รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 22 เธอกำลังปิดบังอะไรอยู่

บทที่ 22 เธอกำลังปิดบังอะไรอยู่
ตอนที่จงยู่กำลังกระโดดลงน้ำนั้นฉินหลั่งก็เหมือนว่า บินเหาะโฉบเฉี่ยวลงไป แทบไม่ทันคิดด้วยซ้ำ ก็กระโดดลงทะเลสาบไปแล้ว
ดีที่ว่าฉินหลั่งว่ายน้ำเป็น เขาคว้าเสื้อผ้าของจงยู่เอาไว้ พร้อมทั้งว่ายน้ำเข้าหาฝั่งอย่างเต็มกำลัง
“นี่คุณทำอะไรเนี่ย ปล่อยให้ฉันไปซะ” การที่ถูกฉินหลั่งคว้าตัวเอาไว้ จงยู่คิดจะสะบัดมือฉินหลั่งออกไป แต่ว่าการคว้าของฉินหลั่งในครั้งแรกนั้นก็ไม่มีวันปล่อยมือเด็ดขาด ในที่สุด การใช้พละกำลังมากมาย จนในที่สุดฉินหลั่งก็เอาตัวจงยู่ กลับมาขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย
“ทำไมคุณต้องช่วยฉันด้วย คนจะตายก็ไม่อนุญาตให้ฉันตายอีกเหรอ?” จงยู่นั่งอยู่บนพื้นหญ้าริมตลิ่ง พร้อมทั้งพูดออกมาอย่างเศร้าสลด
ในเวลานั้นเอง เสื้อผ้าของจงยู่เปียกม่อลอกม่อแลก ตัวผ้าก็แนบเนื้อร่างกายของเธอ จนทำให้เรือนร่างอรชรของเธอเด่นนูนเป็นสัดส่วน จนคนที่ดูจากภายนอกนั้นรู้สึกช่างน่าสงสาร
“ทำไมฉันต้องช่วยคุณนะเหรอ?” ฉินหลั่งหอบหายใจ เพื่อกำลังครุ่นคิดพฤติกรรมที่จงยู่กำลังทำอยู่ ช่างไม่เข้าใจจริงๆ “คุณตายก็หมดทุกข์แล้วนี่ แต่คุณไม่เคยคิดถึงพ่อแม่ของคุณบ้างเหรอ? ใครจะเลี้ยงพวกเขา? ประเทศเลี้ยงดูคุณมาตั้งหลายปี พอมาใกล้จะประสบผลสำเร็จแล้ว คุณก็ทำสิ่งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนสังคมงั้นสิ? สมองของคุณนี่มันช่างกลวงโบ๋จริงๆ!”
ฉินหลั่งต้องการด่าจงยู่ให้ได้สติ เพื่อเตือนสติให้เธอได้มีชีวิตอยู่ต่อ!
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินหลั่งแล้ว จงยู่ได้สติขึ้นมาบ้าง เธอนั่งกอดเข่า แล้วก็ไม่ทำท่าเหมือนมีครู่ที่ทำเรื่องวู่วามแล้ว
“คุณพูดออกมาเองว่าคุณไม่กลัวแม้กระทั่งความตาย แล้วทำไมไม่กล้ามีชีวิตอยู่ต่อล่ะ?” อารมณ์ของฉินหลั่งเริ่มผ่อนลงบ้าง
เวลานั้นเอง จงยู่เงยหน้าขึ้น ดวงตาเอ่อล้นริมขอบตาจ้องมองฉินหลั่ง
แววตาของดวงตาคู่นี้เปล่งประกายแวววาว ยิ่งดียิ่งทำให้คนปวดใจ อยู่ดีๆ ฉินหลั่งก็มีความรู้สึกนั้นขึ้นมา เด็กสาวคนนี้ที่ทำท่าอ่อนแอแต่กลับชนะ มันไม่ใช่สิ่งที่ตนเองจินตนาการเอาไว้เลย
“ถ้ามีชีวิตรอดไปได้ ใครกันจะเลือกไปตาย?” น้ำเสียงของจงยู่แสดงความรู้สึกเบื่อหน่ายออกมาอย่างชัดเจน
“คุณไปเจอปัญหาอะไรมาเหรอ พูดกับฉันก็ได้นะ บางทีฉันอาจจะช่วยคุณก็ได้” น้ำเสียงฉินหลั่งพูดอย่างมีน้ำใจ
ยิ่งเมื่อเห็นสายตาของความจริงใจของฉินหลั่ง จนจงยู่รับรู้ความรู้สึกนั้นได้ ว่าเขาต้องการช่วยเหลือตนเองจริงๆ วินาทีนั้น หัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเป็นกอง จนทำให้ตัวเธอนั้นสุขใจยิ่งนัก
“คุณช่วยฉันไม่ไหวหรอก” ยิ่งเมื่อคิดถึงสภาพของตนเอง หัวใจของจงยู่เริ่มห่อเหี่ยวลงอีกครั้ง
“คุณพูดออกมาก็พอแล้ว เชื่อฉัน ฉันต้องช่วยคุณได้แน่!” ตัวเองเป็นถึงไฮโซตัวจริงของแท้ จะช่วยเธอจะมาทำแบบขอไปทีได้ไง?
“ช่างเถอะ ความรู้สึกของคุณ ฉันขอบคุณจริงๆ!” จงยู่ยิ้มอ่อนๆ ให้ เธอกลับรู้สึกว่าผู้ชายที่ไม่รู้จักคนนี้ที่อยู่ด้านหน้าเธอช่างอบอุ่นเสียจริง
“ก็ได้” ฉินหลั่งถอนหายใจ พร้อมทั้งพูดอย่างจริงจัง “แต่ว่า ฉันหวังว่าคุณต้องให้สัญญากับฉัน ต่อไปอย่าทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้อีก”
“อืม ฉันสัญญากับคุณ” จงยู่เป็นคนพูด
ฉินหลั่งถึงได้วางใจ จากนั้นเขาก็ดึงตัวจงยู่ให้ลุกขึ้นยืน “ใช่สิ ต่อไปคุณไม่ต้องไปซื้อข้าวที่แพงซะขนาดนี้อีก เพราะว่ามันสถานะทางบ้านของคุณรับไม่ไหวจริงๆ”
จงยู่หน้าแดงแจ๋ จากนั้นก็ก้มศีรษะลง จากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งบี้ชายเสื้อ แล้วพูดอ้อมแอ้มขึ้นมา “ความจริงแล้วหนึ่งวันฉันกินข้าวไม่ถึงสิบหยวนด้วยซ้ำ วันนี้ฉันคิดว่าตนเองจะจากโลกนี้ไปแล้ว เลยกล้าที่จะไปสั่งข้าวผัดทะเลรวมมิตรที่ร้านFood moment…”
เมื่อได้ยินเสียงพูดอ้อมแอ้มของจงยู่ ฉินหลั่งใจอ่อนทันที “แล้วทำไมคุณต้องซื้อสองกล่องด้วยล่ะ?”
“ฉันคิดว่ากินข้าวมื้อหนึ่งตั้ง 200 หยวนมันค่อนข้างดูโอเว่อร์ดี เพื่อความสบายใจ สองวันนี้ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย เลยหิวมาก เลยสั่งมาสองกล่อง” พอพูดมาถึงคำพูดสุดท้าย น้ำเสียงของจงยู่ยิ่งแผ่วเบาลงเรื่อยๆ
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง?” ยิ่งเมื่อเห็นอากัปกิริยาของจงยู่ที่กำลังอับอาย ฉินหลั่งกลับรู้สึกว่าเธอช่างน่ารักจริง
“คุณมานี่สิ” จงยู่ลากฉินหลั่งมา เพื่อกลับมาที่ก้อนหินที่วางข้าวผัดทะเลรวมมิตรไว้ เธอยิ้มให้ฉินหลั่งอย่างอบอุ่น จากนั้นก็หยิบข้าวผัดทะเลรวมมิตรหนึ่งกล่องขึ้นมา แล้วก็ส่งให้ฉินหลั่งที่อยู่ตรงหน้า “ให้คุณแหละ คุณกินสิ”
“ไม่ล่ะ ไม่ใช่ว่าคุณหิวเหรอ? คุณรีบกินเข้าไปเถอะ” ฉินหลั่งรีบปฏิเสธทันควัน
“แค่คุณก็กินก็พอแล้ว ฉันเพิ่งรู้เมื่อกี้นี้เองว่า แค่ข้าวกล่องเดียวก็อยู่ท้องแล้ว ฉันกินอิ่มแล้ว นี่ให้คุณ” จงยู่ขยับปากไปมา
“งั้นก็ได้” ฉินหลั่งรับข้าวกล่องไป จากนั้นก็นั่งลงบนก้อนหินแล้วจัดการกินข้าวทันที
“คุณก็นั่งด้วยสิ” ฉินหลั่งกินไป ก็มองจงยู่ไป จนทำให้เขาทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
“อื้อ” จงยู่นั่งลงด้านข้างฉินหลั่ง เมื่อครู่ฉินหลั่งก็ใช้พลังงานไปไม่น้อยเลย ตอนนี้หิวมากจริงๆ จากนั้นก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ขนเม็ดข้าวติดหน้า จงยู่ก็ใช้มือปัดออกให้ ฉินหลั่งตกตะลึง จนเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาในใจ “ขอบคุณนะ”
ฉินหลั่งนั่งกินข้าวพร้อมทั้งพูดคุยกับจงยู่ไปด้วย ฉินหลั่งถึงได้รู้สึกว่า เมื่อครู่ท่าทีที่จงยู่นั่งคุกเข่าลง ก็เพื่อทำการคุกเข่าคารวะให้กับบ้านเกิดของมารดาที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขอร้องให้ท่านให้อภัยที่ตนเองไม่กตัญญู
การรับประทานอาหารก็ทานหมดอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้บรรยากาศความรู้สึกของคนสองคนช่างพิเศษมาก
“คนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมาเจอคุณที่นี่ได้ไหม?” ฉินหลั่งเกาหัว แถมพูดด้วยอาการอย่างเก้อเขิน
เพราะว่าจงยู่สร้างความรู้สึกให้เขาดีมาก ความรู้สึกหัวใจที่ค่อยๆ เต้นตุบตับ ตนอยากจะดูแลเด็กสาวคนนี้ ต่อไปถ้าไม่เจอเธอ ฉินหลั่งจะรู้สึกได้ว่าหัวใจว้าเหว่ว่างเปล่า
จงยู่เองก็ไม่คิดว่า ฉินหลั่งจะเอ่ยปากพูดเรื่องนี้ออกมา จนใบหน้าของเธอเองแดงระเรื่อ
“ได้สิ” จงยู่เองก็ฟังเสียงหัวใจของตนเอง
วันที่สอง หลังจากที่ฉินหลั่งเลิกเรียน ตอนกลางวันเขาก็มาที่ริมตลิ่งทะเลสาบยุ่นซี
ที่นั่น เขาก็เห็นเงาอ้อนแอ้นอร กำลังนั่งอยู่บนก้อนหินก้อนเดิมที่นั่งอยู่เมื่อวาน
ในใจของฉินหลั่งตื่นเต้นขึ้นเป็นจังหวะ พร้อมทั้งก้าวเดินไปทางนั้น
จงยู่ได้ยินเสียงรอยเท้าของฉินหลั่ง พร้อมทั้งเดินหันหลังไปหา ในมือของเธอนั้นถือถุงสีแดงสลับเหลืองอยู่ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน แล้วก็ยื่นถุงพลาสติกให้ฉินหลั่ง “ให้คุณ”
ฉินหลั่งดีใจจริงๆ เขารับถุงนั่นไว้ ด้านในมีลูกท้อ ลูกบ๊วย เอพริคอต แถมบนลูกยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ด้วย แต่ไม่ได้เป็นแค่ลูกเดียว ทุกลูกต่างไม่สมประกอบสักลูก
“พวกนี้คุณตั้งใจซื้อผลไม้มาให้ผมเลย มันแพงมากนะ ต่อไปอย่าไปซื้ออีกนะ” พร้อมทั้งพูดอย่างซาบซึ้งกินใจ เพราะฉินหลั่งรู้ว่า สำหรับคนอื่นแล้ว ในน้ำนั่นมันก็แค่อาหารตามปกติเท่านั้น แต่สำหรับจงยู่แล้ว การกินผลไม้นั้น มันเป็นเรื่องที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอย่างหนึ่ง
“คุณกินเถอะ ของพวกนี้ไม่แพงหรอก ที่ฉันซื้อมาเป็นผลไม้ตามฤดูกาล อีกอย่างผลไม้พวกนี้คือคนอื่นเขาเลือกเหลือเอาไว้ ทางเถ้าแก่เลยลดราคาให้ฉันครึ่งหนึ่ง ฉันล้างสะอาดแล้ว แล้วก็จัดการเฉาะที่มันเสียแล้ว แล้วเอามาคุณนี่แหละ คุณอย่างรังเกียจเลยนะ” จงยู่พูดอย่างไม่มั่นใจตนเอง
“ฉันจะรังเกียจได้ยังไง?” จงยู่ทำให้ฉินหลั่งซาบซึ้งกับความคิด เธอประหยัดอดออมแล้วเอาเงินมาซื้อผลไม้ให้ตนเอง แถมยังใส่ใจความคิดของตนเองขนาดนี้
ฉินหลั่งหยิบลูกท้อยัดใส่ปาก น้ำลูกท้อแตกกระจายทั่วปาก “อื้อ อร่อยจริงด้วย!”
“คุณก็กินด้วยสิ ลูกท้อลูกนี้หวานจริงๆ!” ฉินหลั่งหยิบลูกท้อขึ้นมาหนึ่งลูก แล้วยื่นให้จงยู่
จงยู่เห็นฉินหลั่งกินได้อย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นก็ยิ้มหวานให้ แล้วเอาลูกท้อใส่ปาก
ตั้งแต่นั้นหลายวันติดต่อกัน ตอนกลางวันฉินหลั่งกับจงยู่ก็มาเจอกันที่ริมตลิ่งทะเลสาบทุกวัน
ทุกครั้งที่ฉินหลั่งมานั้น เขาก็จะเอาข้าวในโรงอาหารมากินด้วย เพื่อมากินข้าวพร้อมกันกับจงยู่ จงยู่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
แน่นอนว่า อาหารที่ฉินหลั่งห่อมากินนั้นคืออาหารที่ธรรมดาที่สุด ตอนนี้เขายังไม่อยากให้จงยู่รู้สถานะตัวตนของตนเอง เพราะว่าความรู้สึกในตอนนี้ เขาชอบมันมาก
วันนี้ ฉินหลั่งห่อผัดผักใส่เต้าหู้ อาหารตุ๋น แล้วมานั่งริมตลิ่งทะเลสาบยุ่นซี
สิ่งที่แปลกประหลาดไปก็คือ วันนี้จงยู่กลับไม่อยู่ที่นี่ ต้องรู้ว่าปกติแล้วจงยู่ต้องมาก่อน
หรือว่าวันนี้จงยู่มีธุระอะไรที่ทำให้มาช้ามั้ง?
ฉินหลั่งยังคงนั่งอยู่บนก้อนหิน จงยู่ไม่เคยกินข้าวที่เป็นข้าวจริงๆ จังๆ มาก่อนเลย เวลาไหนว่างจะพาเธอไปเมืองจีนหลิงกินข้าวที่โรงแรมที่ดีที่สุด เธอคงจะดีใจตายเลย
ฉินหลั่งนั่งอยู่บนก้อนหิน รอจนเวลาล่วงเลยไปยี่สิบนาที จงยู่ก็ไม่ยอมมา จนกับข้าวที่อยู่ตรงหน้านั้นเย็นชืด ฉินหลั่งควานหยิบหาโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรศัพท์หาเธอ
“จงยู่ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนเนี่ย?”
“เอ่อ…เรื่องนั้น ขอโทษนะ ฉินหลั่ง วันนี้ฉันไปไม่ได้แล้ว” เสียงจงยู่ดังออกมาจากโทรศัพท์ “วันนี้ห้องของฉันมีทดลองในห้องทดลอง ปลีกตัวไปไม่ได้ คุณกินเถอะ” พูดจบ จงยู่ก็ตัดสายทิ้งทันที
“ฮัลโหล…ฮัลโหล” ฉินหลั่งจ้องมองโทรศัพท์อย่างแปลกใจ ความคิดพุ่งชนกับสมอง จงยู่มาไม่ได้ งั้นตนเองก็เอากับข้าวไปส่งให้เธอได้นี่!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฉินหลั่งก็ถือถุงกับข้าวขึ้น พร้อมทั้งมุ่งหน้าไปห้องทดลองทันที
พอถึงตึกห้องทดลอง ฉินหลั่งก็โทรศัพท์จงยู่ เขาก็มาถึงตึกทดลองแล้ว เลยถามจงยู่ว่าในห้องทดลองห้องไหน
“หา… คุณมาถึงตึกทดลองแล้ว… เอ่อคือ ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ที่ตึกทดลองแล้ว คุณกินเองเถอะ ไม่ต้องมาสนใจฉันจริงๆ …” เสียงจงยู่ในโทรศัพท์ดังสะอึกสะอื้น
ตอนที่ฉินหลั่งถามจงยู่ว่าอยู่ที่ไหน จงยู่ก็ตัดสายทิ้ง
ใจฉินหลั่งเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี จงยู่มีเรื่องอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า ในใจฉินหลั่งยิ่งไม่สงบสุขหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาวิ่งออกไปจากตึกทดลอง แล้วก็เอากล่องข้าวทิ้งลงในถังขยะ จากนั้นก็เริ่มหาสถานที่ที่จงยู่สามารถอยู่ตรงนั้นได้
โรงอาหาร ตลาด ห้องเติมน้ำร้อน…ฉินหลั่งก็ไปหาตามสถานที่ทั้งหมดแล้ว แต่ว่าก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของจงยู่ โทรศัพท์หาเธอก็ไม่ยอมรับสายอีก
เวลานั้น ฉินหลั่งไม่มีวิธีอื่นแล้ว ในใจเขารู้สึกเหมือนลูกแมวกำลังเล่นเส้นไหมพรมอยู่ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ฉินหลั่งเดินอย่างหมดอาลัยตายอยากเข้าไปสนาม พอก้นนั่งลงบนพื้นหญ้าเท่านั้น สายตาก็มองเรื่อยเปื่อยกลุ่มคนที่กำลังวิ่งอยู่ในลู่วิ่ง
สายตาของฉินหลั่งก็เห็น เขาก็เห็นตรงที่มุมที่นั่งอัฒจันทร์ ก็มีเงาอ้อนแอ้นนั่งอยู่ ถ้าไม่ใช่จงยู่แล้วจะใครได้ล่ะ?
เวลานั้นเอง ฉินหลั่งก็มีความรู้สึกใจหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารีบลุกทันที แล้ววิ่งกระโจนมาทางจงยู่ทันที่
“จงยู่ ทำไมคุณไม่รับโทรศัพท์ผมล่ะ…” ฉินหลั่งเดินไปด้านข้างของจงยู่ แล้วเอ่ยปากถาม ในใจฉินหลั่งพูดแบบโกรธๆ ทว่าตอนที่จงยู่เงยหน้าขึ้นมานั้น ฉินหลั่งตกตะลึงทันที
ใบหน้าจงยู่ช้ำเป็นรอย จนเป็นจ้ำๆ ดวงตาบวมเป่ง ใบหน้าเรียวเล็กที่งดงามเกลี้ยงเกลาอยู่เดิมนั้น แต่ตอนนี้มันบาดเจ็บจนเป็นรอยช้ำไปทั่ว!

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset