รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 855 เทพี

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เซียนอาจารย์ฉินให้ฉันขึ้นมาที่เวที”
เสี้ยวเสี้ยวมึนๆ พลางทำหน้าเหม่อลอย น่ารักสุดๆ
“เหอะ เขานี่รนหาที่ตายจริงๆ ฉันว่าอีกเดี๋ยว ตอนที่เฮยเถิงมาหาเขา ดูว่าเขาจะทำยังไง” ยินยินดูแคลน เอาลากเสี้ยวเสี้ยวไว้ด้านหลังของตน
“แกยืนด้านหลังฉัน พวกเขาเห็นแก่ฉัน จะไม่ท้าทายอะไรแก”
“อ๋อ”
เสี้ยวเสี้ยวนั่งลงอย่างสงบ
ขณะนี้ สายฟ้าได้ผ่าลงมาหลายครั้ง ผ่าลงมายังที่นั่งบนยอดเขาทั้งแปดที่ ทุกสายตาจับจ้องมองไป รวมถึงทุกคนที่อยู่ด้านล่างของเวที ล้วนไม่กล้าส่งเสียงใดๆ
เซียนดินจุติลงมาแล้ว!
แสงสว่างหายไป ปรากฏเป็นผู้ที่เคร่งขรึมเคร่งครัดท่านหนึ่ง มีกลิ่นอายของเซียน มีเซียนที่มีสายฟ้าห้อมล้อม ทั้งหมดแปดคน สำนักขั้นสูงสุดทั้งเจ็ดและตระกูลจื่อแดนฝางหรัน แต่ละสำนักส่งตัวแทนมาหนึ่งคน
เซียนดินเหล่านี้ที่มา เพียงเพื่อจับตาดู จะไม่ข้องเกี่ยวใดๆ พวกเขานั่งบนที่นั่งแต่ละที่ ไม่พูดใดๆ รอบๆก็ไม่มีใครกล้าไปรบกวน เซียนดินในโลกเทพเท็จ เป็นระดับสูงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
“งานขึ้นแดนเทพเซียน เริ่มต้น ณ บัดนี้!”
ย่าจื่อยืนขึ้น เอามือไขว้หลังแล้วกล่าว “ทุกท่านผู้ที่ต้องการประลอง กรุณาเข้ามา ต่อให้ท้าประลองกับฉัน ก็ได้”
“เหอะๆ แกย่าจื่อไร้ซึ่งคู่ต่อกร ชนะคู่แข่งทั้งหมด แล้วสร้างความองอาจให้คู่ต่อสู้ ใครจะกล้าประลองกับแก?” เกาเจี้ยหัวเราะ ส่วนคนอื่นๆก็พยักหน้าตามๆกัน
ประเพณีนิยมของงานขึ้นแดนเทพเซียน ผู้แข็งแกร่งฝีมือดีที่สุด จะถูกท้าประลองในช่วงสุดท้าย
“น้องสาวก่อนก็แล้วกัน ผู้น้อยต้องขอคำแนะนำจากผู้ใหญ่ น้อมรับการสอนจากวังเทพหิมะ” ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือยืนขึ้น ด้วยแววตาเป็นประกายและมีชีวิตชีวา งามดั่งไฟ ก่อนจะเดินไปยังวังเทพหิมะ
เทียนเสว่ไม่พูดอะไร เดินเข้าไปในสนามประลอง
เซียนทั้งสองประลอง ล้วนเป็นหนึ่งในสิบสาวสวย ความสวยใกล้เคียงกัน ฐานะวงศ์ตระกูลล้วนใช้ได้ มันดึงดูดทุกคนในสนาม
จนทุกคนเดินเข้ามาทั้งหมด
“ปัง!”
เพียงแว็บเดียวทั้งสองมะรุมมะตุ้มกัน ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือยืนบนห่วงหยกทอง ในอากาศ เป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ระดับกลาง พลังไม่ด้อยไปกว่าระดับบน แต่เทียนเสว่ปล่อยแค่แสงสีขาวออกมา
ทุกคนมองอย่างเคร่งเครียด
มีเพียงฉินหลั่งนั่งขัดสมาธิอยู่ในมุม หันหลังให้ทุกคน หันไปยังแม่น้ำมังกรอันกว้างใหญ่ไร้เส้นขอบแม่น้ำ หลับตาฝึกฝน พลังของเขา ตามการไหลของแม่น้ำขึ้นลงๆ ราวกับดินและฟ้า ได้รวมกันเป็นหนึ่ง เส้นลมปราณ และจุดฝังเข็มที่แตกออก ในพลังที่เดือดพล่าน ค่อยๆฟื้นฟู เหมือนอัญมณีที่ไม่มีที่ติ
“ตูม”
และแล้ว เทียนเสว่ก็ชนะ บ่วงทองของธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือลอยไป แต่เธอไม่ท้อใจใดๆ ยิ้มยอมรับความพ่ายแพ้ จากนั้น คนเก่งแต่ละคนก็ทยอยกันออกมา ท้าประลองกันและกัน
ไม่ว่าจะเป็นว่างหมิง หรือยินยิน เกาเจี้ย ล้วนถูกคนอื่นท้าประลองมาแล้ว
แต่พวกเขาต่างใช้พลัง ต่อสู้กันอย่างสุดยอดบนยอดของสำนักใหญ่ ประมาณสามถึงห้าท่า ก็จัดการอีกฝ่ายได้แล้ว โดยเฉพาะว่างหมิง ร่างอมตะ ยืนตั้งรับวิชากระบี่ไร้ทิศทาง ไม่ขยับตัวใดๆ สุดท้ายบีบคู่ต่อสู้จนยอมแพ้ไป
“วัยรุ่นในโลกเทพเท็จ แม้จะเป็นรุ่นที่เก่งกาจ แต่ยังคงให้เกียรติคนแห่งความภาคภูมิใจของสำนักใหญ่และแดนฝางหรัน”
เซียนดินหลายคนดูอย่างเงียบๆ หนึ่งในนั้นกล่าว
“เพราะพวกเขาไม่ได้ฝึกฝน วิชาและเครื่องรางตั้งแต่เล็ก เสียดายที่เฮยหมิงและไท่ยิงเสียชีวิตบนโลก มิเช่นนั้นถ้าพวกเขามา จะสร้างปัญหาให้ย่าจื่อได้ ว่างหมิงและคนอื่นๆ ฝีมืออ่อนไป”
เซียนดินกล่าว
“เออ สหาย ฉันได้ยินมาว่าวังเทพหิมะของคุณ เสียชีวิตบนโลกไปหนึ่ง มีเรื่องนี้เกิดขึ้นไหม?” เซียนดินสำนักต้าซื่อถามขึ้นมาทันที
“มีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ”
เทียนเสว่ของวังเทพหิมะกล่าว
“ที่โลกนั้นยากเกินกว่าจะคาดเดาได้ แม้แต่เซียนดินว่างซ่ายังเสียชีวิตที่นั่น เจ้าสำนักใหญ่ทั้งเจ็ด เตรียมจะใช้ของวิเศษ เปิดประตูเซียน ส่งคนเข้าไป สอบถามความจริง แล้วก็หญิงสาวนั้นของวังคุณ หาวิญญาณของเธอ ทำความเข้าใจกับโลกให้ถึงที่สุด” คนของสำนักไท่กู่กล่าวอย่างสงบ
“ทำให้ดีที่สุดนะ”
เซียนวังเทพหิมะขมวดคิ้ว ก้มหน้ากล่าว
เทียบกับความปลอดภัยของโลกเทพเท็จ แค่หญิงสาวไม่สำคัญอะไร เพียงแค่เมื่อนึกถึงจุดจบของวิญญาณ เซียนคนนั้นก็รู้สึกโศกเศร้าเสียใจ
‘เฮ้อ ใครให้คุณไปโลกมนุษย์?’
เซียนถอนหายใจ จากนั้นนัยน์ตาก็แข็งกร้าว
“ปังปังปัง”
บนเวที การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
ผ่านการประลองมาแล้วสิบครั้ง ก็เริ่มจะดูออกฝีมือของทุกคนแล้ว
ฝีมือของย่าจื่อยากที่จะคาดเดา ยังไม่เคยลงประลอง อยู่บนสุด
รองลงมา ว่างหมิง ยินยิน เทียนเสว่ เฮยเถิงเป็นต้นที่ระดับเดียวกัน ล้วนเป็นผู้สืบทอดระดับสูงของสำนักใหญ่ ฝีมือเป็นแดนเทพขั้นยอด จนกระทั่งเหรินเซียน!
แต่ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือเป็นแดนเทพระดับกลาง อยู่อีกขั้นหนึ่ง เป็นขั้นกลาง ไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับเหล่าผู้สืบทอดคนอื่นๆของเจ็ดสำนักใหญ่
ล่างสุด เป็นยอดฝีมือทั่วไปของแดนเทพขั้นต้น
ในสนามประลอง มีเพียงย่าจื่อ เสี้ยวเสี้ยว อีกทั้งฉินหลั่งที่ยังไม่เคยประลอง ขณะนี้ เห็นเพียงเฮยเถิงยืนขึ้นมา ด้วยสายตาดุร้ายมองไปที่มุม
“ฉินหนานจง ฉันมาท้าประลองกับแก!”
ทุกคนต่างมองไป ในมุม มีคนที่นั่งหันหลังให้ทุกคน ผมยาวสยาย พลางมีท่าทางสงบ
“นี่คือใคร?”
เฮยเถิงหน้าด้านจริงๆ เป็นคนที่ภาคภูมิใจของสำนักอัสนีแท้ๆ ลูกชายของผู้อาวุโสสูงสุด กลับไปท้าประลองผู้น้อยไร้นามคนหนึ่ง เสียชื่อของสำนักอัสนีจริงๆ
เกาเจี้ยเยาะเย้ย
“ผู้อาวุโสสูงสุดท่านนั้นของสำนักอัสนี ใจแคบ หน้าด้านหรอ? แต่เขาฝีมือแข็งแกร่ง ไม่มีใครเทียบได้ แล้วยังเป็นเพื่อนกับเข้าสำนักหงสือ แม้แต่เซียนดินว่างซ่ายังทำอะไรเขาไม่ได้ ”
จื่อเทียนมิ่งกล่าวอย่างสงบ
“น้องชาย รีบมาที่เจ๊ ถ้าแกยอมเป็นคนรักของเจ๊ เจ๊จะปกป้องแกเอง” ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือปิดปากพลางหัวเราะเบาๆ ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือ คนแดนใต้อิสระ คนแดนเหนือกล้าหาญชาญชัย ทุกคนจึงไม่แปลกใจ
“หน้าไม่อาย”
เสี้ยวเสี้ยวแลบลิ้นเยาะเย้ย
ฉินหลั่งยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น เหมือนกำลังจะตาย ตอนที่เขาหายใจเข้าออก ราวกับทำให้แม่น้ำมังกรแปดเก้าลี้พิโรธ น้ำขึ้นๆลง อย่าว่าแต่เฮยเถิง เซียนดินทุกคนที่นั่งอยู่บนยอด ก็ดูไม่ออก
“ไง กลัวเหรอ? ถ้าแกกลัว ก็ยอมแพ้ คุกเข่าให้ฉัน จากนั้นก็กระโดดลงไปจากที่นี่ซะ แล้วอย่างปรากฏกายต่อหน้าฉันอีก” เฮยเถิงกล่าวอย่างดุดัน
สายตาทุกคู่ ล้วนมองไปที่ฉินหลั่ง สงสัย โศกเศร้า ดีใจ
ฝีมือของเฮยเถิง ทุกคนรู้ดี แม้เทียบกับว่างหมิง ยินยิน เกาเจี้ยทั้งสามคนห่างกันอยู่ แต่กับจื่อเทียนมิ่ง หยุนเฟิง เทียนเสว่อยู่ระดับเดียวกัน ห่างไกลจากคนอื่น
ฉินหลั่งไม่สนใจ ยังคงหลับตาฝึกฝนต่อไป
ครั้งนี้ แม้แต่ว่างหมิงและคนอื่นๆก็ยังขมวดคิ้ว ว่างหมิงลืมตามาดู “สหายท่านนี้ ปฏิเสธการต่อสู้บนลานประลองไม่ได้นะ ถ้าท่านไม่อยากประลอง ลงจากเวทีไปได้ และจะถือว่าออกจากการแข่งขันเพื่อเป็นอันดับหนึ่งไป”
ฉินหลั่งไม่กล่าวใดๆ
ท่าทีของเขา เมื่อยินยินเห็น ก็ส่ายหัว การไม่ต่อสู้ ไม่ยอมแพ้ และไม่ไปไหนแบบนี้ ราวกับหมากฝรั่งที่ติดหนึบ หน้าด้านราวกับกำแพง
แม้แต่ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือก็เริ่มไม่พอใจ
แม้เธอจะชื่นชมในความหล่อเหลาของฉินหลั่ง แต่เธอกลับชื่นชมในการสู้อย่างสุดกำลัง ไม่ถอยหลังไม่ว่าจะยังไงมากกว่า ท่าทีของฉินหลั่งในขณะนี้ ในสายตาของธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือ คือคนขี้ขลาดตาขาว

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset