ราชาเหนือราชัน – ตอนที่ 59 : ระดับดวงดาวขั้นสอง

มองดูเซี่ยงเส้าหยุนมุ่งหน้าเข้าไปยังห้องที่หก ผู้ดูแลถามอย่างใจจดจ่อ “ท่านเจ้าตำหนัก มันจะมิเป็นไรหรือขอรับ?”

“ไม่มีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นหรอกนับตั้งแต่เขากล้าที่จะลองกระทำแล้ว นั่นหมายถึงเขายังคงสามารถทะลุขีดจำกัดของตนเองได้ ข้าต้องการรอคอยความรื่นเริงที่เขาจะมอบให้” หยางเกาฉวนกล่าว หลังจากหยุดเพียงครู่หนุ่ง เขาก็เริ่มกล่าวคำเบา “แน่นอนว่ามีผู้อาวุโสคอยปกปักษ์ในห้องที่หกเช่นกัน ข้าควรเตือนเขาให้ทำตัวว่าง่าย และไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับเจ้าหนูนี่”

“แต่มันสายไปเสียแล้ว เจ้าหนูนั่นเข้าไปข้างในแล้วนะขอรับ” ผู้ดูแลกล่าว

“บ้าฉิบ! ถ้ามีใครแก่เหมือนข้า เขาก็คงทำสิ่งใดช้าเช่นนี้เหมือนกัน เอาเถอะ มาดูกันว่าจะเกิดสิ่งอะไรขึ้นบ้าง” หยางเกาฉฉวนกล่าวขณะตบที่หน้าผาก

สำหรับผู้ดูแลนั้น เขาปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก และพึมพำ “โชคดีนะ เจ้าหนู”

ในขณะเดียวกัน เซี่ยงเส้าหยุนเข้าไปในห้องที่หกแล้ว ภายในห้องมีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีชายสูงวัยนั่งสวดมนต์อยู่ด้ายใน ชายสูงยังไม่มีปฏิกิริยาใด

“คำนับ ศิษย์พี่” เซี่ยงเส้าหยุนคำนับและกล่าวทักทายต่อชายสูงวัย แม้เขาจะไม่ทราบถึงความแข็งแกร่งของชายสูงวัยผู้นี้ แต่มั่นใจได้ว่าชายผู้นี้ฝึกสมาธิมาตลอดทั้งปี สังเกตได้จากเศษฝุ่นที่เกาะทั่วทั้งตัว

ชายสูงวัยยังคงหลับตา แต่มีเสียงที่ฟังดูโบราณดังขึ้น “เป็นเพียงระดับดวงดาวขั้นแรกงั้นหรือ อ่อนแอเกินไป กลับไปเสีย”

เซี่ยงเส้าหยุนมึนงง ด้วยไม่คาดคิดว่าชายผู้นี้จะกล่าวให้ตนกลับออกไป

“ศิษย์พี่ ข้ามาที่นี่เพื่อท้าทายขีดจำกัด” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอธิบาย

“ข้าจะกล่าวซ้ำอีกครั้ง กลับออกไปเสีย” ชายสูงวัยกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันไม่ฟังคำโต้แย้งใด

“อืม ให้ข้าได้อยู่ที่นี่สักครึ่งชั่วโมงได้หรือไม่? เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น!” เซี่ยงเส้าหยุนต่อรอง แด็กหนุ่มต้องการเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงในการผ่านบททดสอบนี้เท่านั้น หากเขาสามารถรอที่อยู่ที่นี่ได้ คงจะเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดมาก

“ไปให้พ้น!” เสียงของชายสูงวัยเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว

“ไม่เอาน่า ศิษย์พี่ โปรดอย่าไร้เยือใยเช่นนี้ ก็ได้ ข้าจะซื้อไวน์ให้ท่านสองไห” เซี่ยงเส้าหยุนประจบ

“ไปให้พ้น!”

การประจบสอพลอของเด็กหนุ่มไม่เป็นผล เสียงดังก้องไปทั้งห้อง ทำให้เซี่ยงเส้าหยุนแทบจะหูดับ เลือดของเขาสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง

ตำราราชันพิชิตสวรรค์!

เซี่ยงเส้าหยุนเปิดใช้งานตำราอย่างรวดเร็ว เพื่อบังคับให้เลือดสงบลง ก่อนจะกล่าวด้วยสายหน้าซีดเซียว “ศิษย์พี่ ท่านไม่จำเป็นต้องดุดันเช่นนี้เพื่อให้ข้าออกไปหรอก ใช่ไหม?”

“ข้าบอกให้ไปให้พ้น”

ชายสูงวัยกล่าวซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น เกิดเป็นคลื่นเสียงหมุนวนราวกับพายุ ผลักเซี่ยงเส้าหยุนกระแทกกำแพง ส่งผลให้เด็กหนุ่มกระอักเลือดออกมา ดูเหมือนเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียแล้ว เพียงแค่เสียงก็ทำได้ถึงเพียงนี้ นี่มันความแข็งแกร่งแบบใดกัน?

“เขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับแปรสภาพขั้นท้าย หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่า เซี่ยงเส้าหยุนนอนลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง และกล่าวคำเบากับตนเอง ‘ในตอนนี้ เขารู้สึกว่าเลือดไหลเวียนผิดปกติ แม้แต่อวัยวะก็ได้รับความเสียหายมากเช่นกัน’

“เซี่ยงเส้าหยุนยืนขึ้น และเปิดใช้ตำราเพื่อรักษาบาดแผล ก่อนจะบ่น “นี่มันการกลั่นแกล้ง!”

“เจ้ายังยืนได้อีกหรือ? ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงมาที่ห้องแห่งนี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้ท้าทายห้องแห่งนี้” ชายสูงวัยกล่าว สุดท้ายแล้วเขาเปิดตาที่ดูโบราณขึ้น

“นี่มันไม่ยุติธรรม ท่านทำให้ข้าบาดเจ็บก่อนจะอนุญาตให้ท้าทายห้องแห่งนี้ นี่มันเหมอนกับกรโกง!” เซี่ยงเส้าหยุนคัดค้าน

“ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการท้าทาย มันจะเป็นประโยชน์ในการประเมินของเจ้าเอง” ชายสูงวัยตอบกลับอย่างไม่แยแส “เอาล่ะ มาเริ่มกัน เจ้าจะสามารถต้านทานต่อการโจมตีของข้าได้นานเพียงใดกัน?”

แน่นอนว่าหลังจากกล่าวเช่นนั้น แรงกดดันมหาศาลพวยพุ่งออกจากชายสูงวัย และกดทับเซี่ยงเส้าหยุนไว้ กีมีอยู่ของสิ่งที่ไร้รูปร่างนั้น สิ่งที่มิอาจสัมผัสหรือมองเห็นได้ แต่ก็ยังมีอยู่

คนที่มีท่าทีอ่อนแอมักจะใจเสาะ และเป็นที่มีพลังการปรากฏตัวอาจสามารถคุกคามต่อจักรวาลได้

เมื่อเริ่มเปิดเผยพลังออกมา สิ่งแรกคือต้องบรรลุระดับแปรสภาพเสียก่อน แต่ก่อนอื่น จะต้องมีพลังที่แข็งแกร่ง แรงกดดันซึ่งจะทำให้ศัตรูล้มลงเพียงแค่เผยตัว และการเผยตัวนั้นเป็นขีดจำกัดที่ต้องท้าทายในห้องที่หก

เฉพาะผู้ที่สามารถต้านทานการเผยตัวของชายสูงวัยผู้นี้ได้เท่านั้น จึงจะผ่านการท้าทาย แต่ชายผู้นี้ไม่ใช่ยอดฝืมือระดับแปรสภาพทั่วไป แต่เขาเป็นผู้ที่มีพลังแห่งการเผยตัวมากเป็นพิเศษ ความรู้สึกเดียวที่เซี่ยงเส้าหยุนสัมผัสได้คือแรงกดดันที่กดทับทำให้เขาหายใจไม่ออก

หลังจากกระอักเลือดออกมา เพรราะถูกผลักลอยไปอีกครั้ง ในตอนนั้นเองชายสูงวัยไม่รอท่า เขายังคงปล่อยพลังออกมาอีกครั้ง ไม่ปล่อยโอกาสให้เซี่ยงเส้าหยุนได้ยืนขึ้น

เด็กหนุ่มรู้สึกราวกับถูกภูเขากดทับ และกระดูกเริ่มมีเสียงแตกหักดังขึ้น ราบกับจะถูกขยี้เป็นผุยผง หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจะต้องถูกทับตายเป็นแน่

เซี่ยงเส้าหยุนท้าทายห้องแห่งขีดจำกัดหลายห้อง แต่ไม่เคยรู้สึกว่าตนเองไร้พลังเช่นนี้ ด้วยถูกบีบอัดอยู่กับพื้น และไม่อาจสู้กลับได้ จึงมีความคิดมากมายผุดออก ด้วยมิอาจทำสิ่งใดได้

‘เวรเอ้ย! นี่เราตกสู่จุดตกต่ำไม่อิจแม้จะเงยหัวขึ้นหรือนี่? ไม่ ข้า เซี่ยงเส้าหยุน เป็นยักษาในหมู่มนุษย์ ผู้ที่จะต่อสู้และเผชิญหน้าต่อศัตรูทั้งมวล! ไม่มีใครจะหยุดเราได้! แม้แต่ยอดฝีมือระดับแปรสภาพก็ตาม’ เซี่ยงเส้าหยุนคำรามออกมา และเริ่มเปิดใช้งานตำราราชันพิชิตสวรรค์อีกครั้ง เก้าดวงดาวพวยพุ่งออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่เขาบีบอัดพลังทั้งหมด และทะเลดวงดาวจักรวาลท่ามกลางดวงดาวทั้งเก้าเริ่มส่องแสงสุกสกาวขึ้น ราวกับภูเขาไฟระเบิด ทำให้พลังในตัวเด็กหนุ่มพุ่งสูงขึ้น

ช่วงบรรลุนั้น ระดับดวงดาวขั้นแรกต่อกรกับการเผยตัวของระดับแปรสภาพ

ไม่ นี่มันยังไม่กล้าแกร่งพอ เขายังไม่อาจเทียบเคียงได้

“หากขั้นที่หนึ่งยังไม่เพียงพอ ข้าจะบรรลุขั้นที่สอง! ไปเลย!” เซี่ยงเส้าหยุนตะโกนขณะที่เก้าดวงดาวระเบิดพลังออกมา พลังงานทั้งหมดรวมเข้าสู่จุดฝังเข็มทั้งสามร้อยหกสิบห้าจุด ทำให้ส่องสว่างขึ้นภายในตัว สร้างฉากราวกับทางช้าเผือกขึ้น พลังถูกสูบฉีดผ่านเส้นลมปราณอย่างไม่หยุดหย่อน ขยายเก้าดวงดาว และด้วยสิ่งนี้ ความแข็งแกร่งของเขาเริ่มเพิ่มพูนขึ้น

‘หืม? นี่เขาบรรลุที่นี่หรือ? ช่างห้าวหาญ!’ ใบหน้าของชายสูงวัยกระตุกขณะที่คิดกับตนเอง

ตู้ม!

ระดับดวงดาวขั้นที่สอง!

หลังจากบรรลุเสร็จสิ้นแล้ว เซี่ยงเส้าหยุนยังไม่หยุด ราวกับกำลังเป็นบ้า เด็กหนุ่มปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เขาพยายามต้านทานในขณะนี้ และบรรลุระดับดวงดาวขั้นสองก่อนที่จะหยุดลง ในขณะนั้นเองที่เขารู้สึกถึงแรงกดดันในตัวเริ่มอ่อนลง มือทั้งสองเริ่มดันพื้น และพยายามยืนขึ้นอีกครั้ง

“แม้จะบรรลุขึ้น แต่เจ้าก็ยังเป็นเพียงขั้นสอง และไม่อาจทำสิ่งใดได้มาก จงนอนลงเสีย” ชายสูงวัยกล่าวขณะ เพิ่มแรงกดดันใส่เซี่ยงเส้าหยุน

เป็นอีกครั้งที่เซี่ยงเส้าหยุนถูกกดลงกับพื้น แรงกดดันที่กดตัวเขาช่างน่ากลัว และแม้แต่ระดับดวงดาวขั้นสี่หรือห้าก็มิอาจทนได้

เซี่ยงเส้าหยุนเพิ่งจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับดวงดาวขั้นสองหมาด ๆ แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับผู้ที่มีระดับเหนือกว่า อย่างมากก็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสี่ หากพยายามได้ดี ก็อาจต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าได้ แต่การจะเอาชนะศัตรูตรงหน้าในตอนนี้นั้น ยากเย็นเสียยิ่งกว่าการไปให้ถึงสวรรค์เสียอีก

‘ช่างอ่อนแอนัก ยังอ่อนแออยู่มาก! หรือเราไม่อาจยืดหลังได้อีก? ต้องระวังกระดูกสันหลังให้ดี แม้จะต้องเผชิญกับความแข็งแกร่งที่แท้จริง แต่กระดูกสันหลังนั้นยังอ่อนแอ!’ เซี่ยงเส้าหยุนคิดด้วยความขุ่นเคือง

ในขณะที่คิดจะยอมแพ้ ก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้น ‘เดี๋ยวก่อนนะ หากห้องแห่งนี้ทดสอบวิธีการต้านทานแรงกดดันจากการเผยตัว ตราบใดที่เราเข้าถึงพลังแห่งการเผยตัวแล้วละก็ เราก็อาจจะมีภูมิต้านทานมันได้ ใช่แล้ว มันอาจเป็นไปได้! ห้องแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะทดสอบปัญญา และความแข็งแกร่ง แต่ยังทดสอบพลังแห่งความเข้าใจด้วย!

ด้วยความคิดนี้ เซี่ยงเส้าหยุนจึงเริ่มมุ่งความสนใจไปที่การหาวิธีเพื่อเข้าใจพลังแห่งการเผยตัว

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

我不是大魔王
Score 7.8
Status: Ongoing Released: 2019 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน เรื่องย่อ นครขอบนภา เมืองอู่ ตำหนักยุทธ์ ตำหนักยุทธ์คือสถานที่ในเมืองอู่ ที่ได้คัดเลือกผู้ฝึกยุทธ์จากต่างเมืองมาเป็นลูกศิษย์ ทุกฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกลูกศิษย์หน้าใหม่ เพราะเหตุนั้น บุตรหลานและผู้เยาว์จากหลากหลายหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างก็หลั่งไหลกันมาเพื่อเข้ารับการทดสอบเข้าตำหนักยุทธ์ พวกเขาต่างมาแสวงหาซึ่งกำลัง ในปีนี้ การคัดเลือกเป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว วันนี้ได้มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งตัวราวกับบัณฑิตได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูหลักของตำหนักยุทธ์ อ้อนวอนขออนุญาตเพื่อให้ได้เข้าไป เด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะมีอายุราวสิบห้าถึงสิบหกปีและมีคุณสมบัติที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี เป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าที่หล่อเหลาเจิดจ้า ข้อบกพร่องคือร่างกายมีรูปร่างที่ผอมและเสื้อผ้าของเขาก็ขาดรุ่งริ่งราวกับผ่านพ้นอะไรมามากมาย ไม่ต่างกับบัณฑิตผู้ยากไร้ “เจ้าหนุ่ม ข้ากล่าวไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้ายังดื้อรั้นอยู่อีก? ช่วงเวลาที่ตำหนักยุทธ์ได้คัดเลือกเหล่าลูกศิษย์ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ถ้าหากเจ้าอยากจะเข้าร่วมตำหนัก เจ้าจงรอฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้าและจงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ทหารยามที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์ข้างหน้าตำหนักได้กล่าวต่อสักคำหนึ่งกับเด็กหนุ่มราวกับใกล้จะหมดความอดทน ทหารยามอีกคนหนึ่งเผยท่าทีดุร้ายจับจ้องประหนึ่งคมมีดไปยังเด็กหนุ่มพร้อมตะคอกใส่ “เจ้ามาที่นี่ก็สามวันแล้ว หากเจ้ายังไม่ไปให้พ้นจากตรงนี้ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ” ทหารยามทั้งสองเชี่ยวชาญในการรับมือกับบุคคลที่ไร้ยางอายที่จะคิดเข้าไปให้ได้ เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเจิดจ้าและหัวเราะ พูดว่า “พี่ชายทั้งสองอย่าทำเช่นนี้เลยข้า เซี่ยงเส้าหยุนเป็นอัจฉริยะที่พบเห็นได้ในรอบร้อยปี! ตราบใดที่พวกท่านอนุญาตให้ข้าเข้าไปข้างใน ข้าก็จะได้เป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์อย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นนะ ข้ายังจะเป็นลูกศิษย์ที่เลิศล้ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำหนักยุทธ์! และเมื่อนั้นข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านทั้งสองเลย” “ไร้สาระ! เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะในรอบร้อยปีงั้นรึ? มองดูรูปร่างผอมบางของเจ้าก่อนไหม? ข้าเดิมพันว่าเจ้ารับหมัดของข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!” ทหารยามเผยสายตาดุร้ายขณะที่เขาตวาดเด็กหนุ่มพร้อมปล่อยหมัดออกไป ขณะที่หมัดกำลังเข้าใกล้ เด็กหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าเซี่ยงเส้าหยุนตะโกนขึ้น “หยุดนะ” ดูเหมือนว่าเสียงร้องของเซี่ยงเส้าหยุนจะได้ผล มีพลังอำนาจบางอย่าง ราวกับว่าเขาคือบุคคลที่คนนับหมื่นจะต้องตกอยู่ภายใต้ตัวเขา ทหารยามผู้ที่มีสีหน้าดุดันเหม่อมองชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดจากตัวเด็กหนุ่ม แรงกดดันมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ที่ฉายผ่านดวงตาที่มองมา ถึงแม้ว่าทหารยามยังคงเย้ยหยันอย่างเย็นชา “กลัวแล้วงั้นรึ? งั้นก็ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นวันนี้จะต้องได้เห็นดีกันแน่” “นี่มันช่างน่าขัน นายน้อยผู้นี้ได้พบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใยจึงต้องหวาดกลัวด้วยเล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตัวเอง แต่ทว่าท่าทียังคงชวนสงสารเวทนา เขาเผยรอยยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ดูสิ่งนี้สิ!” ในมือของเขาปรากฎชิ้นส่วนหินที่ส่องแสง หินก้อนนั้นดูบริสุทธิ์และไร้มลทิน ผู้ใดพบเห็นย่อมต้องตกตะลึง ทหารยามหวาดระแวงที่จะจ้องมองหินก้อนนั้น เมื่อมองให้ดี สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เซี่ยงเส้าหยุน หัวเราะ “ฮี่ฮี่ อยากได้ใช่มั้ยล่ะ? ถ้าเกิดว่าให้คุณชายคนนี้ได้เข้าสู่ตำหนัก เจ้าเศษหินนี่…” เพี๊ยะ! ก่อนที่เซี่ยงเส้าหยุนจะพูดจบ ทหารยามได้ฟาดฝ่ามือใส่เขา หินส่องแสงโดนตบหลุดไปจากมือของเซี่ยงเส้าหยุน “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ใช้หินขยะนี่มาติดสินบนข้า! ข้าคิดว่าถ้าเจ้าไม่ได้เห็นโลงศพ เจ้าก็จะไม่มีวันหลั่งน้ำตาสินะ” ทหารยามยกหมัดขวาเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนและกำลังจะต่อยไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่ม “เวรเอ้ย ข้าจะเจอคนมีตาแต่หามีแววไม่อีกเท่าไหร่กัน” เซี่ยงเส้าหยุนก่นด่าตัวเขาเอง เขาหลับตาลงโดยที่ไม่ต้องทะเลาะเพราะรู้ว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะที่จะต้านรับมันได้ ขณะที่กำปั้นกำลังจะเข้าไปทักทายใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงทุ้มลึกและดุดัน ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset