รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 256 บ้านตระกูลจงได้รับข่าว

บทที่ 256 บ้านตระกูลจงได้รับข่าว
ฉินหลั่งดีใจจนลืมอะไรไปหมด นักท่องเที่ยวรอบก็หันมาสนใจฉินหลั่งและจงยู่ พวกเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวัยรุ่นสองคนนี้ไว้
“ปล่อยฉันลงมานะ!” จงยู่บอกฉินหลั่ง
ฉินหลั่งเห็นจงยู่อยู่ในอ้อมกอดตนเอง เส้นผมที่สยายออกมาของจงยู่พาดไปบนใบหน้าของตนเอง บวกกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของจงยู่ หน้านี่แดงเป็นลูกทับทิมเลย ถึงแม้ท่าทางของนางจะตกใจเล็กน้อย แต่ในสายตาก็เผยให้เห็นถึงความดีใจ
ดูแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเลยว่านักรักขนาดไหน
ฉินหลั่งค่อยๆ วางจงยู่ลงที่พื้น แล้วก็จูบไปที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ พอเห็นจงยู่ที่เขินหน้าแดง ฉินหลั่งก็พูดเบาๆ ว่า “จงยู่ แต่งงานกับผมได้ไหม?”
จงยู่คิดไม่ถึงว่า ฉินหลั่งจะถามคำถามแบบนี้ออกมา ในขณะนั้น ความรู้สึกฟินก็เข้ามาครอบคลุมตัวของเธอ สมองของจงยู่วุ่นวายไปหมด เหลือไว้เพียงรอยยิ้มแบบโง่ๆ
“แต่งงานกับผมนะ?” ฉินหลั่งมาถามข้างหูจงยู่เบาๆ
จงยู่ก้มหน้าตอบเบาๆ ว่า “ได้สิ”
“อะไรนะ คุณว่าไงนะ!” ฉินหลั่งดีใจจนแทบบ้า เขาอยากฟังคำตอบของจงยู่อีกครั้ง
“ไม่ได้ยินก็ช่างเถอะ” จงยู่มองฉินหลั่งแล้วตอบอย่างเขินๆ
“ได้ยินชัดแล้ว คุณบอกว่าจะแต่งกับผม!” ฉินหลั่งตะโกนพูด เขาจับมือของจงยู่ แล้วพูดต่อว่า “พวกเรารีบเตรียมจัดการงานแต่งของเราเถอะ ดีไหม?”
“แล้วแต่นายจะจัดการเลย แต่ก่อนอื่นนั้น ฉันต้องจัดการหย่ากับหยูหมิงก่อน” จงยู่พูดยิ้มๆ
“ได้เลย เมียจ๋า พวกเราไปกินข้าวกัน ไปกินอาหารทะเลกัน” ฉินหลั่งเอามือโอบไหล่จงยู่ แล้วก็พูดออกมาอย่างไม่คิดอะไรมาก
พอได้ยินคำว่า “เมียจ๋า” สองคำนี้ หน้าของจงยู่ก็แดงขึ้นไปอีก ความรู้สึกที่ดีใจอย่างมาก ก็พลุ่งพล่านในตัวเธออีกครั้ง
ฉินหลั่งและจงยู่เที่ยวเล่นกันจนถึง1ทุ่ม ฉินหลั่งก็ไปส่งจงยู่กลับบ้านในชุมชนหมิงซื่อ หลงเถิงและหลงเย้นก็กำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกรอพวกเขา2คน
“สวัสดีครับคุณลุง สวัสดีหลงเย้น” ฉินหลั่งก็ทำทำความเคารพอย่างมีมารยาท เขาจับมือของจงยู่นั่งลงที่โซฟา
พอเห็นหลงเย้น ฉินหลั่งก็นึกขึ้นได้ว่าในวันแต่งงาน หลงเย้นมายืนข้างๆ ตัวเขา เพื่อช่วยรักษาหน้าไว้ให้ เขาก็รู้สึกขอบคุณมาก แต่มองสายตาที่หลงเย้นมองตนเองมานั้น เผยให้เห็นถึงความข้องใจอะไรบางอย่าง ฉินหลั่งก็เลยหลบสายตาของหลงเย้นไป
“คุณชายฉิน ดูเหมือนว่ายู่เอ๋ออยู่กับคุณ แล้วจะมีความสุขมากเลยนะ” ตอนนี้หลงเถิงเรียกหลงหลิงว่า “จงยู่” แล้ว
เห็นฉินหลั่งและหลงหลิงเหมาะสมกันเช่นนี้ ในใจเขาก็ดีใจมาก
ฉินหลั่งจับมือของจงยู่ตลอดเวลา ทั้งสองคนมองตากันแล้วยิ้มๆ
ฉินหลั่งมองไปที่หลงเถิง แล้วมีสีหน้าที่จริงจัง พูดว่า “คุณลุงครับ ผมกับจงยู่มีความรักต่อกัน เมื่อครู่พวกเราได้ปรึกษากันแล้ว จงยู่ยินยอมที่จะแต่งงานกับผมครับ ขอให้คุณลุงอนุญาตด้วย”
หลงเย้นได้ยินดังนั้น ใจตนเองก็เหมือนตกลงไปที่ตาตุ่ม ตัวของเธอแข็งทื่อ แล้วมองมาที่ฉินหลั่งนิ่งๆ
หลงเถิงได้ยินดังนั้นก็ดีใจมาก มันตรงกับความคิดในใจของเขา เพราะว่า ถ้ารู้บ้านตระกูลจงของเย็นจีนรู้ข่าวว่าจงยู่อยู่ตระกูลหลง ตระกูลหลงก็จะถูกบ้านตระกูลจงต่อว่ายกใหญ่!
เขาเอามือตบหัวเข่าพูดว่า “คุณชายฉินและยู่เอ๋อเป็นคนมีความสามารถและรูปงามทั้งคู่ เหมาะสมกันมาก!งานแต่งนี้ลุงเห็นด้วย” ได้ยินหลงเถิงตอบตกลง ฉินหลั่งและจงยู่ก็ดีใจเป็นพิเศษ ทั้งสองคนจับมือกัน มองกันไปมา แล้วก็เผยยิ้มออกมา
“คุณชายฉิน เรื่องงานแต่ง ผมตอบตกลงแล้ว แต่จงยู่ในสายตาคนอื่นนั้น ยังเป็นภรรยาของหยูหมิง ถ้าอยู่ดีๆ มาแต่งงานกับคุณ มันก็จะมีผลกระทบอยู่ไม่น้อย ดังนั้นผมหวังว่าคุณจะใช้กำลังของตระกูลตนเอง มาช่วยเหลือผลกระทบนี้ให้มันมีน้อยลง”
หลงเถิงกล่าวเช่นนั้น ถ้าเรื่องนี้มันใหญ่โตขึ้นมา ก็อาจจะไปกระทบต่อบ้านตระกูลจงแห่งเย็นจีนได้
“โอ๋…” ฉินหลั่งก็ลำบากใจ ตอนนี้เขาไม่ใช่คนตระกูลฉินแล้ว ไม่อาจจะใช้อำนาจของตระกูลได้ ฉินหลั่งครุ่นคิด หรือที่หลงเถิงตอบตกลงงานแต่ง ก็เพราะอำนาจของตระกูลตนเองอย่างนั้นหรือ? ถ้าตนเองยอมรับ ถ้าตนเองก็ได้ออกมาจากตระกูลแล้ว เขาก็จะไม่ตอบตกลงงานแต่งอย่างนั้นหรือ?
“คุณลุง จุดนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรมากละมั้งครับ? เพราะถึงอย่างไรเดี๋ยวนี้ จะแต่งหรือจะหย่าร้างกัน ก็เป็นเรื่องปกติแล้ว จงยู่ก็ไม่ใช่ดาราดัง ชื่อเสียงของเธอคงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก” ฉินหลั่งพูดยิ้มๆ เขาไม่ได้ยอมรับตรงๆ ว่าตนเองนั้นได้ออกมาจากตระกูลแล้ว
“ผมไม่ได้กังวลเรื่องนี้”
หลงเถิงขมวดคิ้วพูด เขาคิดว่า ตอนนี้ฉินหลั่งยังไม่รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของจงยู่ ในเมื่อฉินหลั่งเป็นผู้ช่วยชีวิตของตระกูลหลง แล้วเขาก็รักจงยู่มากเช่นนี้ จะบอกเขาไปก็ไม่น่าเป็นอะไร ก็เลยพูดว่า “คุณชายฉิน ที่ผมกังวล ก็คือบ้านตระกูลจงทางฝั่งเย็นจีน”
“บ้านตระกูลจง?” ฉินหลั่งพูดอย่างไม่เข้าใจ บ้านตระกูลจงเกี่ยวอะไรกับจงยู่ด้วย?
จากนั้น หลงเถิงก็เล่าเรื่องความรักของตนเองกับจงเสวี่ยนเย่นในปีนั้นออกมา และเรื่องราวบุญคุณความแค้นกับจงจิ่วเจิน เจ้าบ้านบ้านตระกูลจง และเรื่องที่จงยู่ถูกส่งตัวมาที่นี่ได้อย่างไร เล่าให้ฉินหลั่งอย่างละเอียด!
ฉินหลั่งถึงได้รู้ว่า ที่แท้จงยู่ไม่ได้เป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา เธอเป็นหลายสาวของตระกูลใหญ่แห่งเย็นจีนเหมือนกัน
“เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นแบบนี้!”
หลงเถิงพูดต่ออีกว่า
“ก่อนหน้านี้ ที่ผมรีบจะให้จงยู่แต่งงานออกไป ก็เพราะไม่อยากให้บ้านตระกูลจงเกิดเป็นจุดสนใจ บ้านตระกูลจงมีเส้นสายมากมาย ผมไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจ้องมองพวกเราอยู่หรือเปล่า ดังนั้น ผมหวังว่า งานแต่งของคุณกับบ้านตระกูลจง ไม่ต้องใหญ่โตอะไรมาก ถ้าบ้านตระกูลจงสืบพบเบาะแสอะไรเข้า สำหรับตระกูลหลงแล้วนั้น อาจจะถึงกับถูกล้างตระกูลได้เลย”
“พูดจริงๆ นะ ตัวผมเองนั้นไม่เป็นอะไรหรอก ผมแค่หวังว่าลูกสาวของผมทั้งสองคนจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ดังนั้นผมขอร้องคุณ ให้ใช้กำลังของตระกูลตนเอง เพื่อไม่ให้ข่าวของจงยู่ส่งไปถึงหูของบ้านตระกูลจงได้” หลงเถิงพูดอย่างจริงใจ
หลงเย้นและจงยู่ ต่างก็นั่งข้างๆ เขา แล้วจับมือเขา
“คุณลุง ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณลุงครับ เพียงแต่…….” ฉินหลั่งก็ได้แต่ต้องพูดความจริง “เพียงแต่ เมื่อคืนผมถูกตระกูลฉินไล่ออกจากตระกูลแล้ว ตอนนี้ผมไม่สามารถใช้กำลังของตระกูลตนเองได้อีกแล้ว”
ฉินหลั่งพูดจบ พวกของหลงเถิงก็อ้าปากค้าง
“ก่อนหน้าที่พบสองพ่อลูกตระกูลหยู ผมก็ได้บอกไปแล้วว่า ผมไม่ได้เป็นคนตระกูลฉินแล้ว แต่คุณลุงยังไม่ได้สนใจก็เท่านั้น” ฉินหลั่งพูดคอตก
พวกของหลงเถิงก็นึกขึ้นได้ ว่าฉินหลั่งได้พูดเช่นนั้นจริงๆ แต่ตอนนั้นพวกเขาคิดว่าฉินหลั่งล้อเล่น ใครจะรู้ว่าที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรกันดี” หลงเถิงเอามือจับหัวทั้งสองมือ ตอนนี้เขามีความกดดันมาก ช่วงนี้จงยู่เกิดจุดสนใจขึ้นที่หลินอานก็ถือว่าเรื่องใหญ่แล้ว ถ้าไม่มีกำลังหรืออำนาจไหนมาช่วยปกปิดข่าวนี้ไม่ให้แพร่ออกไปละก็ ไม่ช้าก็เร็ว บ้านตระกูลจงก็จะรู้ร่องรอยของจงยู่
“พ่อคะ พ่อไม่ต้องเครียดเช่นนี้ ไม่ต้องให้พวกบ้านตระกูลจงมาจัดการพวกเรา เดี๋ยวพวกเราจะตกใจตายเสียเองไปก่อน” จงยู่ปลอบใจ ในใจนางแล้ว ก็ยังข้องใจ ที่บ้านตระกูลจงบีบบังคับแม่ตนเองจนต้องตายไป
“ใช่แล้ว คุณพ่อ หนูและพี่สาวจะปกป้องพ่อเอง” หลงเย้นก็พูดปลอบใจเบาๆ
“คุณลุงวางใจเถอะ ต่อไปพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าหลงเย้นกล้ามาหาเรื่องพวกคุณ จะต้องผ่านด่านผมไปก่อน” ฉินหลั่งพูดไป เอามือตบขาหลงเถิงไปด้วย
ในขณะเดียวกันนั้น คฤหาสน์ในเมืองเย็นจีน นี่ก็คือคฤหาสน์บ้านตระกูลจง
คฤหาสน์หลังกลาง เป็นที่พักของจงจิ่วเจิน เจ้าบ้านบ้านตระกูลจง
คนวัยกลางคนหน้าตาเคร่งขรึม ในมือถือรูปหนึ่งใบ รีบเดินเข้ามายังที่พักของจงจิ่วเจิน แล้วเคาะประตูห้องหนังสือของจงจิ่วเจินไป3ครั้ง ผ่านไป3วินาที ประตูก็เปิดออก
ในห้อง จงจิ่วเจินในวัยชรา ก็กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ กำลังอ่านหนังสือโบราณสีน้ำเงินอยู่ ชายวัยกลางคน คนนั้น เข้ามา แล้วยืนหน้าโต๊ะหนังสือ สายตาของจงจิ่วเจินก็ไม่ได้เปลี่ยนไป
“พ่อครับ”
ชายวัยกลางคนเรียกเบาๆ เห็นสายตาของจงจิ่วเจินเปลี่ยนจากหนังสือมามองที่ตนเอง จากนั้นชายวัยกลางคนก็เอารูปถ่ายในมือ วางไว้บนโต๊ะตรงหน้าของจงจิ่วเจิน
จงจิ่วเจินมองรูปที่วางบนโต๊ะ ตอนแรกก็ยังคงนิ่งอยู่ แต่พอเห็นรูปนั้น ตอนที่จี้หยกตกลงที่พื้นนั้น ดวงตาของจงจิ่วเจินก็เล็กลง เขารีบหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู ด้วยความตื่นเต้น หน้าอกก็เลยพองขึ้นลงด้วยการหายใจแรง
“ท่านดูให้ดี คนที่4 นับจากขวาไปซ้าย” ชายวัยกลางคนพูดแนะนำ
สายตาของในตอนนั้น ก็เปลี่ยนจากมองจี้หยกบนพื้น มามองคนในรูปคนที่4จากทางขวา ดวงตาของจงจิ่วเจินก็ลืมโตขึ้น เหมือนว่าเห็นอะไรแปลกประหลาด ในดวงตาของเขาบังเกิดเป็นน้ำตาออกมา แล้วพูดเสียงสั่นว่า “เย่นเอ๋อ…คือเย่นเอ๋อ…”
เห็นจงจิ่วเจินสภาพดังนั้น ชายวัยกลางคนก็ปวดใจไปด้วย เขาพูดว่า “พ่อ นี่ไม่ใช่น้องสาวผม แต่เป็นลูกสาวของน้องสาวผม และก็คือเด็กที่ตกหน้าผมไปพร้อมกับจงจิ่วเจิน ชื่อว่าจงยู่”
ชายวัยกลางคนนั้น คือลูกชายคนโตของจงจิ่วเจิน ชื่อว่า จงเส่นซาน และก็คือคนที่บังคับจงเสวี่ยนเย่นจนต้องตกหน้าผาไปในปีนั้น
ตอนนั้น จงเสวี่ยนเย่นได้ข่าวมาจากช่ายหนงว่า หลงเถิงตั้งชื่อให้เด็กคนนั้นว่า หลงยู่ แต่คนบ้านตระกูลจงไม่ยอมรับหลงเถิงเป็นลูกเขย คนบ้านตระกูลจงก็เลยเรียกเด็กนั่นว่า “จงยู่”
รูปที่จงเส่นซานเอามาวันนี้ ก็คือรูปในวันที่หยูหมิงและจงยู่แต่งงานกัน
ในรูป จี้หยกหงส์มังกรล่วงลงที่พื้น จงยู่กำลังก้มลงไปเก็บจี้หยกนั่น
“เป็นเธอแน่ๆ แกหาตัวจงยู่พบแล้วหรือ? ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?” จงจิ่วเจินถามจงเส่นซาน
“ตอนนี้จงยู่อยู่ที่ตระกูลหลง!” จงเส่นซานพูดจบ สายตาจงจิ่วเจินก็นิ่ง ในหัวเกิดเป็นภาพของหลงเถิง มือของเขาค่อยกำแน่นขึ้น สายตาเผยให้เห็นถึงความร้ายกาจออกมา
“รูปใบนี้ ผมเพิ่งได้มา ไม่ค่อยทราบข้อมูลมากนัก ตระกูลหยูที่หลินอานและตระกูลหลง แต่งงานดองกัน คุณชายใหญ่ของตระกูลหยู หยูหมิงสู่ขอแต่งงานกับหลงหลิง ลูกสาวคนโตของตระกูลหลง จริงๆ แล้วหลงหลิงก็คือจงยู่!อย่างน้อย4เดือนก่อนจงยู่ก็มาอยู่ที่ตระกูลหลงแล้ว ส่วนเธอกลับไปอย่างไรนั้น ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัด” จงเส่นซานกล่าว
“ตุบ!” เสียงตบโต๊ะ
จงจิ่วเจินเอามือทุบโต๊ะหนังสือ ของบนโต๊ะมากมาย เช่น ที่แขวนพู่กัน กระบอกใส่พู่กัน ธงชาติ ต่างก็ร่วงลงพื้น ในหัวของจงจิ่วเจินมีแต่ภาพของหลงเถิง เขาด่าออกมาแรงๆ ว่า “หลงเถิงคนนี้ มันอยากจะรนหาที่ตายใช่ไหม!”
20ปีผ่านมา ที่บับบังคับจงเสวี่ยนเย่นจนตาย จงจิ่วเจินก็ได้ส่งคนไปสืบข่าวเกี่ยวกับจงยู่ตลอด เขาคิดว่าช่ายหนงอาจจะเลี้ยงจงยู่กลับมาที่ตระกูลหลง แล้วก็ส่งคนไปจับตามองตระกูลหลง แต่ที่ตระกูลหลงก็ไม่พบร่องรอยของจงยู่เลย
จงจิ่วเจินบอกกับหลงเถิงว่า เมื่อใดที่จงยู่กลับตระกูลหลง จะต้องรีบไปรายงานเขาทันที ไม่เช่นนี้จะแก้แค้นกับตระกูลหลง
จงจิ่วเจินก็ระแวงว่าหลงเถิงจะไม่บอกความจริง ใน5ปีแรก เขาได้ส่งคนไปจับตามองตระกูลหลงตลอด แต่ก็ไม่ได้ข่าวอะไร หลังจากนั้น ถึงแม้เขาจะยังจับตามองตระกูลหลงอยู่ แต่ก็แค่ส่งคนไปสืบดูไม่กี่วันในเวลาครึ่งปีครึ่งปี
ผลการจับตามองครั้งก่อน ก็ยังไม่มีข่าวของจงยู่ ใครจะรู้ ว่าจงยู่กลับมาอยู่ตระกูลหลงได้4เดือนแล้ว
“แกส่งคนไปอีก ไปจัดการไอ้หลงเถิงนั่นที่หลินอาน แล้วก็พาจงยู่กลับมา” จงจิ่วเจินพูดกับจงเส่นซาน
“พ่อ งานแต่งของตระกูลหยูและตระกูลหลงครั้งนี้ ไม่ธรรมดา ผมได้สืบดูแล้ว ในความเป็นจริงนั้น ในงานแต่งนั้นมีคนตายไปหลายคน ดูเหมือนว่าจะมีคนมีฝีมือถูกทำร้ายบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นมีห่าวจู๋ทอง จงฉี และพวกพี่น้องเถียนกวงด้วยพวกเขาก็พอมีชื่อเสียงในสังคมศิลปะการต่อสู้ ได้ยินมาว่าในงานแต่ง มีอาจารย์ใหญ่ในด้านศิลปะการต่อสู้คนหนึ่ง ถูกตีจนเจ็บหนัก ส่วนใครเป็นคนทำนั้น ยังไม่แน่ชัด”
จงเส่นซานเอาเรื่องตนเองทราบ บอกกล่าวออกมา
“โอ๋…” จงจิ่วเจินแปลกใจเล็กน้อยครุ่นคิดในหัว แล้วพูดว่า “ข่าวของเจ้าไม่ผิดแน่ใช่ไหม?”
“สายข่าวของผมรับรองว่าถูกต้องแน่นอน ท่านก็น่าสัมผัสได้ เกิดเรื่องมากมายเช่นนี้ ต่อให้ตระกูลหยูแห่งหลินอาน มีกำลังไม่ธรรมดา สามารถปกปิดข่าวได้ แต่อย่างมากก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ตามหลักแล้ว ตระกูลต่างๆ ของจีน ก็น่าจะรู้ข่าวบ้าง แต่นี่ แม้กระทั่งบ้านตระกูลจงของพวกเรา ตั้งใจไปสืบข่าวเอง ก็พบแค่เพียงน้อยนิด จุดนี้มันน่าเก็บเอามาคิด!”
นี่ก็คือเรื่องจงเส่นซานได้รับข่าวแล้ว ก็เป็นจุดที่คิดไม่ตก

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset