก่อน” เยี่ยซือชิงครุ่นคิด “แล้วฉันจะไปดูที่คณะอื่นหน่อย”

เธอส่งข้อความเสร็จกำลังจะออกไปข้างนอก

แต่กลับได้ข้อความตอบกลับมาว่า

[อิ๋งจื่อจิน : ก็แค่แอคเคาท์ระดับเอ]

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset