รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 677 จับกุม

บทที่ 677 จับกุม
ในทันใดนั้นทั้งหกกระอักเลือดออกมา ร่างกายโยกเยกไปมาและล้มลงไปข้างหลัง
หมออยู่เวรคนนั้นถือโอกาสนี้วิ่งผ่านกลุ่มคนเข้าไป เขาใช้เท้าถีบประตูเปิดออก สองเท้าก้าวยาว ๆ พุ่งไปยังข้างกายโยวโจ่ เห็นเขายกมือขึ้นและมีดก็ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว
ได้ยินเสียบสวบดังขึ้น เลือดไหลออกมาจากลำคอ โยวโจ่ชาวกางคอพับลงจากนั้นก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ อีกเลย
ฆ่าคนภายในหนึ่งกระบวนท่า หมออยู่เวรคนนั้นก็หมุนตัวราวกับลมและออกประตูไป บังเอิญพบกับยอดฝีมือหกคนของสำนักกุ่ยอีที่พักอยู่ห้องข้าง ๆ
“ปาคะ!”
พวกเขาตะโกนขึ้น ควักดาบซามูไรออกมาและปิดล้อมโจมตีหมออยู่เวร
หมออยู่เวรถือมีดผ่าตัดต่อต้าน ทั้งแปดคนผสมปนเปกันอยู่ในวงต่อสู้
แสงดาบเงากระบี่ กระแสพิฆาตแผ่ส่วนออกมาอย่างไม่ขาดสาย
หลังจากชั่วระยะเวลาสั่น ๆ คนญี่ปุ่น สามคนบาดเจ็บ บนร่างกายของหมออยู่เวรก็มีบาดแผลเพิ่มขึ้นมารอยหนึ่ง
หน้ากากอนามัยของเขาก็ถูกปลายมีดตัดขาด และลอยตกลงมาอย่างเบาหวิว
ใบหน้าของเขา ปรากฏออกมาต่อสายตาของผู้คนทันที
“ฉินหลั่ง!”
คนญี่ปุ่นคนหนึ่งตะโกนออกมา
คนญี่ปุ่นที่เหลือก็จำได้ทันที นักฆ่าคนนี้ ก็คือศัตรูที่ร้ายกาจของพวกเขาฉินหลั่งนั่นเอง
“ปัง!”
หมออยู่เวรไม่มีการตอบสนองใด ๆ เขาควักปืนออกมา และยิงเข้าไปที่ตะเกียงน้ำมันที่อยู่บนหัว ทำให้ที่ตรงนั้นมืดลงเล็กน้อย
คนญี่ปุ่นสิบกว่าคนก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แล้วยังเข้าไปหลบที่หลงประตู
“ปังปังปัง……”
ตามด้วย หมออยู่เวรลั่นไกยิงออกไปห้านัด ยับยั้งการล้อมโจมตีของคู่ต่อสู้
กระสุนปืนถูกยิงออกไปจนหมด เขาก็ได้ถอยไปจนถึงวงกบหน้าต่างแล้ว
มือซ้ายยื่นออกไป เชือกเส้นหนึ่งพันเข้าไปที่ราวบันได จากนั้นมือค้ำยันวงกบหน้าต่างแล้วลอยตัวออกไป
การเคลื่อนไหวราวกับเมฆลอยสายน้ำไหลนี้เกิดขึ้นภายในรวดเดียว
“ปาคะ ปาคะ!”
คนญี่ปุ่นสิบกว่าคนตะโกนโหวกเหวกพลางพุ่งไปที่ข้างหน้าต่าง และซัดอาวุธลับไปที่เงาหลังของหมออยู่เวร
อาวุธลับถูกซัดออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงแหลมคมดังขึ้นในยามวิกาลอย่างโหยหวนไม่มีที่เปรียบ แต่ทว่ากลับไม่โดนหมออยู่เวรเลย
รอพวกจนเขาตัดเชือกขาด หมออยู่เวรก็ได้หายไปอย่างไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว
“ไอ้สารเลว ไอ้สารเลว!”
คนญี่ปุ่นโมโหอย่างหนักจับดาบซามูไรฟันลงไปที่วงกบหน้าต่างติดต่อกัน จากนั้นก็วิ่งราวกับลมพายุกลับไปที่ห้องผู้ป่วย
กดสวิตช์เปิดไฟ ภายในห้องสว่างขึ้นและการมองเห็นของพวกเขาก็ชัดเจนขึ้น
โยวโจ่นอนเหยียดตัวตรงอยู่บนเตียงผู้ป่วย มีรอยแผลอยู่ที่ลำคอ บนร่างกายเต็มไปด้วยเลือด
เครื่องมือที่อยู่ด้านข้างได้หยุดเต้นไปแล้ว เส้นชีพจรที่อยู่บนหน้าจอเปลี่ยนเป็นเส้นตรง และเปล่งเสียงแจ้งเตือนที่แสบหูออกมา
โยวโจ่……เสียชีวิตแล้ว……
เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า ทันใดนั้นคนญี่ปุ่นทั้งหมดร่างกายหนาวเหน็บ ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูกแพร่กระจาย
“รีบรายงานคุณผู้ชายโยวโจ่ คุณชายโยวโจ่ถูกฆ่าแล้ว……”
ในค่ำคืนนี้ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าสำนักกุ่ยอีไม่อาจหลับใหล หลังจากที่เสี่ยวฉวนอู่เจิ้งถูกฆาตกรรม ลูกชายของคุณผู้ชายโยวโจ่ผู้สืบทอดที่ได้รับการสนับสนุนสูงสุด ก็เสียชีวิตอยู่ที่จีน
ณ เวลานี้ หมออยู่เวรกำลังเดินผ่านโรงพยาบาลอย่างชำนานทาง และไม่ดึงดูดความสนใจจนมาถึงประตูหลัง เตรียมที่จะปีนกำแพงหนีออกไปจากที่นี่
แต่ทว่ายังไม่ได้แตะโดนสันกำแพง ร่างของเขาชะงักลง
“สวบ—-”
วินาทีต่อมา ฝีเท้าของเขาพลันหมุนตัว มีดผ่าตัดเล่มหนึ่งลอยออกมาอย่างไม่มีเสียง
“เคล้ง—-”
มีดผ่าตัดพึ่งลอยถึงกลางอากาศก็ถูกคนปัดตกลงมา จากนั้นก็เห็นฉินหลั่งยืนยิ้มอยู่ข้างหน้าพลางกล่าว
“สวัสดีตอนเย็น ฉันอีกคน……”
“เป็นแก?”
เมื่อเห็นฉินหลั่ง หมออยู่เวรดวงตาเบิกกว้าง ยังไงก็คิดไม่ถึง คนที่เจอในลิฟต์ ก็คือคนที่ตัวเองปลอมเป็น
ดังนั้นก็สามารถอธิบายได้แล้วว่าทำไมฉินหลั่งถึงตามตัวเองทัน
เขาสะบัดมือขวา ในมือของเขามีมีดผ่าตัดเพิ่มขึ้นมาอีกเล่ม
“คิดไม่ถึงล่ะซิ?”
หลินหลั่งฉีกยิ้มออกมา “ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าฉันจะได้พบกับตัวเอง”
สายตาของหมออยู่เวรพลันเย็นยะเยือก กระแสพิฆาตเข้มข้นไหลออกมา “คนที่แกพบคือความตาย”
“แกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน ยอมแพ้ซะจะดีกว่า”
ไม่มีความรู้สึกขึ้นลงใด ๆ ปรากฏบนใบหน้าของฉินหลั่ง
“ถึงฉันจะไม่ใส่ใจความเป็นตายของโยวโจ่ แต่ฉันก็ไม่อาจเป็นแพะรับบาปให้ใครได้”
ในตอนที่เขารีบวิ่งไปถึงชั้นห้านั้น พวกหมออยู่เวรก็ได้เกิดการต่อสู้กันขึ้นแล้ว จากนั้นได้ยินคนตะโกนขึ้นว่าโยวโจ่เสียชีวิตแล้ว
ฉินหลั่งก็ได้ทำการวินิจฉัยทันที มีคนใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างเขากับโยวโจ่ ฆ่าโยวโจ่แล้วให้ตัวเองและสำนักกุ่ยอีพัวพันไม่มีวันจบสิ้น
พวกเขากลับไม่รู้ว่า ประมุขของสำนักกุ่ยอีได้ถูกตัวเองฆ่าไปนานแล้ว นับประสาอะไรกับโยวโจ่
ยังไงซะไม่ว่าใครจะกลายเป็นศัตรูกับเขา เขาล้วนไม่ใส่ใจ
หมออยู่เวรพ่นลมร้อนออกมา “จับฉัน แกยังไม่คู่ควร!”
“ใช่ไหม?”
กล่าวพึ่งจบ ฉินหลั่งที่เต็มไปด้วยพลังที่พร้อมจะจู่โจมก็ขยับตัว และวิ่งเข้าไป เพียงแค่พริบตาเดียวเขาก็ได้มาถึงด้วนหน้าของหมออยู่เวรแล้ว
“วันนี้ฉันก็จะลองเล่นกระบี่ดูบ้าง!”
เห็นเพียงฉินหลั่งหยิบเอามีดปอกผลไม้ออกมา และโบกสะบัดมือไปมา
วิชากระบี่ของอาหลินทำให้คนเลื่อมใส แต่ว่าในมือของฉินหลั่งไม่มีกระบี่ล้ำค่าอะไรนี่นา งั้นก็ใช้มีดปอกผลไม้แทนก่อนแล้วกัน
กระบี่ขึ้นกระบี่ลง!”
ในใจของหมออยู่เวรอุทานด้วยความตกใจ “เร็วมาก!”
ฉินหลั่งไม่เพียงฝีเท้ารวดเร็ว แกว่งกระบี่รวดเร็วกว่า เส้นโค้งสีขาวหกเส้นฟันเข้าไปหาเขา
ฉินหลั่งใช้มีดปอกผลไม้ราวกับใช้กระบี่สั้นไม่มีผิด เงาดาบเงากระบี่ กระบวนท่ารวดเร็วและรุนแรงเป็นที่สุด
วิชากระบี่ถูกบันทึกไวในคัมภีร์เต่าเย่าอย่างสมบูรณ์ แต่ทว่าฉินหลั่งยังไม่เคยใช้เลย
ณ ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงคู่ซ้อมของเขา เท่านั้นเอง
ฉินหลั่งต้องการหยั่งเชิงที่มาที่ไปของฝ่ายตรงข้าม และจับเป็น ดังนั้นจึงไม่ได้ลงมือแบบเอาให้ตาย
สายตาของหมออยู่เวรเคร่งเครียดขึ้นมา เขาคำรามด้วยความโมโห กำมีดผ่าตัดที่แหลมคมไว้ในมือแน่น และซัดออกไปติดต่อกันอย่างรวดเร็ว
“ตังตังตัง!”
หมออยู่เวรใช้พลังทั้งหมดปิดกั้นคมกระบี่ ถึงได้ยับยั้งการโจมตีที่พุ่งเข้ามาราวกับพายุของฉินหลั่งไว้ได้อย่างหวุดหวิด
ทั้งสองต่อสู้กันตัวต่อตัวดั่งหินกระทบหิน มองไกล ๆ ราวกับเส้นโค้งสีขาวสองสามเส้นพุ่งชนกัน ตัดแสงไฟและพื้นที่แยกออกจากกัน เร็วจนทำให้คนรู้สึกสายใจไม่ออก
ใบไม้ที่ร่วงหล่นสองสามใบถูกบดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที
หลังจากที่หมออยู่เวรได้สกัดกั้นมีดทั้งหกของฉินหลั่งได้แล้ว พลันปรากฏมีดสั้นขึ้นมาในมือซ้ายของเขา จากนั้นก็กวัดแกว่งไปที่ลำคอของฉินหลัง
ฉินหลั่งก้มหน้าพลางก้าวถอยหลังทันที เขาถอยหลังสองก้าวและหลบการโจมตีอย่างไม่สะทกสะท้าน
ตามด้วย เขาพุ่งไปข้างหน้า กระบี่ทิ่มตรงดิ่งออกไป
หมอเฝ้าเวรออกกระบวนท่าสกัดกั้น
“ตัง!”
เสียงดังชัดแจ๋ว รูม่านตาของหมออยู่เวรหดเล็กลง
เขารีบก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว และจ้องมองมีดพกอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ตัวมีดขาดเป็นสองท่อน และที่หน้าอกของเขาก็มีเลือดไหลออกมา
“ฟิ้ว!”
ไม่รอจนเขาเข้าใจ ฉินหลั่งได้แทงกระบี่ออกมาอีกครั้ง
รวดเร็วราวกับดาวตก หมออยู่เวรสีหน้าเปลี่ยน มีดผ่าตัดอีกเล่มถูกซัดออกไปอีกครั้ง
ได้ยินเสียงดังติง มีดทั้งสองเล่มปะทะกัน ตรงกลางระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของเขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก
“ติง!”
เสียงดังชัดแจ๋วมีดผ่าตัดขาดเป็นสองท่อนอีกครั้ง
มีดปอกผลไม้เล่มหนึ่ง ทำให้มีดผ่าตัดสองเล่มแตกหัก? หมออยู่เวรตะลึงงัน
แต่ทว่าพลังราศีของมีดปอกผลไม้ในมือฉินหลั่งกลับไม่ลดน้อยลง เสียงสวบดังขึ้นแทงตรงไปที่ไหล่ของเขา
หมอเฝ้าเวรมุมปากขยับ เขาขยับหลบหลีกถอยหลังด้วยพลังทั้งหมด แต่ก็ยังคงช้าไป
ปลายมีดแทงเข้าไปที่ไหล่ของเขา เลือดสด ๆ กระเด็นออกมา
หมอเฝ้าเวรเปล่งเสียงอักเบา ๆ ออกมาครั้งหนึ่ง ร่างกายของเขาซวนเซชนเข้ากับกำแพง เจ็บปวดไปทั้งตัว
“ตึง!”
ฉินหลั่งไม่ได้หยุดนิ่ง หมัดข้างซ้ายหวดออกไป
หนึ่งพลังทลายพันความชำนาญ!
หมอเฝ้าเวรตะโกนด้วยความโมโห สองแขนขนานอยู่ข้างหน้า
“ปัง!”
หมัดและแขนกระทบกัน
หมอเฝ้าเวรถูกหมัดของฉินหลั่งกระแทกลอยออกไป
ไม่รอให้เขาได้ยืนขึ้นมา มือข้างก็หนึ่งจับไปที่คอของเขา
“มีเงาของแก๊งแถ่จ่างอยู่บ้าง”
ฉินหลั่งกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา “คนของแก๊งแถ่จ่าง?”
ในระหว่างที่พูด ฝ่ามือของเขาก็ฟาดลงไปอีกครั้ง ทำให้ยาพิษในปากหมอเฝ้าเวรตกออกมา
หมอเฝ้าเวรเปลือกตาเหลือกขึ้นและไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา คิดจะกัดก้อนยาพิษที่อยู่ในปากก็ช้าไปอีกแล้ว ทำได้เพียงแค่จ้องมองฉินหลั่งอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ
“ไม่ต้องพูดมาก มีความสามารถแกก็ข้าฉันเลยสิ”
“แกอย่าพึ่งได้ใจไป แกแส่หาเรื่องกับคนที่แกไม่ควรหาเรื่อง ช้าเร็วก็จะต้องกลายเป็นศพอยู่กลางถนน”
เขาเชิดหน้าเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของเขา

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset