รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 854 ประมุขสำนักไท่กู่

หงส์ขาวยักษ์ตัวหนึ่ง บินมาจากตอนเหนือ บนตัวหงส์ขาว มีหญิงชุดขาวราวกับหิมะเจ็ดแปดคนกำลังยืนอยู่ สวยสดงดงามเกินใคร ผู้นำคนแรก สุขุมเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็ง ราวกับเซียนหญิงเก้าชั้นลงมา เรื่องความสวย ไม่ด้อยไปกว่ายินยินและธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือหรือคนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย ด้านอารมณ์ชนะไปนิดนึง
“เหอะ เทียนเสว่”
ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือกำลังมองไปยังคนที่มา ก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉา
ก่อนที่เทียนเสว่จะมา เธอเป็นจุดสนใจในงานนี้ คุณชายจำนวนมากมายของตระกูลใหญ่ ผู้สืบทอดสำนักขั้นสูงสุด ล้วนห้อมล้อมอยู่รอบๆตัวเธอ ราวกับฝูงผึ้งบนตอมไปมา แต่เมื่อเทียนเสว่มาถึง ทุกๆสายตาก็จับจ้องไปที่ตัวเธอ
“เล่าลือว่าวิชาของวังเทพหิมะ หลังจากที่ผู้หญิงได้ฝึกฝนแล้ว จะมีอารมณ์คล้ายกับเซียน ที่แท้ก็คือความจริง เทียนเสว่หนึ่งเดียวจริงๆ เทพีของวังเทพหิมะ ขนานนามว่าไท่ยิงสาวสวยอันดับหนึ่งของโลกเทพเท็จ จะสวยมากขนาดไหนกันนะ? เสียดายที่ไท่ยิงเพิ่งออกจากวัง ก็ต้องเสียชีวิตบนโลกเสียแล้ว ไม่งั้นฉันต้องเห็นให้ได้สักครั้ง”
จื่อเทียนมิ่งยืนข้างๆธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือ แล้วอุทานออกมา
“อิอิ ฉันได้ยินความลับอะไรบางอย่างมา ป้ายเทพของไท่ยิง ยังไม่แตกนะ” ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือหันมาพูด แล้วกล่าว
“อะไรนะ?”
คนรอบๆข้างได้ยิน ก็ชะงักไป
ประโยคนี้หมายความว่าไง ทุกคนรู้ดี ศิษย์สำนักใหญ่สิบคนที่ไปยังโลกมนุษย์ กระทั่งรวมทั้งเซียนดินทั้งห้า อีกทั้งเจ้าสำนักของสำนักอัสนีล้วนเสียชีวิตแล้ว แต่ไท่ยิงยังมีชีวิตอยู่ จะไม่ให้คนคิดไปได้ไง?
ทรยศแล้วหนี?
สวามิภักดิ์ต่อศัตรู?
ถูกจับ?
ความคิดต่างๆวกวนอยู่ในสมองของผู้คน บางคนคิดสกปรก เริ่มคิดไปถึง ไท่ยิงถูกมนุษย์เพศชายจับตัว แล้วถูกทารุณกรรมย่ำยียังไง
“ชื่อเสียงวังเทพหิมะพันปีถูกทำลาย ทำลายไปจนหมดจริงๆ”
จื่อเทียนมิ่งกล่าวอย่างเศร้าโศก
และฉินหลั่งที่จับไท่ยิงเอาไว้ กลับไม่รู้ ว่าเขาในสายตาคนอื่นได้กลายเป็นปีศาจไปแล้ว ขณะนี้ฉินหลั่งกำลังนั่งอยู่ในค่าย พลังภายในร่างกายเดือดพล่าน ไหลเวียนอย่างหาที่เปรียบมิได้ ค่อยๆเพิ่มขึ้น บนเนื้อหนังเริ่มมีออร่าออกมา ราวกับจะทำลายเครื่องพันธนาการอะไรสักอย่าง แล้วเลื่อนไปขั้นสูงกว่า
พลังไหลเวียนอย่างมหาศาล ผ่านไปสักพักใหญ่ จึงสงบลง
ฉินหลั่งค่อยๆลืมตาขึ้น แสงสาดออกจากเต็นท์ เขาฝึกฝน จนได้เป็นแดนเทพขั้นยอด ห่างจากระยะพรสวรรค์ แค่เพียงครึ่งเดียวแล้ว
“เร็วหน่อยก็สามวัน ช้าหน่อยก็เจ็ดวัน บาดแผลของฉันสมานดีแล้ว ถึงตอนนั้น จะฆ่ามังกร มาทำเป็นยา ถึงเวลาที่ทั้งโลกเทพเท็จ จะได้รับรู้ถึงฝีมือที่แท้จริงของฉันแล้วล่ะ”
ฉินหลั่งสายตาเยือกเย็นแล้วกล่าว
และขณะนี้ นอกเต็นท์ มีเสียงตกใจดังขึ้นมา ราวกับมีซุปตาร์มาถึงงาน
ย่าจื่อมาถึงแล้ว!
“เย่”
พระราชวังที่ห่างไกลตำหนักหนึ่ง ลอยมาช้าๆ พระราชวังนั้นอยู่บนเมฆ เต็มไปด้วยเมฆหมอกล้อมไว้ ราวกับหอคอยเซียน แล้วยังเห็นหญิงสาวชุดตาข่าย กำลังหยอกล้อกันเล่นในพระราชวัง
“ไม่แปลกที่เป็นสำนักไท่กู่ ฉันสำนักใหญ่อันดับหนึ่งของโลกเทพเท็จ แม้แต่‘ตำหนักบนเมฆ’ล้วนเอามาให้ลูกศิษย์ในสำนักได้ใช้ นี่เป็นสิ่งล้ำค่าศิลาจิตวิญญาณมูลค่าเป็นหมื่น ว่ากันว่าสามารถต้านทานการจู่โจมของเซียนดินได้”
มีคนกล่าวขึ้นมา
ว่างหมิง จื่อเทียนมิ่ง เทียนเสว่และคนอื่นๆ สายตาเคร่งเครียด มองไปยังผู้คนที่อยู่หน้าพระราชวัง
เห็นวัยรุ่นชอบใส่ชุดหลงผาว ยืนเอามือไขว้หลังหน้าด้านเสาตำหนักบนเมฆ เขาผมยาวลงมา ใช้เพียงมงกุฎทองรวบเข้า บนชุดหลงผ่าว เป็นรูปมังกรเก้าตัว ท่าทางเคร่งขรึม สายตาราวกับท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ แม้จะดูสงบแต่ก็เคร่งขรึม ราวกับจักรพรรดิจุติลงมา
ยินยินเห็นผู้ที่มาถึง ก็เกิดอาการอยู่ไม่ถูก
ย่าจื่อ!
อันดับหนึ่งของวัยรุ่นในโลกเทพเท็จ
ตอนที่เขามาถึง เป็นตัวแทนของงานขึ้นแดนเทพเซียน เปิดงานอย่างเป็นทางการ เห็นตำหนักบนเมฆไม่ลงมาแต่อย่างใด ได้ลงมาจากความสูงพันเมตรแล้วมาร่วมงาน เสียงของความเคร่งขรึม ส่งลงมาจากด้านบน
“สหายทุกท่าน กรุณาขึ้นมาบนเวที”
“ได้ ฉันอยากจะรู้ ว่าจื่อเย่แกจะไม่มีใครต่อกรได้แล้วจริงๆ!” จื่อเทียนมิ่งหัวเราะเสียงดัง จากนั้นปีกเพลิงม่วงที่อยู่ด้านหลัง ได้พุ่งขึ้นไป ลอยไปยังเวที
“อะมิตตาพุทธ”
ว่างหมิงส่งสัญญาณของศาสนาพุทธ เดินเข้ามา เท้าเหยียบอากาศ ราวกับเป็นพื้น เดินขึ้นไปบนฟ้าทีละก้าว ขึ้นไปที่เวทีระดับความสูงพันเมตรอย่างสงบแบบนี้
“คืออำนาจสูงกว่า เขาได้เป็นศาสนาพุทธอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขั้นสูงแล้ว”
สายตาของทุกคนจ้องไปที่เดียวกัน
และเทียนเสว่ ยินยิน ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือและคนอื่นๆ ใช้พลังเต๋า พุ่งขึ้นไปบนฟ้า โดยเฉพาะเกาเจี้ยของสำนักต้าซื่อ บ้าครั่งที่สุด เหยียบพลังจิตมังกรยาว ใช้พลังทั้งหมด เพื่อขึ้นบนฟ้า
ความสูงกว่าพันเมตร ชันสูงไร้บันได ที่ขึ้นไปได้ โดยทั่วไปจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตแดนเทพ คนอื่นๆ ไม่มีทางลอยขึ้นไปได้ ทำได้เพียงอยู่บนพื้น รอผลการต่อสู้จากด้านบนอย่างเงียบๆ
“เด็กน้อย อย่าหนีไปไหนล่ะ รอให้ฉันเสี่ยเฮยได้อันดับหนึ่งก่อน ลงจากเวทีเมื่อไหร่ จะมาจัดการแก”
เฮยเถิงยิ้มอย่างมีเลศนัย ลมฟ้าพัดผ่านตัวเขา พาขึ้นไป
“เซียนอาจารย์ฉิน พวกเรารีบไปกันเถอะ เมื่อพวกเขาเริ่มต่อสู้ ยังไงก็ไม่มีทางลงมาอย่างเร็วได้” เสี้ยวเสี้ยวจับมือฉินหลั่งลากไป แล้วกล่าวอย่างเบาๆ
“คุณอยากไป ก็ใช่ว่าจะไปได้”
ฉินหลั่งส่ายหน้า
เสี้ยวเสี้ยวชะงัก พบว่า คนที่มากับเฮยเถิง กำลังมายื่นข้างๆ มองอย่างดูแคลน “เด็กน้อย อย่าคิดที่จะหนี กล้ายั่วโมโหศิษย์พี่ ต่อให้เป็นสุดใต้หล้าฟ้าเขียว แกก็ต้องตายอยู่ดี”
“ฉันไม่ได้อยากหนี แต่ฉันอยากเห็นฝีมือของเฮยเถิง กล้าข่มขู่ฉัน” ฉินหลั่งยิ้มมุมปาก เขายื่นมือไปขวางเสี้ยวเสี้ยวไว้
“สาวน้อย คุณอยากเห็นงานขึ้นแดนเทพเซียนว่าเป็นยังไงไม่ใช่เหรอ?ฉันพาคุณไปเอง”
พูดจบ ฉินหลั่งก็โอบเสี้ยวเสี้ยว ลอยไป ราวกับลูกโป่งก็มิปราณ ค่อยๆลอยไปที่เวทีอย่างช้าๆ
คนที่กำลังสมน้ำหน้าอยู่รอบๆ หน้าถอดสีทันที ไม่คิดว่าฉินหลั่งจะเป็นยอดฝีมือแดนเทพ ต้องรู้ไว้ว่า อายุขนาดนี้แล้วเป็นแดนเทพได้นั้น ในโลกเทพเท็จ ก็ถือเป็นคนเก่งในรุ่นแล้ว
ผู้คนของสำนักอัสนี ต่างขมวดคิ้ว แต่ไม่นานก็ผ่อนคลายลง
“ต่อให้แกเป็นแดนเทพแล้วไง? ฝีมือของพี่เฮย ไม่ใช่คนที่แดนเทพจะชนะได้”
เมื่อพูดจบ พวกเขาแสดงสีหน้าดูแคลน รอดูเรื่องสนุก
ฉินหลั่งพาเสี้ยวเสี้ยว ลอยไปที่เวทีอย่างช้าๆ และในเวลาเดียวกันได้ดึงดูดสายตาของทุกคน แดนเทพในรุ่น น้อยมาก โดยทั่วไปแล้วทุกคนก็ต่างรู้จักกัน ฉินหลั่งคนแปลกหน้าแบบนี้ ก็ค่อนข้างแปลกประหลาด
“เขาเป็นใครงั้นเหรอ?”
ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือมองมาอย่างสนใจ
พลังที่ฉินหลั่งปล่อยออกมา เป็นเพียงแดนเทพขั้นต้นเท่านั้น แต่ร่างกายไม่เลว หน้าตาดี ทำให้ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือเกิดความแปลกใจขึ้นมา
“นี่เป็นคนของวังอู๋ซ่าง รู้จักกับยินยิน ก่อนหน้านี้อยู่บนเขา ว่ากันว่าได้หาเรื่องเฮยเถิง” จื่อเทียนมิ่งนั่งข้างๆ กล่าวอย่างสงบ
“งั้นก็เสียดายจริงๆ ดันไปหาเรื่องไอ้บ้าเฮยเถิงเข้า ต่อให้แกจะสวยหล่อขนาดไหน มันก็ทำลายได้หมด” ธิดาศักดิ์สิทธิ์แดนเหนือกล่าวอย่างโศกเศร้าเล็กน้อย
แต่ยินยินชะงัก ขมวดคิ้วแล้วกล่าว
“เสี้ยวเสี้ยว แกรีบมาเร็ว”
เสี้ยวเสี้ยวกำลังตกใจอยู่ เมื่อได้ยินเสียงของพี่สาว ก็รีบเดินเข้าไปหา
ฉินหลั่งหันไปมอง พบว่าเฮยเถิงกำลังยิ้มอย่างมีเลศนัยมา เขาไม่สนใจ แต่ยังคงมองไปรอบๆ ทั้งเวที กว้างใหญ่กว่าร้อยฟุต คนสิบกว่าคนนั่งห่างๆกัน ล้วนเป็นระดับสูงกว่าแดนเทพทั้งนั้น แทบจะเป็นคนเก่งวัยรุ่นทั้งรุ่น มารวมกันหมดแล้ว
“แกมาได้ไงกัน”
ยินยินกล่าวตำหนิ
เวทีมีกฎอยู่ เพียงแค่ใครที่ขึ้นมาที่นี่ จะถือเป็นว่าเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อจะเป็นอันดับหนึ่ง และอาจจะถูกคนท้าประลองได้ตลอดเวลา ดังนั้นยินยินจึงไม่พาเสี้ยวเสี้ยวขึ้นมาที่นี่

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset