ราชาเหนือราชัน – ตอนที่ 118 : รับเอาไพ่ตายของข้าไปซะ

อ่านโดจิน doujinza.com


“ปล่อยข้านะ!” ฟางฉิงเอ๋อได้สติ และเริ่มขัดขืน

“ปล่อยหรือ? ไม่ นับแต่นี้เจ้าเป็นสาวใช้ของข้า” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างไม่ลดละ คำพูดเหล่านั้นได้เข้าถึงหูของทุกคน

“เจ้า…” ใบหน้าของฟางฉิงเอ๋อเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อได้ยินเช่นนั้น

ด้วยบางเหตุผล ความต้องการจะโค้งคำนับต่อชายตรงหน้าเพิ่มขึ้น หัวใจของนางพองโตจนไม่อาจระงับไว้ได้ มันถูกกระตุ้นให้เติบโตราวกับวัชพืชที่ไม่อาจกำจัดได้หมด

“บังอาจนัก! ปล่อยนางเดี๋ยวนี้หากยังรักชีวิตตัวกลัวตาย!” ลั่วหลินตะโกนเสียงดัง ออร่าพลุ่งพล่าน

เซี่ยงเส้าหยุนจ้องไปที่ลั่วหลิน และกล่าวอย่างไร้ความกลัว “เจ้าจะหุบปากไม่ได้เลยหรือ ตาแก่หัวโบราณ? นางเป็นสาวใช้ของข้า และไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันประตูธงอีกต่อไปแล้ว”

“สามหาว! ข้าจะปิดปากเจ้าเดี๋ยวนี้!” ลั่วหลินไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขากระโดดลงจากเรือ และพุ่งไปในอากาศ ขณะที่พุ่งตรงไปยังเซี่ยงเส้าหยุนอย่างก้าวร้าวราวกับนกอินทรีบินโฉบเหยื่อ

“หยุดเดี๋ยวนี้ ลั่วหลิน!” ทันกวงหัวตะโกนจากเรืออีกฝั่ง แต่ช้าไปเสียแล้ว ลั่วหลินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแปรสภาพขั้นแปด ความแข็งแกร่งที่น่ากลัวไม่ใช่สิ่งที่เซี่ยงเส้าหยุนจะต้านทานได้ เช่นเดียวกันกับที่ลั่วหลินกำลังจะถึงตัวเด็กหนุ่ม เขาทำในสิ่งที่ทุกคนจะต้องอึ้ง

“ไอ้แก่หน้าโง่ รับไพ่ตายของข้าไป!” เซี่ยงเส้าหยุนตะโกน และโยนฟางฉิงเอ๋อไปที่ลั่วหลิน ราวกับนางเป็นอาวุธ

ทุกคนต่างดาวตาเบิกโพรงด้วยความตกใจ เขากล้าโยนสาวงามเช่นนางเชียวหรือ? เขาเป็นบุรุษแบบไหนกัน? เหตุใดจึงบ้าดีเดือดเพียงนี้!

แม้แต่ฟางฉิงเอ๋อเองก็ยังอึ้ง ในตอนนั้น นางยังคงรู้สึกว่าเซี่ยงเส้าหยุนเป็นสุภาพบุรุษผู้ปฏิบัติต่อหญิงสาวอย่างดี แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขากลับทำเช่นนี้ ทำให้นางสับสนไปหมด

ลั่วหลินเป็นนักสู้ผู้มากความสามารถ เมื่อเขาเห็นฟางฉิงเอ๋อลอยมาหา เขาระงับพลังในมือทันที และเปลี่ยนเป็นพลังอ่อน ๆ ที่สามารถจับฟางฉิงเอ๋อได้อย่างนุ่มนวน จากนั้นเขาก็โจมตีไปที่เซี่ยงเส้าหยุนด้วยมืออีกข้าง แต่ทันกวงหัวได้มาถึง

ตู้ม!

ทันกวงหัวปัดป้องการโจมตีของลั่วหลิน เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง คลื่นสูงกว่าสิบเมตรกระทบกับริมฝั่งแม่น้ำ

“เหตุใดจึงสูญเสียการควบคุมเช่นนี้ ลั่วหลิน?” ทันกวงหัวถามด้วยรอยยิ้ม    อ่านโดจิน doujinza.com

“ทันกวงหัว ท่านจะยืนขวางทางข้ารึ? เจ้าเด็กนั่นมันเหยียดหยามข้า และไม่แสดงความเคารพสักนิด ศิษย์ของตำหนักยุทธ์ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้น่ะรึ พวกเขาไม่ได้ถูกสอนให้เคารพผู้อาวุโสหรืออย่างไร?” ลั่วหลินกล่าวอย่าวไม่พอใจ

“มันเป็นความผิดของเส้าหยุน เส้าหยุน มากล่าวขอโทษต่อพี่ลั่วหลินเขา แล้วจบกันไป” ทันกวงหัวกล่าวขณะจ้องไปที่เซี่ยงเส้าหยุน

หากไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มผู้นี้ ตำหนักยุทธ์คงตะพ่ายแพ้ยับเยินเป็นแน่

“เหอะ ข้าไม่สนว่าเขาจะกล่าวขอโทษ แต่สถาบันประตูธงจะจดจำวันนี้ไว้” ลั่วหลินกล่าวอย่างเย็นชา และย้อนกลับไปบนเรือพร้อมกับฟางฉิงเอ๋อ ชั่วขณะที่พวกเขากลับไปบนเรือ เรือได้แล่นออกไปโดยไม่รอตำหนักยุทธ์

“ไปสิ เส้าหยุน” ทันกวงหัวกล่าว

“ใช่ เราต้องออกเรือให้เร็วที่สุด เพราะพวกเขาเอาสาวใช้ของข้าไป” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าว

“ลูกพี่! ชัยชนะ! ลูกพี่! ชัยชนะ!” เซี่ยหลิวฮุยตะโกนขณะสะบัดธงขาวไปรอบข้าง

“เซี่ยงเส้าหยุน! ชัยชนะ! ตำหนักยุทธ์! ชัยชนะ!” ศิษย์คนอื่นเริ่มตะโกนเช่นกัน

เซี่ยงเส้าหยุนได้ชำระความโกรธให้แก่พวกเขาแล้ว ดังนั้น พวกเขาจึงใหการต้อนรับราวกับวีรบุรุษผู้นำพาชัยชนะให้แก่พวกเขา ดวงตาของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม และหวังว่าสักวันจะสามารถทำตัวเอาแต่ใจแบบเซี่ยงเส้าหยุนได้บ้าง เพื่อปราบโฉมงามมาเป็นสาวใช้ และด่ารองอาจารย์ใหญ่ของสถาบันประตูธงอย่างไม่เกรงกลัว

เพียงแค่เห็นการกระทำเหล่านั้นก็ทำให้พวกเขาพอใจ น่าเสียดายนัก ที่นั่นยังเป็นเพียงความฝัน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแข็งแกร่งเฉกเช่นเซี่ยงเส้าหยุน แต่สำหรับเยี่ยเทียนหลง เขาไม่แม้จะกล้ามองเซี่ยงเส้าหยุนเป็นศัตรูอีกต่อไป

แม้แต่อู่หมิงหยางก็ยังยอมแพ้เช่นกัน เขาคงมิอาจต่อต้านเซี่ยงเส้าหยุนอีกต่อไป มิเช่นนั้น นั่นคงเท่ากับฆ่าตัวตาย

ตำหนักยุทธ์ได้เริ่มแล่นเรืออีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังหุบเขาแม่น้ำทองคำ หลังจากได้รับชัยชนะ แทนที่จะกระโดดไปรอบ ๆ ด้วยความยินดี พวกเขากลับเก็บมันไว้ในใจ ด้วยไม่อาจทนต่อการจ้องมองอันเร่าร้อนของเหล่าศิษย์นอบข้าง มันคงจะดีหากสายตาเหล่านั้นเป็นของเด็กสาว ไม่ใช่เด็กหนุ่มเช่นนี้

สิบวันผ่านไป ตำหนักยุทธ์ และสถาบันประตูธงก็ได้มาถึงใกล้กันกับหุบเขาแม่น้ำทองคำ พวกเขาได้เห็นแม่น้ำทองคำ มันส่องสว่างแวววับภายใต้แสงแดด กับสายน้ำราวกับทองคำเหลว ในบางคราอาจเห็นปลาที่มรเกล็ดสีทองในแม่น้ำ ด้วยความเร็วของพวกมันในน้ำ ทำให้ยากจะจับได้

ปลาเหล่านี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของยาต่าง ๆ เมื่อใช้ร่วมกัน และยังสามารถเพิ่มอายุการใช้งานได้ด้วย ศิษย์จากตำหนักยุทธ์ต่างต้องการจับพวกมัน แต่ก็ต้องคอยระวังปีศาจในแม่น้ำ ซึ่งทำให้พวกเขาต่างตกตะลัง การลงไปในแม่น้ำคือการฆ่าตัวตาย การเดินทางทั้งหมดเป็นไปอย่างสงบสุข ก่อนที่พวกเขาจะพบว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา

“แม้การเดินทางจะเป็นไปอย่างราบรื่น นั่นเพราะเราโชคดีที่ไม่ได้เผชิญหน้า หรือยั่วยุปีศาจน้ำใด แต่ถ้าเรากล้าออกล่าที่กลางแม้น้ำแล้วล่ะก็ จะต้องพบกับหายนะที่รออยู่” ทันกวงหัวกล่าวเตือน “ในภายภาคหน้า ไม่ว่าพวกเจ้าจะไปที่ใด โปรดระวังตัว และอย่าประสาทสิ่งรอบข้างเป็นอันขาด”

ศิษย์ทั้งหมดตอบกลับ “ขอรับ!”

“เอาล่ะ เราได้มาถึงหุบเขาแม่น้ำทองคำแล้ว ทำให้ดีที่สุด และพยายามเข้าถึงสิบอันดับแรก แน่นอนว่า สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการปกป้องชีวิตของพวกเจ้าเอง ข้าหวังว่าพวกเราจะรอดกลับมาครบทุกคน” เจี้ยฉือกล่าว

แม้จะทราบดีว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดหวังให้ทั้งหมดรอดชีวิต แต่ก็ไม่อาจกล่าวเช่นนั้นออกไป การต่อสู้กำลังจะเริ่มในไม่ใช่ แล้ะขาไม่อาจกล่าวสิ่งที่ทำให้เหล่าศิษย์เสียกำลังใจได้

พวกเขาเทียบท่าที่ธนาคาร ที่นั่น มีคนจำนวนมากมาถึง ป้ายแสดงสถาบันมากมายกำลังกระพือในสายลม หอหยกวารี จากเมืองหยกวารี นิกายหุบเขาทมิฬจากเมืองหุบเขาทมิฬ สถาบันฉือจากเมืองฉือ และสถาบันอื่นอีกมากมาย

ทั้งหมดเป็นเมืองที่อยู่ในการปกครองของนครขอบนภาซึ่งมีกว่าหนึ่งร้อยแห่ง และตัวแทนกว่าเก้าสิบเมืองได้มารวมตัวกันที่นี่ นอกเหนือจากผู้อาวุโสที่เป็นผู้นำแล้ว สถานที่นี่ยังเต็มไปด้วยผู้เยาว์เกือบทั้งหมด

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

我不是大魔王
Score 7.8
Status: Ongoing Released: 2019 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน เรื่องย่อ นครขอบนภา เมืองอู่ ตำหนักยุทธ์ ตำหนักยุทธ์คือสถานที่ในเมืองอู่ ที่ได้คัดเลือกผู้ฝึกยุทธ์จากต่างเมืองมาเป็นลูกศิษย์ ทุกฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกลูกศิษย์หน้าใหม่ เพราะเหตุนั้น บุตรหลานและผู้เยาว์จากหลากหลายหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างก็หลั่งไหลกันมาเพื่อเข้ารับการทดสอบเข้าตำหนักยุทธ์ พวกเขาต่างมาแสวงหาซึ่งกำลัง ในปีนี้ การคัดเลือกเป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว วันนี้ได้มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งตัวราวกับบัณฑิตได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูหลักของตำหนักยุทธ์ อ้อนวอนขออนุญาตเพื่อให้ได้เข้าไป เด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะมีอายุราวสิบห้าถึงสิบหกปีและมีคุณสมบัติที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี เป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าที่หล่อเหลาเจิดจ้า ข้อบกพร่องคือร่างกายมีรูปร่างที่ผอมและเสื้อผ้าของเขาก็ขาดรุ่งริ่งราวกับผ่านพ้นอะไรมามากมาย ไม่ต่างกับบัณฑิตผู้ยากไร้ “เจ้าหนุ่ม ข้ากล่าวไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้ายังดื้อรั้นอยู่อีก? ช่วงเวลาที่ตำหนักยุทธ์ได้คัดเลือกเหล่าลูกศิษย์ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ถ้าหากเจ้าอยากจะเข้าร่วมตำหนัก เจ้าจงรอฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้าและจงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ทหารยามที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์ข้างหน้าตำหนักได้กล่าวต่อสักคำหนึ่งกับเด็กหนุ่มราวกับใกล้จะหมดความอดทน ทหารยามอีกคนหนึ่งเผยท่าทีดุร้ายจับจ้องประหนึ่งคมมีดไปยังเด็กหนุ่มพร้อมตะคอกใส่ “เจ้ามาที่นี่ก็สามวันแล้ว หากเจ้ายังไม่ไปให้พ้นจากตรงนี้ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ” ทหารยามทั้งสองเชี่ยวชาญในการรับมือกับบุคคลที่ไร้ยางอายที่จะคิดเข้าไปให้ได้ เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเจิดจ้าและหัวเราะ พูดว่า “พี่ชายทั้งสองอย่าทำเช่นนี้เลยข้า เซี่ยงเส้าหยุนเป็นอัจฉริยะที่พบเห็นได้ในรอบร้อยปี! ตราบใดที่พวกท่านอนุญาตให้ข้าเข้าไปข้างใน ข้าก็จะได้เป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์อย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นนะ ข้ายังจะเป็นลูกศิษย์ที่เลิศล้ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำหนักยุทธ์! และเมื่อนั้นข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านทั้งสองเลย” “ไร้สาระ! เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะในรอบร้อยปีงั้นรึ? มองดูรูปร่างผอมบางของเจ้าก่อนไหม? ข้าเดิมพันว่าเจ้ารับหมัดของข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!” ทหารยามเผยสายตาดุร้ายขณะที่เขาตวาดเด็กหนุ่มพร้อมปล่อยหมัดออกไป ขณะที่หมัดกำลังเข้าใกล้ เด็กหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าเซี่ยงเส้าหยุนตะโกนขึ้น “หยุดนะ” ดูเหมือนว่าเสียงร้องของเซี่ยงเส้าหยุนจะได้ผล มีพลังอำนาจบางอย่าง ราวกับว่าเขาคือบุคคลที่คนนับหมื่นจะต้องตกอยู่ภายใต้ตัวเขา ทหารยามผู้ที่มีสีหน้าดุดันเหม่อมองชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดจากตัวเด็กหนุ่ม แรงกดดันมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ที่ฉายผ่านดวงตาที่มองมา ถึงแม้ว่าทหารยามยังคงเย้ยหยันอย่างเย็นชา “กลัวแล้วงั้นรึ? งั้นก็ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นวันนี้จะต้องได้เห็นดีกันแน่” “นี่มันช่างน่าขัน นายน้อยผู้นี้ได้พบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใยจึงต้องหวาดกลัวด้วยเล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตัวเอง แต่ทว่าท่าทียังคงชวนสงสารเวทนา เขาเผยรอยยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ดูสิ่งนี้สิ!” ในมือของเขาปรากฎชิ้นส่วนหินที่ส่องแสง หินก้อนนั้นดูบริสุทธิ์และไร้มลทิน ผู้ใดพบเห็นย่อมต้องตกตะลึง ทหารยามหวาดระแวงที่จะจ้องมองหินก้อนนั้น เมื่อมองให้ดี สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เซี่ยงเส้าหยุน หัวเราะ “ฮี่ฮี่ อยากได้ใช่มั้ยล่ะ? ถ้าเกิดว่าให้คุณชายคนนี้ได้เข้าสู่ตำหนัก เจ้าเศษหินนี่…” เพี๊ยะ! ก่อนที่เซี่ยงเส้าหยุนจะพูดจบ ทหารยามได้ฟาดฝ่ามือใส่เขา หินส่องแสงโดนตบหลุดไปจากมือของเซี่ยงเส้าหยุน “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ใช้หินขยะนี่มาติดสินบนข้า! ข้าคิดว่าถ้าเจ้าไม่ได้เห็นโลงศพ เจ้าก็จะไม่มีวันหลั่งน้ำตาสินะ” ทหารยามยกหมัดขวาเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนและกำลังจะต่อยไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่ม “เวรเอ้ย ข้าจะเจอคนมีตาแต่หามีแววไม่อีกเท่าไหร่กัน” เซี่ยงเส้าหยุนก่นด่าตัวเขาเอง เขาหลับตาลงโดยที่ไม่ต้องทะเลาะเพราะรู้ว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะที่จะต้านรับมันได้ ขณะที่กำปั้นกำลังจะเข้าไปทักทายใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงทุ้มลึกและดุดัน ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset