ราชาเหนือราชัน – ตอนที่ 42 : กงฉินหยิน!

เซี่ยงเส้าหยุนล่วงหล่นสู่ทะเลสาบด้านล่าง และเขาถ่มเอาเลือดสดในปากออกขณะจมลึกลงใต้น้ำ โชคดีที่เขาเตรียมตัวล่วงหน้า จึงเปิดใช้งานตำราราชันพิชิตสวรรค์เพื่อรักษาสติให้ตื่นตัวอยู่เสมอ และกอดกระเป๋าบนหลังแน่น ไม่ปล่อยให้มันหลุดลอย กระเป๋าใบนี้บรรจุสิ่งที่เขาเก็บเกี่ยวมาตลอดการผจญภัย เขาจะไม่มีวันเสียมันไปแน่นอน

เซี่ยงเส้าหยุนโผล่พ้นน้ำด้วยความรวดเร็ว ด้วยเกรงว่าจะมีสัตว์ร้ายหลบซ่อนอยู่ใต้ทะเลสาบ ทว่าชั่วขณะที่โผล่พ้นน้ำ สายตาของเขาพบกับสิ่งที่ทำให้เลือดออกจมูก

ร่างอันสง่างามกำลังโผล่พ้นจากน้ำ เปลือยเปล่าหมดจด จุดซ่อนเร้นของนางถูกเผยต่อสายตาอันหื่นกระหาย แม้เอวของนางจะเรียวงาม หน้าอกและบั้นท้ายของนางล้วนถูกเสริมสร้างเป็นอย่างดี มีเสน่ห์อันมากเหลือต่อชายและหญิงบางคน

ยิ่งไปกว่านั้น หยดน้ำเปล่งประกายแวววาวกระเซ็นจากผิวนางราวกับเครื่องเคลือบ ซึงท้าทายต่อสัญชาติญาณดิบของบุรุษอย่างเร่าร้อน

แม้เซี่ยงเส้าหยุนจะรู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ ที่ไหลออกจากจมูก ด้วยมิอาจละสายตาจากฉากสวยงามตรงหน้าได้ และยังคงจ้องไปที่ภาพเบื้องหน้า เซี่ยงเส้าหยุนรู้สึกถึงสายตาราวคมมีด แม่นางตรงหน้าอดไม่ได้ที่จะก่นด่า “ไอ้คนผีทะเล!”

เขาดำลงใต้น้ำอีกครั้ง สตรีผู้นั้นว่ายน้ำกลับไปที่ริมทะเลสาบก่อนที่จะคลุมร่างอันงดงามด้วยชุดบางเบา ทันใดนั้นนางได้หยิบคันธนูและลูกศรออกมา ตั้งท่าเล็งไปที่ตำแหน่งของเซี่ยงเส้าหยุน

“ลงนรกไปเสีย ไอ้โรคจิต!” เด็กสาวตะโกนก่อนที่จะใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดยิงลูกศรที่เต็มไปด้วยพลังดวงดาวพุ่งเข้าใส่เขา ลูกศรอันว่องไวและไร้ความปราณีแหวกอากาศ ด้วยความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ช่วงท้ายของระดับดวงดาวขั้นสาม ลูกศรมาถึงตรงหน้าเซี่ยงเส้าหยุนเพียงชั่วพริบตา ทำให้เขาตกใจ และดำลงไปใต้น้ำอีกครั้ง

ตู้ม!

ชั่วเวลาที่ลูกศรกระทบผืนน้ำ ผืนน้ำลอยขึ้นในทันที พร้อมกับเสียงระเบิด เซี่ยงเส้าหยุนรับรู้ได้ถึงแรงลมจากลูกศรซึ่งพาดผ่านใบหน้า ลูกศรจากสตรีงดงามทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายมากกว่าการตกจากหน้าผาเสียอีก

“บ้าจริง ทำไมโชคของเราช่างเลวทรามกันนะ? เราพึ่งรอดจากความตาย และตอนนี้กลับต้องมาถูกสาวน้อยไล่ล่างั้นรึ!” เซี่ยงเส้าหยุนค่ำครวญกับตนเอง

ด้วยไม่กล้าจะอยู่ที่นี่นานเกินไป เซี่ยงเส้าหยุนว่ายน้ำเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถและหลบหลีกลูกศรของเด็กสาว สตรีผู้นั้นใช้โอกาสสวมใส่อาภรณ์อย่างรวดเร็ว เมื่อมองดูอย่างระมัดระวัง สตรีผู้นี้มีอายุราวสิบห้าถึงสิบหกปี นางมีใบหน้าที่งดงามราวกับดอกบัว ผมของนางสีดำเงาพริวไหวตามสายลม ย้ำถึงเสน่ห์อันโดดเด่น และที่มากกว่านั้นคือธนู และดาบบนหลังของนางแผ่ออร่าความห้าวหาญออกมา

“เจ้าคนทราม โผล่ออกมาเดี๋ยวนี้! ข้า กงฉินหยิน จะสังหารเจ้าให้จงได้!” สตรีนามกงฉินหยินกรีดร้อง

ตอนนั้นเอง เซี่ยงเส้าหยุนโผล่ข้นมาบนจุดอื่น เมื่อได้ยินเสียงสตรีนางนั้น เขากล่าวคำเบากับตนเอง “เหตุใดนามกงฉินหยินถึงฟังดูคุ้นหูกัน?”

หากมีศิษย์จากตำหนักยุทธ์อยู่ที่นี่บ้าง พวกเขาคงทราบเกี่ยวกับกงฉินหยิน นางเป็นถึงอัจฉริยะคนแรกของตำหนักยุทธ์ผู้ก่อให้เกิดห้าดวงดาวส่องสว่าง และนางยังเป็นที่รู้จักในนามธนูพรหมจรรย์ศักดิ์สิทธิ์

ย้อนกลับไปช่วงเวลาที่นางก้าวสู่ตำหนักยุทธ์ นางเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์ห้าดวงดาวส่องสว่างบนท้องฟ้า นอกจากนี้การฝึกยุทธ์ของนางพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไม่เพียงเท่านั้นนางใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งปีในการพัฒนาและก้าวเข้าสู่ช่วงท้ายของระดับดวงดาวขั้นสาม ผู้คนต่างอดไม่ได้ที่จะชื่นชมพรสวรรค์เช่นนี้

เมื่อเห็นเซี่ยงเส้าหยุนขึ้นจากน้ำ นางยิงธนูใส่อย่างต่อเนื่อง ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้อธิบาย สิ่งนี้ทำให้เซี่ยงเส้าหยุนต้องดำลงไปใต้น้ำอีกครั้งด้วยความหดหู่ใจ

‘คุณชายผู้นี้ยังมิทันได้กล่าวถึงจุดประสงค์! ในตอนนี้ เขาจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ที่ได้เห็นร่างเปลือยเปล่าของนาง!’ เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตนเอง เขามิอาจกลั้นหายใจใต้น้ำเช่นนี้ได้ตลอด จึงว่ายน้ำอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เมื่อใดที่เขาถึงฝั่ง เมื่อนั้นจะเป็นโอกาสในการหลบหนี

เสี่ยวไป่ร่วงจากหน้าผาเช่นเดียวกับเซี่ยงเส้าหยุน มันได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและกำลังเกาะเขาไว้แน่น เซี่ยงเส้าหยุนว่ายไปใกล้กับฝั่ง ตั้งสมาธิในการหลบหนี เขาว่ายน้ำด้วยความเร็วเท่าที่จะสามารถ ทันทีที่เข้าใกล้ชายฝั่ง เขากระโจนขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว

กงฉินหยินเฝ้าดูทะเลสาบราวกับเหยี่ยว ช่วงเวลาที่นางเห็นเซี่ยงเส้าหยุนพุ่งขึ้นจากทะเลสาบ นางพุ่งไปหาเขาโดยไม่ทันได้คิดสิ่งใด พาดลูกศรอีกลูกที่ธนู ในนามของ “ธนูพรหมจรรย์ศักดิ์สิทธิ์” วิชาธนูขางนางไม่ใช่สิ่งที่จะประมาทได้เลย

ด้วยเพียงหนึ่งลูกศร พลังงานดวงดาวพุ่งใส่เซี่ยงเส้าหยุนราวกับทะเลแห่งดวงดาว รวดเร็วและร้ายกาจ ทว่าเขาไม่ซ่อนตัวใต้น้ำอีกต่อไป ขณะเปิดใช้งานก้าวราชันเก้าปรโลก ซึ่งว่องไวราวกับวิญญาณ เป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันจะสามารถสังเกตเห็นได้ กงฉินหยินที่มั่นใจฝีมือในการยิงธนูต้องจบลงด้วยการพลาดเป้าในที่สุด

“ช่างรวดเร็วนัก!” กงฉินหยินหายใจหอบเบา ๆ กับตนเอง หลังจากนั้นไม่นาน นางพาดลูกศรขณะที่พึมพำ “แต่เขามิได้เร็วไปกว่าลูกศรของข้าหรอก!”

วินาทีที่ลูกศรถูกปล่อยออก

คราวนี้นางยิงธนูสองดอกพร้อมกัน ลูกศรทั้งสองพุ่งไปตำแหน่งที่ต่างกัน ตัดผ่านเส้นทางสำหรับเซี่ยงเส้าหยุน ด้วยได้ยินเสียงลมพุ่งมาด้วยความเร็วใดล้เข้ามา เซี่ยงเส้าหยุนหลบในทันที ขณะที่ก้มตัวลงลูกศรที่รวดเร็วตัดเส้นผมเล็กน้อย และปักลงที่พื้นตรงหน้าอย่างรุนแรง

เซี่ยงเส้าหยุนเหงื่อแตก แบกดาบหมาป่าสีทอง และหันไปมองรอบด้านก่อนจะร้องเสียงหลง “สาวน้อย ข้าทนมามากพอแล้ว!”

ก่อนที่จะได้ทันพูดจบ ลูกศรบินตรงดิ่งมาที่ใบหน้าของเขา โดยปราศจากความคิดแม้สักวินาที เซี่ยงเส้าหยุนฟันลูกธนูเพื่อป้องกัน

เคร้ง!

เซี่ยงเส้าหยุนสามารถเบี่ยงเบนวิถีลูกศรได้ แต่พลังดิบที่เบื้องหลังทำให้มือของเขาสั่นสะท้าน หลังจากการตอบโต้อันรุนแรง หากไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ว่าเขานั้นบรรลุถึงระดับดวงดาวแล้ว ลูกศรนี่คงจะเพียงพอที่จะปลดดาบหมาป่าสีทองออกจากมือ

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ลูกศรสองดอกพุ่งตรงมาที่เซี่ยงเส้าหยุน แต่ละดอกซึ่งแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้า เมื่อเผชิญกับอันตรายตรงหน้า เซี่ยงเส้าหยุนไม่มัวที่จะรีรอ เสริมกำลังให้แก่พลังดวงดาว ดาบหมาป่าสีทองส่องสว่างด้วยพลังดวงดาว ตัดลูกศรทั้งสองขาด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังได้รับบาดแผลจากลูกศรนั่น

“เราจะต้องเข้าไปใกล้ตำแหน่งของนาง!” เซี่ยงเส้าหยุนตัดสินใจ ด้วยก้าวราชันเก้าปรโลก เขาพุ่งไปหากงฉินหยินขณะที่หลบลูกศรไปด้วย

“ในที่สุดเจ้าก็เลิกเหลวไหลเสียที เจ้าคนวิปริต! หากข้าไม่สังหารเจ้าในวันนี้ ข้าคงมิสมควรใช้นามกงฉินหยินได้อีก!” นางปล่อยคันธนูและหยิบดาบจากหลังทันที ก่อนจะฟันไปที่เซี่ยงเส้าหยุน

กงฉินหยินไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญการใช้ธนูเพียงอย่างเดียว วิชาดาบของนางก็ไม่แพ้กัน เซี่ยงเส้าหยุนมุ่งหน้าไปพบนาง ส่งผลให้เกิดการปะทะดาบกันอย่างรุนแรง แสงประกายจากพลังดวงดาวลุกลามไปทั่วทั้งบริเวณ เซี่ยงเส้าหยุนเห็นได้ชัดว่าตนเสียเปรียบ เขาถูกผลักให้ถอยหลังไปอีกครั้ง

กงฉินหยินแข็งแกร่งกว่าเซี่ยงเส้าหยุนอย่างเห็นได้ชัด ในด้านของกำลังกาย แม้เซี่ยงเส้าหยุนมีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดภายในตัว แต่ก็ไม่อาจยืนหยัดต่อพลังการต่อสู้และประสบการณ์ของกงฉินหยินได้ หากยังดื้อดึงสู้ต่อไป จะต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

“เจ้าวิปริต ลงนรกซะ!” กงฉินหยินปะทะกับเซี่ยงเส้าหยุน จนถึงจุดที่เขาต้องสับสน นางใช้ประโยชน์ในการสับสนของเซี่ยงเส้าหยุน จึงแทงดาบไปที่หัวใจ หมายจะสังหารเขาเสีย!

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

我不是大魔王
Score 7.8
Status: Ongoing Released: 2019 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน เรื่องย่อ นครขอบนภา เมืองอู่ ตำหนักยุทธ์ ตำหนักยุทธ์คือสถานที่ในเมืองอู่ ที่ได้คัดเลือกผู้ฝึกยุทธ์จากต่างเมืองมาเป็นลูกศิษย์ ทุกฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกลูกศิษย์หน้าใหม่ เพราะเหตุนั้น บุตรหลานและผู้เยาว์จากหลากหลายหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างก็หลั่งไหลกันมาเพื่อเข้ารับการทดสอบเข้าตำหนักยุทธ์ พวกเขาต่างมาแสวงหาซึ่งกำลัง ในปีนี้ การคัดเลือกเป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว วันนี้ได้มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งตัวราวกับบัณฑิตได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูหลักของตำหนักยุทธ์ อ้อนวอนขออนุญาตเพื่อให้ได้เข้าไป เด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะมีอายุราวสิบห้าถึงสิบหกปีและมีคุณสมบัติที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี เป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าที่หล่อเหลาเจิดจ้า ข้อบกพร่องคือร่างกายมีรูปร่างที่ผอมและเสื้อผ้าของเขาก็ขาดรุ่งริ่งราวกับผ่านพ้นอะไรมามากมาย ไม่ต่างกับบัณฑิตผู้ยากไร้ “เจ้าหนุ่ม ข้ากล่าวไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้ายังดื้อรั้นอยู่อีก? ช่วงเวลาที่ตำหนักยุทธ์ได้คัดเลือกเหล่าลูกศิษย์ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ถ้าหากเจ้าอยากจะเข้าร่วมตำหนัก เจ้าจงรอฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้าและจงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ทหารยามที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์ข้างหน้าตำหนักได้กล่าวต่อสักคำหนึ่งกับเด็กหนุ่มราวกับใกล้จะหมดความอดทน ทหารยามอีกคนหนึ่งเผยท่าทีดุร้ายจับจ้องประหนึ่งคมมีดไปยังเด็กหนุ่มพร้อมตะคอกใส่ “เจ้ามาที่นี่ก็สามวันแล้ว หากเจ้ายังไม่ไปให้พ้นจากตรงนี้ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ” ทหารยามทั้งสองเชี่ยวชาญในการรับมือกับบุคคลที่ไร้ยางอายที่จะคิดเข้าไปให้ได้ เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเจิดจ้าและหัวเราะ พูดว่า “พี่ชายทั้งสองอย่าทำเช่นนี้เลยข้า เซี่ยงเส้าหยุนเป็นอัจฉริยะที่พบเห็นได้ในรอบร้อยปี! ตราบใดที่พวกท่านอนุญาตให้ข้าเข้าไปข้างใน ข้าก็จะได้เป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์อย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นนะ ข้ายังจะเป็นลูกศิษย์ที่เลิศล้ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำหนักยุทธ์! และเมื่อนั้นข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านทั้งสองเลย” “ไร้สาระ! เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะในรอบร้อยปีงั้นรึ? มองดูรูปร่างผอมบางของเจ้าก่อนไหม? ข้าเดิมพันว่าเจ้ารับหมัดของข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!” ทหารยามเผยสายตาดุร้ายขณะที่เขาตวาดเด็กหนุ่มพร้อมปล่อยหมัดออกไป ขณะที่หมัดกำลังเข้าใกล้ เด็กหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าเซี่ยงเส้าหยุนตะโกนขึ้น “หยุดนะ” ดูเหมือนว่าเสียงร้องของเซี่ยงเส้าหยุนจะได้ผล มีพลังอำนาจบางอย่าง ราวกับว่าเขาคือบุคคลที่คนนับหมื่นจะต้องตกอยู่ภายใต้ตัวเขา ทหารยามผู้ที่มีสีหน้าดุดันเหม่อมองชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดจากตัวเด็กหนุ่ม แรงกดดันมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ที่ฉายผ่านดวงตาที่มองมา ถึงแม้ว่าทหารยามยังคงเย้ยหยันอย่างเย็นชา “กลัวแล้วงั้นรึ? งั้นก็ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นวันนี้จะต้องได้เห็นดีกันแน่” “นี่มันช่างน่าขัน นายน้อยผู้นี้ได้พบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใยจึงต้องหวาดกลัวด้วยเล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตัวเอง แต่ทว่าท่าทียังคงชวนสงสารเวทนา เขาเผยรอยยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ดูสิ่งนี้สิ!” ในมือของเขาปรากฎชิ้นส่วนหินที่ส่องแสง หินก้อนนั้นดูบริสุทธิ์และไร้มลทิน ผู้ใดพบเห็นย่อมต้องตกตะลึง ทหารยามหวาดระแวงที่จะจ้องมองหินก้อนนั้น เมื่อมองให้ดี สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เซี่ยงเส้าหยุน หัวเราะ “ฮี่ฮี่ อยากได้ใช่มั้ยล่ะ? ถ้าเกิดว่าให้คุณชายคนนี้ได้เข้าสู่ตำหนัก เจ้าเศษหินนี่…” เพี๊ยะ! ก่อนที่เซี่ยงเส้าหยุนจะพูดจบ ทหารยามได้ฟาดฝ่ามือใส่เขา หินส่องแสงโดนตบหลุดไปจากมือของเซี่ยงเส้าหยุน “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ใช้หินขยะนี่มาติดสินบนข้า! ข้าคิดว่าถ้าเจ้าไม่ได้เห็นโลงศพ เจ้าก็จะไม่มีวันหลั่งน้ำตาสินะ” ทหารยามยกหมัดขวาเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนและกำลังจะต่อยไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่ม “เวรเอ้ย ข้าจะเจอคนมีตาแต่หามีแววไม่อีกเท่าไหร่กัน” เซี่ยงเส้าหยุนก่นด่าตัวเขาเอง เขาหลับตาลงโดยที่ไม่ต้องทะเลาะเพราะรู้ว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะที่จะต้านรับมันได้ ขณะที่กำปั้นกำลังจะเข้าไปทักทายใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงทุ้มลึกและดุดัน ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset