รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 119 มีข้อสงสัยมากมาย

บทที่ 119 มีข้อสงสัยมากมาย
“มีที่ไหนกัน ไม่ใช่หรอก” ส้งเส่นเอ๋อนึกไปถึงที่ตลาดกลางคืน ที่มีหญิงชราเข้าใจผิดคิดว่าเธอและฉินหลั่งเป็นคู่รักกัน ก็รู้สึกไม่สบายใจ ต่อให้เธอจะแน่ใจว่าเชือกสีแดงเส้นนี้คือเชือกสีแดงที่หญิงชราใส่ให้แก่เธอ แต่ก็ไม่อยากจะยอมรับอยู่ดี
“จะไม่ใช่ได้อย่างไร?” โจวซินดึงมือของส้งเส่นเอ๋อมา แล้วใช้เส้นหนึ่งพันเข้าที่นิ้วชี้ของส้งเส่นเอ๋อ: “เธอดูนี่ รอยผูกนี่เห็นอยู่ชัดๆว่าเคยพันอยู่ที่นิ้วของเธอ เส้นนี้มีรอยผูกค่อนข้างใหญ่ คือเส้นที่ฉินหลั่งเคยสวมมาก่อน
ส้งเส่นเอ๋อเหลือบมองเชือกแดงที่อยู่บนมือ ในใจก็ยังไม่อยากยอมรับ
“พี่ชาย ฉันอยากจะถามคุณหน่อย ทำไมเชือกแดงสองเส้นนี้ถึงมาอยู่บนรถได้?” มือของโจวซินถือเชือกสีแดงอยู่ แล้วจึงหันไปถามชายหนุ่ม
“ไม่รู้เหมือนกัน” ชายหนุ่มรีบแย่งเชือกสีแดงที่อยู่ในมือของโจวซิน จากที่พวกโจวซินพูดคุยกัน เขาก็พอจะฟังออกว่า เชือกแดงทั้งสองเส้นนี้ เป็นของคุณชายใหญ่ คงจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้คุณชายใหญ่ไม่ทันได้ระวังจึงทำตกเอาไว้ ในเมื่อเป็นของของคุณชายใหญ่ ก็จะต้องเก็บรักษาไว้ให้เป็นอย่างดี ถ้าหากคุณชายใหญ่ถามหาขึ้นมา แล้วพวกเขาทำหายไปแล้ว เช่นนี้ใครจะรับผิดชอบความผิดนี้ไหว?
“โอ๊ย” เป็นเพราะชายหนุ่มแย่งไปเร็วเกินไป มือของโจวซินจึงถูกบาด โจวซินมองดูชายหนุ่มที่รีบเก็บเชือกแดงอย่างเรียบร้อย ในใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสงสัย เห็นชัดๆว่านี่คือเชือกแดงของฉินหลั่ง แล้วทำไมเขาจะต้องรีบร้อนขนาดนี้ด้วย? หรือว่า……โจวซินเหลือบตา
“เส่นเอ๋อ ครั้งนี้โชคดีที่ได้คุณโข่งมาช่วยเหลือพวกเราไว้ ไม่เช่นนั้นพวกเราคงจะแย่แน่ๆ เฮ้อ ฉันดูฉินหลั่งคนนั้นผิดไปจริงๆ หวงเกอให้เขามาคอยดูแลพวกเรา แต่ว่า เหมือนกับที่เธอพูดไม่มีผิด เวลาที่เกิดเรื่อง เขาก็หายหัวไปก่อนใคร!”
สีหน้าของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามโจวซินเปลี่ยนไป
“ฉันก็บอกเธอแล้วไงว่า หากเขาพึ่งได้จริงๆ แม่หมูก็คงจะปีนต้นไม้ได้เหมือนกัน” ส้งเส่นเอ๋อเกลียดฉินหลั่งมาก เอาแต่พูดอยู่ตลอดว่าหวงเกอให้เขามาดูแลตนเอง แต่ตอนที่ตนเองมีเรื่อง เขากลับไม่รู้ไปอยู่ไหน? เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อครู่ที่เกือบจะถูกสองพ่อลุกตระกูลหม่าทำมิดีมิร้าย ส้งเส่นเอ๋อก็ยิ่งเกลียดฉินหลั่ง
ชายหนุ่มหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่อยากฟังสิ่งที่พวกเธอพูดอีกต่อไป
“เส่นเอ๋อ ก่อนหน้านี้หญิงชรายังคิดว่าเธอกับฉินหลั่งเป็นคู่รักกันเลย เธอพูดความจริงกับฉันเดี๋ยวนี้ ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับฉินหลั่ง?”
ถึงแม้โจวซินจะพูดกับส้งเส่นเอ๋อ แต่เธอก็แอบสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่มตลอด
“โจวซิน เธอยังจะถามเรื่องนี้ขึ้นมาอีกทำไม!”
ส้งเส่นเอ๋อมีท่าทีละอายใจเป็นอย่างมาก เธอดึงมอของโจวซิน เมื่อนึกถึงท่าทางของฉินหลั่งก็ก็รู้สึกโมโห: “ก็เขานั่นแหละ ที่พุ่งเข้าไปในธนาคารซิตี้แบงก์แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ซ้ำยังชนหัวของฉันอีก ตอนที่ตระกูลของพวกเราเกิดเรื่อง เขาก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “ปัญหาของตระกูลคุณจะต้องแก้ไขได้แน่นอน “ แต่ตนเองกลับไม่สามารถดำเนินการใดๆได้จริง ทำได้แค่ปากเก่งไปอย่างนั้น เวลาที่ต้องการเขา แม้แต่เงาก็หาไม่เจอ แล้วฉันจะไปรู้สึกดีกับเขาได้อย่างไร? ขอพูดอะไรหยาบๆสักหน่อยเถอะ ในสายตาฉันแล้ว แม้แต่ขอทานข้างถนนยังแข็งแกร่งกว่าเขาเลย……”
ตอนนี้เอง ชายหนุ่มรีบหันหน้ากลับมา แล้วหันไปมองส้งเส่นเอ๋อด้วยสายตาเย็นชา ซ้ำยังกำหมัดแน่น
“พี่ชายท่านนี้ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” ส้งเส่นเอ๋อตกใจ รีบถามด้วยความไม่สบายใจ แต่ชายหนุ่มกลับไม่พูดอะไร
“โจวซิน เธอว่าผู้หญิงที่ปกติคนอื่นๆ จะมาชอบคนประเภทฉินหลั่งได้อย่างไรกัน……” ส้งเส่นเอ๋อยังคงพูดกับโจวซินต่อ แต่ตอนนี้โจวซินกลับพูดตัดบทเธอ แล้วรีบเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น
ไม่นานรถก็ขับมาถึงมหาวิทยาลัยจีนหลิง โจวซินและส้งเส่นเอ๋อกล่าวขอบคุณชายหนุ่มรูปร่างกำยำที่อยู่บนรถเหล่านั้นครั้งแล้วครั้งเล่า มิหนำซ้ำก่อนที่พวกเขาจะกลับไป ยังขอให้พวกเขาช่วยแสดงความขอบคุณต่อคุณโข่งแทนด้วย เมื่อเห็นรถขับออกไปไกล โจวซินและส้งเส่นเอ๋อจึงเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย
“ถ้าไม่ใช่เพราะนายฉินหลั่งนั่นตามไปด้วยแล้วล่ะก็ วันนี้พวกเราก็คงจะไม่ต้องซวยแบบนี้แน่ๆ……” ส้งเส่นเอ๋อกุมเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งของตัวเองเอาไว้ ตอนนี้ไม่มีอันตรายแล้ว เธอจึงโยนสาเหตุทุกอย่างไปไว้ที่ฉินหลั่งทั้งหมดด้วยความเคยชิน
โจวซินที่นั่งอยู่ข้างๆหำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอด เมื่อได้ยินส้งเส่นเอ๋อกำลังบ่นฉินหลั่งอีก ก็เบะปากออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“เส่นเอ๋อ เธอนี่นะ” โจวซินถอนหายใจอีกหนึ่งครั้งแล้วพูดว่า: “หรือว่าเมื่อกี้เธอไม่สังเกตเห็นอะไรบ้างเลยหรืออย่างไร?”
“สังเกตเห็นอะไร?” ส้งเส่นเอ๋อยังรู้สึกสงสัยอย่างมาก: “เธอหมายถึงรถมาเซราติคันนั้นหรือ ก็นั่งสบายดีนะ อีกหน่อยหากมีเงิน ฉันก็จะให้สามีในอนาคตของฉันซื้อให้สักหนึ่งคัน……”
“ไม่ใช่……” โจวซินรู้สึกหมดคำพูดกับส้งเส่นเอ๋อ เธอลูบหน้าผาก: “หรือเธอไม่รู้สึกเลยหรือว่า การที่เชือกแดงของเธอกับฉินหลั่งทั้งสองเส้นไปอยู่ในรถมันเป็นเรื่องที่น่าแปลก?”
“นั่นมันมีอะไรน่าแปลกกันล่ะ……” ส้งเส่นเอ๋อบิดมุมเสื้อ แล้วพูดเบาๆ เธอไม่อยากจะได้ยินเรื่องที่เกี่ยวกับด้ายแดงอีกแล้ว เมื่อคิดถึงตอนที่หญิงชรานำด้ายแดงทั้งสองเส้นสวมให้เธอและฉินหลั่ง นายฉินหลั่งนั้นมีท่าที่“หน้าไม่อาย” เลย ส้งเส่นเอ๋อรู้สึกโมโหอยู่ในใจ
“เธอไม่สังเกตหรือว่าเวลาที่พวกเราพูดถึงฉินหลั่ง ก็ดุเหมือนว่าพวกเขากำลังพยายามเลี่ยงอะไรบางอย่างอยู่?” เมื่อโจวซินพูดเช่นนี้ ส้งเส่นเอ๋อเองก็ลองนึกย้อนกลับไป ดูเหมือนว่าจะเหมือนที่โจวซินพูดไม่มีผิด เธอหันไปมองโจวซิน โจวซินพูดต่อ: “ตอนที่พวกเรานินทาฉินหลั่ง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามพวกเราคนนั้น ก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ อีกทั้งเธอจพได้ไหมว่าฉันเคยถามเขาว่าคุณชายที่สั่งให้พวกเขามาช่วยพวกเราคือใคร ชายหนุ่มคนนั้นก็เกือบจะหลุดปากออกมา หากนำเรื่องพวกนี้มาปะติดปะต่อกัน เธอยังคิดไม่ออกอีกหรือ?”
“เธอหมายความว่า……” ตอนนี้ส้งเส่นเอ๋อเข้าใจความหมายที่โจวซินต้องการจะพูดแล้ว เพียงแต่เธอนึกปฏิเสธในหัวของเธออย่างรวดเร็วโดยทันที: “จะเป็นไปได้อย่างไร เธออย่าเดาส่งเดชเลย ฉินหลั่งจะเป็นคุณชายของพวกเขาไปได้อย่างไรกัน? เขาก็เป็นแค่คนที่ไร้ความรับผิดชอบก็เท่านั้น”
“เส่นเอ๋อ เธออย่าหลอกตัวเองอีกเลย ฉันรู้ว่าเธอเองก็กำลังสงสัยเหมือนกัน” โจวซินหันมองส้งเส่นเอ๋อที่ทั้งกำลังครุ่นคิดและกำลังโมโหฉินหลั่งไปด้วยในเวลาเดียวกัน จึงพอจะเดาออกได้ว่าในใจของเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“จริงๆแล้วในใจของฉันก็มีข้อสงสัยมากมาย เห็นอยู่ชัดๆว่าฉินหลั่งเป็นแค่นักเรียนธรรมดาๆในโรงเรียนของพวกเรา แล้วจะเป็นคุณชายไปได้อย่างไรกัน อีกทั้งยังสามารถสั่งคนใหญ่คนโตอย่างโข่งลิ่งเสียนได้อีก?” โจวซินครุ่นคิดแล้วพูดว่า: “แต่ถ้าหากฉินหลั่งใช่จริงๆ เวลาใช้ชีวิตปกติ ก็น่าจะเผยพิรุธออกมาบ้าง ดังนั้นในเวลาปกติพวกเราก็พยายามสังเกตเขาให้ดีๆ คิดว่าไม่นานน่าจะสามารถรับรู้ถึงฐานะที่แท้จริงขิงเขาได้……”
“อืม” ส่งเส่นเอ๋อเห็นสายตาที่แสดงถึงการถามของโจวซินพุ่งมาที่เธอ เธอจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้า ในใจของเธอรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่อยากที่จะเชื่อว่าฉินหลั่งยังมีอีกฐานะหนึ่งที่อาจทำให้คนต้องตกใจ แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในหอนอนของผู้หญิงด้วยกัน
มาเซราติขับกลับไปที่โข่งลิ่งเสียน ชายหนุ่มรูปร่างกำยำสองสามคนเดินเข้าไปในสำนักงานของโข่งลิ่งเสียน ฉินหลั่งและโข่งลิ่งเสียนกำลังนั่งอยู่ในสำนักงาน พวกเขาได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นมาล่วงหน้าทางโทรศัพท์แล้วว่าพาตัวส้งเส่นเอ๋อและโจวซินกลับไปส่งยังมหาวิทยาลัยจีนหลิงอย่างปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
“ทำได้ไม่เลว” ฉินหลั่งเดินเข้าไปหาชายหนุ่มรูปร่างกำยำสองสามคนนั้น แล้วตบไหล่พวกเขาเบาๆ โข่งลิ่งเสียนที่ยืนอยู่ด้านหลังก้ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“คุณชายใหญ่ชมเกินไปแล้ว การได้รับใช้คุณชายใหญ่ ถือว่าเป็นวาสนาของพวกเรา!” ชายหนุ่มคนหนึ่งโค้งคำนับแล้วพูดกับฉินหลั่ง แล้วเขาจึงนำเชือกแดงสองเส้นออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ใช้สองมือยื่นให้กับฉินหลั่ง: “คุณชายใหญ่ทำเชือกแดงนี่หล่นอยู่ในรถ ผมจึงเก็บเอามาให้”
“ดี…ดี” ฉินหลั่งเห็นด้ายแดง ก็คลำดูกระเป๋าเสื้อที่ว่างเปล่าจึงนึกขึ้นได้ แล้วจึงยิ้มอย่างเฉยเมย จากนั้นจึงนำด้ายแดงทั้งสองเส้นมาถือไว้ในมือ
“คุณโข่ง เรื่องที่ผมสั่งให้คุณทำ ขอให้คุณสนใจมากสักหน่อย นี่ก็สายมากแล้ว ผมขอตัวกลับก่อน” ฉินหลั่งหันมองโข่งลิ่งเสียนแล้วพูด เรื่องที่เขาพูดถึงก็คือการตามหาจงยู่
“ครับ ผมจะพยายามตามหาอย่างสุดความสามารถ ขอให้คุณชายใหญ่วางใจได้ ผมจะให้รถส่งคุณกลับไป……” โข่งลิ่งเสียนยืนขึ้นพูดแล้วโค้งคำนับ ตอนนี้เอง ฉินหลั่งก็เดินไปถึงด้านนอกแล้ว แล้วก็ค่อยหันกลับมา: “ไม่ต้องแล้ว ผมกลับไปเองจะดีกว่า” ฉินหลั่งเดินไปเรียกรถที่ถนน หลังจากผ่านเหตุการณ์ของหม่าเก๋อ นี่ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว ฉินหลั่งอยากจะกลับไปพักผ่อนที่วิลล่าเต็มที
ตอนนี้เอง เสียงโทรศัพท์ของฉินหลั่งดังขึ้น “ผู้จัดการผับโอวโล่ หยูจิ้ง” เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ฉินหลั่งก็รู้สึกประหลาดใจ จึงรีบรับสายในทันที
“อยู่ที่ไหน?” ให้นายมาช่วยเวลาที่มีเวลา นายนี่เยี่ยมจริงๆ ไม่เคยมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้มีเวลาไหม มาช่วยที่ผับหน่อย” เสียงที่ฟังดูค่อนข้างรำคาญของหยูจิ้งดังออกมาจากโทรศัพท์ ฉินหลั่งยังได้ยินอีกว่ามีเสียงดังออกมาจากทางด้านที่เธออยู่
“อ้อ ขอโทษด้วย พอดีช่วงนี้ผมยุ่งกับการเรียน คืนนี้ผมไม่มีธุระ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” ฉินหลั่งคิดว่าที่ผับโอวโล่คงจะยุ่งน่าดู หยูจิ้งถึงได้โทรศัพท์หาตนเอง ถึงแม้ก่อนหน้านี้ตนเองจะกลายเป็นพนักงานของผัวโอวโล่อย่างงงๆ แต่ในเมื่อตนเองเคยตกปากรับคำไปแล้ว ว่าหากมีเวลาจะไปช่วยที่ผับ ดังนั้นเข้าจึงไม่กล้าที่จะปฏิเสธ
“ดี ถ้าอย่างนั้นเธอรีบมาเลย”
ฉินหลั่งวางสายโทรศัพท์ แล้วให้คนขับรถเปลี่ยนเส้นทาง ให้ไปส่งเขาที่ผับโอวโล่แทน
ไม่นาน ฉินหลั่งก็มาถึงผับโอวโล่
เหมือนกับที่ฉินหลั่งคิดเอาไว้ไม่มีผิด อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงฤดูจบการศึกษา วันนี้คนในผับจึงค่อนข้างมากเป็นพิเศษ ฉินหลั่งจะเดินเข้าไปในผับยังรู้สึกยากลำบาก
“พี่หยู ผมมาแล้ว” มันไม่ง่ายเลย ในที่สุดฉินหลั่งก็หาหยูจิ้งที่กำลังชนแก้วกับบรรดาแขกในร้านเจอจนได้ จึงได้ตะโกนพูดกับเธอเสียงดังว่า แต่เป็นเพราะบรรยากาศวุ่นวายภายในผับตอนนี้ จึงฟังสิ่งที่เขาพูดไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย
“อย่ามัวแต่ยืนนิ่งอยู่ รีบไปเอาชุดที่หัวหน้างานมาใส่ แล้วรีบไปต้อนรับแขก” หยูจิ้งสั่งฉินหลั่งเสียงดัง แล้วก็เดินไปชนแก้วกับแขกต่อ
ฉินหลั่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็เริ่มทำงาน เป็นงานเสิร์ฟเหล้าให้กับแขก เป็นงานเสิร์ฟกับแกล้มให้กับแขก และรับผิดชอบการส่งแขก ตลอดทั้งคืน ฉินหลั่งเดินไปเดินมาอยู่ท่ามกลางฝูงชน ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถมองเห็นเขาได้ทุกที่ ในบรรดาหนักงานเขาถือว่าเป็นคนที่คล่องแคล่วที่สุด
เป็นเพราะแขกส่วนใหญ่เป็นนักเรียน ดังนั้นหลังจากเที่ยงคืน บรรดาแขกก็ค่อยๆทยอยกลับอย่างรวดเร็ว รอจนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนสี่สิบนาที แขกคนสุดท้ายของผับก็กลับไป คนในผับต่างรู้สึกโล่งใจ
“ทุกคนเริ่มเก็บกวาดกันเถอะ แล้วเดี๋ยวอย่าเพิ่งรีบกลับกันล่ะ เจ้าของร้านจะมาดูทุกคน คงรบกวนเวลาของพวกเธอไม่มากหรอก ตามนี้นะ เริ่มเก็บกวาดกันได้” หยูจิ้งพูดกับพนักงานเสิร์ฟและบาร์เทนเดอร์ที่อยู่ในผับ
ฉินหลั่งเองก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ เขารับผิดชอบตรวจสอบเครื่องปั่นน้ำแข็ง รวมถึงแหล่งจ่ายไฟสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าว่ายังอยู่ในสภาพดีไหม
รอจนกระทั่งทุกคนทำงานเสร็จ วัยรุ่นสิบกว่าคนก็นั่งอยู่ในผับ พูดคุยกัน ลูบขาที่เมื่อยล้า
ด้านนอกมีเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังขึ้นมา หลังจากนั้น ก็มีคนที่ค่อนข้างมีเสน่ห์มากเดินเข้ามา ทั้งตัวของเธอมีเสน่ห์ของสาวใหญ่เปล่งประกายออกมา แม้เพียงแค่เดินก็สามารถทำให้คนรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ นี่คือเจ้าของผับโอวโล่อู๋ยี่หยวน
วัยรุ่นสิบกว่าคนเห็นเจ้าของร้านเดินเข้ามา เพื่อที่จะแสดงความเคารพจึงต่างลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้ อู๋ยี่หยวนโบกมืออย่างเป็นมิตร: “นั่งลงเถอะ ทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องมากพิธี เสี่ยวจิ้ง เอามาการิตามาให้ทุกคนคนละแก้ว”
“ค่ะ” หยูจิ้งกลักมือเรียกฉินหลั่งและพนักงานเสิร์ฟอีกคน: “พวกเธอสองคนไปรินเหล้า”
ฉินหลั่งและพนักงานเสิร์ฟอีกคนขานรับ จึงเข้าไปที่บาร์แล้วรินมาการิตามาสิบกว่าแก้ว แต่ละคนใช้ถาดแบ่งไปคนละครึ่ง แล้วเดินไปหาทุกคน เป็นเพราะฉินหลั่งยังถือถาดได้ไม่คล่องนัก มือหนึ่งสั่น แก้วเจ็ดแปดแก้ว”เพล้ง” หล่นลงไปแตกอยู่ที่พื้น
ทุกคนล้วนหันไปมองฉินหลั่งด้วยสายตา “หมดคำจะพูด” “ไม่ได้เรื่อง” ทำให้ฉินหลั่นรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก
“ไม่เป็นไร เธอเก็บกวาดตรงนี้เสียก่อน แล้วค่อยไปยกออกมาใหม่” เมื่ออู๋ยี่หยวนเห็นฉินหลั่ง ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจึงพูดกับฉินหลั่งเบาๆทันที ทำเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“ครับ” ฉินหลั่งขานรับ แล้วทำตามที่อู๋ยี่หยวนบอก เมื่อทำความสะอาดพื้นเสร็จแล้ว ก็ไปยกแก้วเหล้าออกมาใหม่ ครั้งนี้จะไม่ให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นอีก
ฉินหลั่งหาที่นั่งแล้วนั่งลง เขาเองก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ในเวลาเดียวกันก็มองดูอู๋ยี่หยวนผู้สง่างามที่นั่งอยู่ด้านหน้ากลุ่มคน ในใจทั้งรู้สึกตื่นเต้นและนับถือ แค่ประโยคง่ายๆของเธอประโยคเดียวก็สามารถทำให้เขาคลายความเขินอายไปได้ ไม่เสียแรงที่เป็นถึงเจ้าของผับ

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset