ราชาเหนือราชัน – ตอนที่ 126 : เสียงคํารามที่เขย่าทั้งภูเขา และแม่น้ํา

ราชาเหนือราชัน ตอนที่ 126 : เสียงคํารามที่เขย่าทั้งภูเขา และแม่น้ํา

 

หุบเขาแม่น้ําทองคําไม่ได้กว้างใหญ่ เสี่ยวไปบินไปด้วยความรวดเร็วจนพวกเขาสามารถมาถึงจุดหมายได้ในครึ่งวัน การผจญภัยของทั้งสองเป็นไปอย่างราบรื่น พวกเขาไม่พบราชาปีศาจแม้เพียงสักตัวระหว่างทาง เซี่ยงเส้าหยุนกลับรู้สึกไม่สบายใจ ต้องมีสิ่งผิดปกติแน่

 

แต่เพราะใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว เขาไม่อาจเปลี่ยนใจเสี่ยวไป่ให้ย้อนกลับได้ ดังนั้นเขาเริ่มสังเกตสภาพแวดล้อมอย่างระวัง ออร่าสีทองที่สามารถมองเห็นได้ริบหรี่อยู่ไม่ไกลเบื้องหน้า ออร่าสีทองสว่างอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งยากที่จะมองจุดกําเนิดให้ชัดเจน

 

ก้อนหิน ดอกไม้ใบหญ้า ต้นไม้ และทุกสิ่งล้วนเป็นสีทอง พวกมันดูน่ากลัว และแปลกประหลาดทําให้ทราบว่ามีบางสิ่ง ซ่อนอยู่ภายในหุบเขาแห่งนี้ มิเช่นนั้นทุกสิ่งคงไม่เป็นสีทอง แม้จะมียอดฝีมือมากมายที่เคยสํารวจสถานที่แห่งนี้ แต่โชคร้ายไม่มีผู้ใดพบสิ่งใดเลย และในที่สุดพวกเขาก็ต้องยอมแพ้ ด้วยสรุปได้ว่าสีที่เปลี่ยนไปอาจเกิดจากพลังงานโลหะที่หนาแน่นด้วยสภาพดิน และแม่น้ําที่นี่

 

เซี่ยงเส้าหยุนเปิดใช้งานพรสวรรค์สัญชาตญาณ สายตา ที่มองลงไปเบื้องล่างอย่างเฉียบคมทําให้เห็นอสรพิษจระเข้ทองคํามากมายหลับไหลอยู่ หากไม่ใช่เพราะสายตาอันเฉียบคม เขาคงคิดว่าสัตว์ร้ายเหล่านั้นเป็นก้อนหิน

 

ตอนนี้เซี่ยงเส้าหยุนมองพวกมันชัดเจน ผมของเขาลุกชันด้วยมีอสรพิษจระเข้ทองคําหลายหมื่นตัว แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาเองก็ต้องหลบหนีไปเมื่อเห็นภาพนี้ ขณะที่เซี่ยงเส้าหยุนเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับดวงดาวขั้นแปดเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม เสี่ยวไป่รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น เมื่อบินตรงไปที่พื้น

 

“ช้าก่อน เสี่ยวไป่ หากเราลงต่ํากว่านี้ เราทั้งคู่จะตายเอานะ” เซี่ยงเส้าหยุนตะโกน

 

“ลูกพี่! ข้าสามารถสัมผัสถึงมันได้! มันเกี่ยวของกับสายเลือดของข้าจริง! มันจะต้องเป็นประโยชน์มาก! ข้าต้องลงไป!” เสี่ยวไป่กล่าวอย่างตื่นเต้นจนไม่ฟังคําของเซี่ยงเส้าหยุน และ ดําดิ่งลงไปเรื่อย ๆ

 

“เราแย่แน่! เราต้องแย่แน่!” มีเพียงเซี่ยงเส้าหยุนที่รู้สึกหวาดกลัวอยู่ฝ่ายเดียว

 

ไม่ว่าตัวเขาเองจะหยิ่งผยองเพียงใด แต่ก็ไม่เชื่อว่าจะสามารถต่อสู้กับอสรพิษจระเข้ทองคําจํานวนมากขนาดนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีราชาปีศาจอยู่ท่ามกลางพวกมันด้วย

 

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

 

แน่นอนว่าขณะที่เสี่ยวไป่บินลงมาพร้อมกับเซี่ยงเส้าหยุนร่างหน้า และแข็งหลายตัวพุ่งขึ้นจากเบื้องล่าง อสรพิษจระเข้ทองคําที่เป็นราชาปีศาจถึงห้าตัว แต่ละตัวมีความยาวประมาณเจ็ด หรือแปดเมตร และมีความกว้างเท่าเสาร์ขนาดใหญ่ มีหนามแหลมจํานวนมากตามผิวหนังทําให้พวกมันดูน่ากลัว

 

“มนุษย์ผู้ใดกล้าล่วงล้ํารังของข้า มันจะต้องตาย!” หนึ่งในพวกมันตะโกน หลังจากสิ้นคํา มันก็จู่โจมทันที

 

ฟึ่บ

 

พลังงานดาบยาวกว่าสิบเมตรปรากฏขึ้น และพุ่งเข้าใส่เซี่ยง เส้าหยุน และเสี่ยวไปกลางอากาศ นี่คือความสามารถของราชา การสังหารในพริบตา

 

“มันจบแล้ว!” จิตใจของเซี่ยงเส้าหยุนว่างเปล่า เขายังมีสิ่งที่ต้องทําอีกมาก และยังไม่ต้องการตายตอนนี้ เขาเริ่มใจร้อน หากไม่เห็นแก่คําขอของเสี่ยวไป เขาคงไม่เสี่ยงเช่นนี้ ด้วยเป็นคนระมัดระวังตัวมาตลอด

 

ในขณะนั้นเอง เสียงคํารามที่ทําให้แผ่นดินแตกแยกออกจากปากของเสี่ยวไป การคํารามหนึ่งครั้งทําให้ภูเขา และแม่ น้ําต้องสะเทือน! นี่คือเสียงคํารามของราชาแห่งสัตว์ทั้งปวงด้วยแก่นแท้ของเสียงคําราม มันได้ฉีกท้องฟ้า สร้างเสีนงสะท้อนด้วยพลังแห่งธรรมชาติ

 

ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถหยุดการจู่โจมของอสรพิษจระเข้ทองคําได้ ท้ายที่สุดแล้ว ช่องว่างระหว่างระดับของพวกเขาก็กว้างใหญ่เกินไป ในขณะที่การโจมตีกําลังจะเข้าถึงตัว มีพลังบางอย่างลงมาจากท้องฟ้า

 

ฟึ่บ!

 

พลังนั่นได้ปัดป้องการโจมตีที่เข้ามา ก่อนจะส่งการโจมตีแยกเป็นห้าส่วนเข้าใส่สัตว์ร้ายทั้งห้าตัว ก่อนที่สัตว์ร้ายทั้งห้าจะทันได้ตอบโต้ พวกมันก็ถูกนั่นเป็นสองส่วน หยาดโลหิตร่วงหล่นราวกับเม็ดฝน

 

เซี่ยงเส้าหยุนเองก็ตกตะลัง เขาไม่ได้คาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าทิ้งเช่นนี้ ก่อนที่เขา และเสี่ยวไปจะทันตอบสนอง พวกเขาถูกพลังนั้นมัดตัวเอาไว้ และตกลงไปเบื้องล่าง

 

นอกเหนือจากนั้น คลื่นเสียงอันน่าหวาดหวั่นก็ปรากฏขึ้น และพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนก่อนที่จะปะทุ และกระเพ่อมไปทั่วทั้งหุบเขาแม่น้ําทองคํา คลื่นเสียงนี้ทรงพลังกว่าเสียงคํารามของเสี่ยวไปเสียอีก มันได้สังหารสัตว์ร้ายเบื้องล่างในทันที ขณะตัวที่รอดชีวิตเริ่มหลบหนี

 

เบื้องล่าง เหล่าสัตว์ร้ายแตกตื่นกัน มีหลายตัวที่ถูกพรรคพวกตนเองเหยียบจนตายในความโกลาหลนั้น แม้แต่ศิษย์ที่อยู่ขอบด้านนอกของหุบเขาเองก็ได้ยินเสียงนั่น หัวใจของพวกเขาสันสะท้านด้วยความหวาดกลัว

 

“เสียงอะไรกัน? ช่างน่ากลัวนัก…”

 

“มันคือเสียงพยัคฆ์คําราม อย่าบอกนะว่ามีราชาพยัคฆ์อยู่ที่นี่? เสียงคํารามนั่นน่ากลัวเหลือเกิน”

 

“ราชาพยัคฆ์ปีศาจตนใหม่ได้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ แต่ข้าคิดว่าที่นี่เป็นอาณาเขตของอสรพิษจระเข้ทองคําเสียอีก?”

 

“ข้าไม่คิดว่าจะเป็นราชาปีศาจตนใหม่นะ ข้าสัมผัสได้ว่ามันมีพลังที่แข็งแกร่งมาก”

 

“บ้าฉิบ! อสรพิษจระเข้ทองคําจํานวนมากกําลังวิ่งออกมาบ้าเอ้ย! หนีเร็ว!”

 

คลื่นเสียงทําให้หุบเขาแม่น้ําทองคําโกลาหล เหล่าศิษย์วัยเยาว์ที่กําลังล่าอสรพิษจระเข้ทองคําเองก็เดือดร้อนจากคลื่น เสียงนั้น ด้วยพวกเขาหลายคนตาย และบาดเจ็บจากการแตกตื่นของสัตว์ร้าย

 

โชคดีที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาเองก็ให้ความสนใจกับหุบเขาแห่งนี้ พวกเขารีบขึ้นรถม้าทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หัวหน้ากลุ่มคือ ‘โม่ฉาเก้อ’ เข้าเป็นผู้บัญชาการจากนครขอบนภา ในตอนนี้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่องนภาขั้นห้าที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ คนรอบข้างล้วนเป็นยอดฝีมือระดับล่องนภาเช่นกัน

 

“ท่านผู้บัญชาการ มีบางสิ่งเกิดขึ้นภายในหุบเขาแม่น้ำทองคําขอรับ” บุคคลหนึ่งกล่าว

 

“ใช่ ปริศนาของหุบเขาแม่น้ําทองคํากําลังจะคลี่คลายแล้วงั้นหรือ?” โม่ฉาเก้อกล่าวพร้อมขมวดคิ้ว

 

“เราควรไปช่วยเหลือเหล่าผู้เยาว์ไหม?” อีกคนหนึ่งถาม

 

“สถานการณ์วิกฤติเป็นสิ่งจําเป็นในการค้นพบความสามารถที่แท้จริง มีเพียงผู้ที่อยู่รอดเท่านั้นจึงจะเป็นชนชั้นสูง เราไปดูกันเถอะ” โม่ฉาเก้อกล่าวอย่างเฉยเมย

 

“ท่านผู้บัญชาการ แม้แต่ราชาอสรพิษจระเข้ทองคําก็บินออกจากรังเช่นกัน หากมันมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้น สิ่งต่าง ๆ คงจะยุ่งยากขึ้นไปอีก” อีกคนหนึ่งกล่าว

 

“เราไม่มีทางเลือกอีกแล้ว” โม่ฉาเก้อกล่าว

 

จากนั้น รถม้าของพวกเขาก็พุ่งไปยังส่วนลึกของหุบเขาแม่น้ําทองคํา แต่ก่อนที่จะเข้าไปใกล้ พวกเขาก็ต้องสะดุดกับราชาอสรพิษทองคําจํานวนมากเข้าจู่โจม บังคับให้พวกเขาต้องหยุด และจัดการกับเหล่าสัตว์ร้าย

 

แต่ไม่นานนัก พวกเขาก็พบว่าไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป มีราชาอสรพิษจระเข้ทองคําจํานวนมากเหลือเกิน ทันใดนั้น ที่ร่างบางพุ่งออกมาด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์ ผู้มาใหม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ และสังหารราชาสัตว์ร้ายจํานวนมากในทันใด

 

“ขอบคุณสําหรับการช่วยเหลือ ศิษย์พี่” โม่ฉาเก้อกล่าวอย่างยินดี หลังจากพวกเขาจัดการกําราบฝูงอสรพิษจระเข้ทองคําให้พ้นทาง

 

“เอาล่ะ ไปดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น” หัวหน้าของผู้มาใหม่กล่าว

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

我不是大魔王
Score 7.8
Status: Ongoing Released: 2019 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน เรื่องย่อ นครขอบนภา เมืองอู่ ตำหนักยุทธ์ ตำหนักยุทธ์คือสถานที่ในเมืองอู่ ที่ได้คัดเลือกผู้ฝึกยุทธ์จากต่างเมืองมาเป็นลูกศิษย์ ทุกฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกลูกศิษย์หน้าใหม่ เพราะเหตุนั้น บุตรหลานและผู้เยาว์จากหลากหลายหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างก็หลั่งไหลกันมาเพื่อเข้ารับการทดสอบเข้าตำหนักยุทธ์ พวกเขาต่างมาแสวงหาซึ่งกำลัง ในปีนี้ การคัดเลือกเป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว วันนี้ได้มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งตัวราวกับบัณฑิตได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูหลักของตำหนักยุทธ์ อ้อนวอนขออนุญาตเพื่อให้ได้เข้าไป เด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะมีอายุราวสิบห้าถึงสิบหกปีและมีคุณสมบัติที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี เป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าที่หล่อเหลาเจิดจ้า ข้อบกพร่องคือร่างกายมีรูปร่างที่ผอมและเสื้อผ้าของเขาก็ขาดรุ่งริ่งราวกับผ่านพ้นอะไรมามากมาย ไม่ต่างกับบัณฑิตผู้ยากไร้ “เจ้าหนุ่ม ข้ากล่าวไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้ายังดื้อรั้นอยู่อีก? ช่วงเวลาที่ตำหนักยุทธ์ได้คัดเลือกเหล่าลูกศิษย์ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ถ้าหากเจ้าอยากจะเข้าร่วมตำหนัก เจ้าจงรอฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้าและจงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ทหารยามที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์ข้างหน้าตำหนักได้กล่าวต่อสักคำหนึ่งกับเด็กหนุ่มราวกับใกล้จะหมดความอดทน ทหารยามอีกคนหนึ่งเผยท่าทีดุร้ายจับจ้องประหนึ่งคมมีดไปยังเด็กหนุ่มพร้อมตะคอกใส่ “เจ้ามาที่นี่ก็สามวันแล้ว หากเจ้ายังไม่ไปให้พ้นจากตรงนี้ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ” ทหารยามทั้งสองเชี่ยวชาญในการรับมือกับบุคคลที่ไร้ยางอายที่จะคิดเข้าไปให้ได้ เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเจิดจ้าและหัวเราะ พูดว่า “พี่ชายทั้งสองอย่าทำเช่นนี้เลยข้า เซี่ยงเส้าหยุนเป็นอัจฉริยะที่พบเห็นได้ในรอบร้อยปี! ตราบใดที่พวกท่านอนุญาตให้ข้าเข้าไปข้างใน ข้าก็จะได้เป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์อย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นนะ ข้ายังจะเป็นลูกศิษย์ที่เลิศล้ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำหนักยุทธ์! และเมื่อนั้นข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านทั้งสองเลย” “ไร้สาระ! เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะในรอบร้อยปีงั้นรึ? มองดูรูปร่างผอมบางของเจ้าก่อนไหม? ข้าเดิมพันว่าเจ้ารับหมัดของข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!” ทหารยามเผยสายตาดุร้ายขณะที่เขาตวาดเด็กหนุ่มพร้อมปล่อยหมัดออกไป ขณะที่หมัดกำลังเข้าใกล้ เด็กหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าเซี่ยงเส้าหยุนตะโกนขึ้น “หยุดนะ” ดูเหมือนว่าเสียงร้องของเซี่ยงเส้าหยุนจะได้ผล มีพลังอำนาจบางอย่าง ราวกับว่าเขาคือบุคคลที่คนนับหมื่นจะต้องตกอยู่ภายใต้ตัวเขา ทหารยามผู้ที่มีสีหน้าดุดันเหม่อมองชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดจากตัวเด็กหนุ่ม แรงกดดันมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ที่ฉายผ่านดวงตาที่มองมา ถึงแม้ว่าทหารยามยังคงเย้ยหยันอย่างเย็นชา “กลัวแล้วงั้นรึ? งั้นก็ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นวันนี้จะต้องได้เห็นดีกันแน่” “นี่มันช่างน่าขัน นายน้อยผู้นี้ได้พบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใยจึงต้องหวาดกลัวด้วยเล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตัวเอง แต่ทว่าท่าทียังคงชวนสงสารเวทนา เขาเผยรอยยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ดูสิ่งนี้สิ!” ในมือของเขาปรากฎชิ้นส่วนหินที่ส่องแสง หินก้อนนั้นดูบริสุทธิ์และไร้มลทิน ผู้ใดพบเห็นย่อมต้องตกตะลึง ทหารยามหวาดระแวงที่จะจ้องมองหินก้อนนั้น เมื่อมองให้ดี สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เซี่ยงเส้าหยุน หัวเราะ “ฮี่ฮี่ อยากได้ใช่มั้ยล่ะ? ถ้าเกิดว่าให้คุณชายคนนี้ได้เข้าสู่ตำหนัก เจ้าเศษหินนี่…” เพี๊ยะ! ก่อนที่เซี่ยงเส้าหยุนจะพูดจบ ทหารยามได้ฟาดฝ่ามือใส่เขา หินส่องแสงโดนตบหลุดไปจากมือของเซี่ยงเส้าหยุน “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ใช้หินขยะนี่มาติดสินบนข้า! ข้าคิดว่าถ้าเจ้าไม่ได้เห็นโลงศพ เจ้าก็จะไม่มีวันหลั่งน้ำตาสินะ” ทหารยามยกหมัดขวาเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนและกำลังจะต่อยไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่ม “เวรเอ้ย ข้าจะเจอคนมีตาแต่หามีแววไม่อีกเท่าไหร่กัน” เซี่ยงเส้าหยุนก่นด่าตัวเขาเอง เขาหลับตาลงโดยที่ไม่ต้องทะเลาะเพราะรู้ว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะที่จะต้านรับมันได้ ขณะที่กำปั้นกำลังจะเข้าไปทักทายใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงทุ้มลึกและดุดัน ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset