ราชาเหนือราชัน – ตอนที่ 58 : เจ้าแน่ใจแล้วหรือ ที่จะท้าทายห้องถัดไป?

หยกดวงดาวเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สามารถรวบรวมพลังดวงดาวได้ และมันจะช่วยให้ผู้ฝึกฝนรวบรวมพลังดวงดาวได้เร็วขึ้น ด้วยยังเป็นสิ่งช่วยให้ความแข็งแกร่งของผู้ครอบครองเติบโตขึ้น และยังมีราคาแพงมหาศาล ซึ่งหยกแต่ละชิ้นนั้นอาจจะแพงกว่ายาวิญญาณทั่วไปเสียด้วยซ้ำ

ในตอนแรกเซี่ยงเส้าหยุนคาดหวังว่าจะได้รับหยกชุมนุมดวงดาราของแท้ แต่กลับได้รับหยกที่มีคุณภาพต่ำแทน ซึ่งหยกดวงดาวชิ้นนี้ทำได้เพียงแค่รวบรวมพลังดวงดวงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมันยังอ่อนแอกว่าหยกดวงดาวของแท้มาก

“เจ้าหนู เจ้าเรียกหยกชุมนุมดวงดารานี้ว่าหยกดวงดาวคุณภาพต่ำหรือ?” เสียงไม่พอใจดังมาจากนอกห้อง เสียงนั้นทำให้เซี่ยงเส้าหยุนตกใจ

มีชายสูงวัยยืนอยู่หน้าประตู และยังมีภูมิฐานมาก กระนั้นก็ยังแผ่ออร่าบางอย่างซึ่งสง่างามยิ่ง สร้างความประทับใจแก่ทุกผู้พบเห็น ผู้ดูแลซึ่งยืนข้างกันกับชายสูงวัย จากการที่เขากระทำเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ ชายสูงวัยผู้นี้จะต้องเป็นเจ้าตำหนักคนปัจจุบัน หยางเกาฉวน ซึ่งเป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในตำหนักยุทธ์

“ท่านคือ?” เซี่ยงเส้าหยุนถาม เพราะไม่เคยพบหยางเกาฉวนมาก่อน

“เขาคือเจ้าตำหนักที่พวกเราเคารพนับถือ!” ผู้ดูแลแนะนำ

“อ๊า เขาคือเจ้าตำหนักที่เคารพนับถือ ยินดีที่ได้พบท่าน ท่านเจ้าตำหนัก!” เซี่ยงเส้าหยุนสงบนิ่ง และคำนับเจ้าตำหนัก

เมื่อหวังเกาฉวนได้เห็นท่าทีของเซี่ยงเส้าหยุน มีร่องรอยความประหลาดใจเผยในแววตา ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาที่เซี่ยงเส้าหยุนกระทำ ความประหลาดมิได้เผยในแววตาอีกต่อไป ก่อนที่เขาจะถามเด็กหนุ่ม “เจ้าคือเซี่ยงเส้าหยุนหรือ? ข้าได้ยินนามของเจ้ามานานแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบเจ้า และเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลย นี่เจ้าทะลุขัดจำกัดถึงสองขั้นแล้วรึนี่?”

“ท่านเจ้าตำหนักก็กล่าวชมข้าเกินไป” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างนอบน้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยาก

“แล้วเหตุใดเจ้าจึงเรียกหยกชุมนุมดวงดาราว่าเป็นหยกคุณภาพต่ำล่ะ? นี่เจ้าเคยพบเห็นหยกดวงดาวของแท้มาก่อนหรือ?” หยางเกาฉวนถาม

“ฮ่า ฮ่า ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่า? ข้าน้องเพียงรู้สึกได้ว่าหยกชุมนุมดวงดารานั้นแตกต่างจากในบันทึก เพียงแค่สีและความวาวก็ชัดเจนเกินพอ แม้จะสามารถรวบรวมพลังดวงดาวได้ แต่ก็รวบรวมได้อย่างจำกัด” เซี่ยงเส้าหยุนอธิบายพร้อมกับหัวเราะอย่างสนุกสนาน ในความจริงนั้น เขาเคยพบเห็นหยกชุมนุมดวงดารามาก่อน แต่เขาอึดอัดใจมากก็เท่านั้น

“เจ้ามีตาที่เฉียบคมดีนะ หยกชุมนุมดวงดาราชิ้นนี้ มิใช้หยกแท้ที่มีคุณภาพสูง แต่มันก็ดีพอสำหรับฝึกยุทธ์ระดับดวงดาว ด้วยสามารถเพิ่มพูนความเร็วในการฝึกฝนได้ถึงสามในสิบเชียวนะ!” หยางเกาฉวนกล่าว

“เหอะ เหอะ ถูกต้องแล้วทัน มันดีกว่าไม่มีอะไรเลย” เซี่ยงเส้าหยุนยิ้ม และเก็บหยกชุมนุมดวงดาราเอาไว้

ดูเหมือนเจ้าจะมีความโหยหาอยู่มากนะ เจ้าหนู นับตั้งแต่เจ้าทะลุขีดจำกัดได้สำเร็จถึงสองขั้นแล้วนั้น ข้าจะสามารถมอบรางวัลเพิ่มเติมให้แก่เจ้าได้” หยางเกาฉวนกล่าว

“จริงหรือ? ข้าน้อยสามารถรับเอาสิ่งที่ต้องการได้ อย่างเช่นอาวุธ วิชายุทธ์ หรือยาวิญญาณก็ตามงั้นหรือ?” เซี่ยงเส้าหยุนถามอย่างเป็นสุข

“แน่นอน ข้าจะเตือนผู้อาวุโสที่สิบสามแทนเจ้าได้ หากเจ้าต้องการ” หยางเกาฉวนให้คำมั่น

“ไม่ ข้าไม่ต้องการ มิใช่ว่าเขาจะกล้าชักอาวุธออกมา หากข้าน้อยยังอยู่ที่นี่” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าว “หากเป็นไปได้ ท่านเจ้าตำหนักโปรดมอบรางวัลเป็นอาวุธระดับสาม หรือสี่ วิชายุทธ์ และยาวิญญาณได้หรือไม่? ข้าน้อยคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เจ้าตำหนักจะสามารถมอบให้ได้”

หลังจากเซี่ยงเส้าหยุนกล่าว สีหน้าของผู้ดูแลมืดมนทันที และยังก่นด่าคำเบา ‘เจ้าหนูนี่ช่างพูดจาใหญ่โต เขาหมายถึงอะไรกันสิ่งที่ดีที่สุดงั้นหรือ?

“ฮ่า ฮ่า นี่เป็นคำขอที่ใหญ่โตใช่เล่น” หยางเกาฉวนกล่าวคำสั้น “นับตั้งแต่เจ้าทะลุขีดจำกัดได้ถึงสองระดับ ข้าจะมอบรางวัลให้เจ้าได้เพียงสองสิ่งเท่านั้น เจ้าจะต้องเลือกระหว่างอาวุธระดับสาม วิชายุทธ์ และยาวิญญาณระดับต่ำ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยงเส้าหยุนตอบกลับอย่างมืดมน “แล้วถ้าข้าน้อยก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นเล่า”

“หากเจ้าก้าวข้ามไปอีกขั้นแล้วละก็ ข้าจะให้รางวัลเป็นสองเท่า” หยังเกาฉวนให้คำมั่นอีกครา

“ตกลง! ข้าน้อยจะเข้าไปเดี๋ยวนี้” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าว และมุ่งตรงไปที่ห้องที่ห้า

หลังจากเซี่ยงเส้าหยุนจากไป ผู้ดูแลกล่าว “แต่ระดับถัดไปนั้นมีไว้สำหรับระดับดวงดาวขั้นสามหรือมากกว่านั้นนะท่าน!”

“ข้าไม่คิดว่าเจ้าเด็กนี่จะมีปัญหาในการก้าวข้ามขีดจำกัดหรอกนะ” หยางเกาฉวนกล่าว ทำให้ผู้ดูแลมึนงง

หลังจากหนึ่งชั่วโมง เซี่ยงเส้าหยุนก้าวออกจากห้องแห่งขีดจำกัดที่ห้า ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ดูเหมือนเขาจะเสียใจ แม้อวัยวะสำคัญจะยังคงถูกปกป้องอย่างดี

“ขะ เขาทะลุขีดจำกัดที่ห้ารึนี่!” ผู้ดูแลตะโกน เขาจ้องมองแผ่นหยกด้านหน้าห้องที่ห้าทั้งหมดในขณะนี้ แผ่นหยกจางลง ซึ่งหมายความว่าเขาท้าทายได้สำเร็จ

“ฟู่ ห้องนี้ช่างอันตรายยิ่ง มีกับดักทุกหนแห่ง และหากผิดพลาดเพียงเล็กน้อยคงสิ้นชีวาไปแล้ว ข้าต้องหยิบอาวุธมาใช้ด้วยซ้ำ!” เซี่ยงเส้าหยุนบ่นงึมงำ เขายังคงรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อนึกถึงกับดักมากมายในห้องที่ห้า

แต่ด้วยพลังในการต่อสู้ของเขา ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับดวงดาวขั้นสาม ซึ่งเกือบจะล้มเหลวในการท้าทาย โชคดีที่เขามีพรสวรรค์สัญชาตญาณ และก้าวราชันเก้าปรโลก มิเช่นนั้นเขาคงไม่รอดจนถึงบัดนี้ แม้จะบาดเจ็ยสาหัสก็ตาม

ทว่า สิ่งที่ได้รับจากห้องแห่งนี้ช่างยอดเยี่ยม เขาได้ใช้วิชาหอกอัสนีบาตเพื่อต่อกรกับกับดักมากมาย ทำให้ความชำนาญในการใช้วิชานี้เพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้เขาสัมผัสได้ว่า ระดับดวงดาวขั้นสองนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

“เห็นไหม ทำได้ดีมาก” หยางเกาฉวนกล่าว ดวงตาส่องสว่างเป็นประกาย จากนั้นเขาถอนหายใจและกล่าว “ดูเหมือนจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับการประลองประจำเมืองครั้งนี้แล้วล่ะ ช่างน่าเสียดายที่มันจบไปเมื่อครึ่งปีก่อน เราคงต้องอดทนรอคอยสักหน่อย”

ผู้ดูแลกล่าวอย่างตื่นตระหนก “การประลองประจำเมืองหรือ? ท่านเจ้าตำหนัก นี่ท่านคิดจะ—”

ก่อนที่จะทันได้พูดจนจบ หยางเกาฉวนขัดจังหวะด้วยการโบกมือ ก่อนจะกล่าวกับเซี่ยงเส้าหยุน “ข้ามา ว่าเจ้าต้องการสิ่งใดเป็นรางวัล?”

“โอ้ ท่านสามารถรอได้ไหม คำถามของข้าน้อยคือ จะได้รับรางวัลสองเท่าอีกครั้งหากทะลุขีดจำกัดระดับถัดไปหรือไม่?” เซี่ยงเส้าหยุนถาม

และเป็นอีกครั้งที่หยางเกาฉวน และผู้ดูแลต้องชะงัก

“เจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะท้าทายห้องถัดไป?” หยางเกาฉวนถามหลังจากฟื้นคืนจากความตกใจ

“หากรางวัลเป็นสองเท่า ข้าจะทำมันตอนนี้เลย” เซี่ยงเส้าหยุนตอบกลับ

“ถ้าจะให้พิจารณาให้ถูกต้องคือ แม้จะเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับดวงดาวขั้นสี่หรือห้า ก็ไม่เคยมีผู้ใดรอดจากห้องถัดไปนะ” หยางเกาฉวนกล่าวเตือน

“แล้วจะรู้ได้อย่างไร้ถ้ายังไม่ได้ลอง?” เซี่ยงเส้าหยุนดูเหมือนจะไม่สนใจคำเตือน

“แน่นอน หากเจ้าสามารถรอดได้เพียงครึ่งชั่วโมงในห้องที่หก ข้าจะนับว่าสำเร็จและจะมอบรางวัลเป็นสองเท่าอีกครั้ง”หยางเกาฉวนกล่าว

แม้จะพูดเรื่อยเปื่อย แต่ห้องแห่งขีดจำกัดนั้นมีระดับความแข็งแกร่งที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น ห้องแรกนั้นจะเหมาะสำหรับระดับพื้นฐานขั้นเจ็ด ห้องที่สองนั้นสำหรับระดับพื้นฐานทุกคน สำหรับห้องที่สามจะเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเข้าสู่ระดับดวงดาว และเช่นกัน กับห้องที่หก มันเหมาะกับผู้ที่บรรลุระดับดวงดาวขั้นสี่หรือห้าขึ้นไป

รอดเพียงหนึ่งชั่วโมงในห้องนั้นจะถือได้ว่าสำเร็จ ในเวลานี้หยางเกาฉวนได้ทำการละเว้น และอนุญาตให้เซี่ยงเส้าหยุนสามารถอยู่ในห้องเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น หรือในอีกแง่หนึ่ง เขาท้าทายขีดจำกัดเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่แน่นอน เซี่ยงเส้าหยุนยังคงสร้างสถิติใหม่ที่จะบรรลุห้องที่หก แม้จะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับดวงดาวขั้นห้าเท่านั้น

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

我不是大魔王
Score 7.8
Status: Ongoing Released: 2019 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน เรื่องย่อ นครขอบนภา เมืองอู่ ตำหนักยุทธ์ ตำหนักยุทธ์คือสถานที่ในเมืองอู่ ที่ได้คัดเลือกผู้ฝึกยุทธ์จากต่างเมืองมาเป็นลูกศิษย์ ทุกฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกลูกศิษย์หน้าใหม่ เพราะเหตุนั้น บุตรหลานและผู้เยาว์จากหลากหลายหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างก็หลั่งไหลกันมาเพื่อเข้ารับการทดสอบเข้าตำหนักยุทธ์ พวกเขาต่างมาแสวงหาซึ่งกำลัง ในปีนี้ การคัดเลือกเป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว วันนี้ได้มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งตัวราวกับบัณฑิตได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูหลักของตำหนักยุทธ์ อ้อนวอนขออนุญาตเพื่อให้ได้เข้าไป เด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะมีอายุราวสิบห้าถึงสิบหกปีและมีคุณสมบัติที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี เป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าที่หล่อเหลาเจิดจ้า ข้อบกพร่องคือร่างกายมีรูปร่างที่ผอมและเสื้อผ้าของเขาก็ขาดรุ่งริ่งราวกับผ่านพ้นอะไรมามากมาย ไม่ต่างกับบัณฑิตผู้ยากไร้ “เจ้าหนุ่ม ข้ากล่าวไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้ายังดื้อรั้นอยู่อีก? ช่วงเวลาที่ตำหนักยุทธ์ได้คัดเลือกเหล่าลูกศิษย์ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ถ้าหากเจ้าอยากจะเข้าร่วมตำหนัก เจ้าจงรอฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้าและจงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ทหารยามที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์ข้างหน้าตำหนักได้กล่าวต่อสักคำหนึ่งกับเด็กหนุ่มราวกับใกล้จะหมดความอดทน ทหารยามอีกคนหนึ่งเผยท่าทีดุร้ายจับจ้องประหนึ่งคมมีดไปยังเด็กหนุ่มพร้อมตะคอกใส่ “เจ้ามาที่นี่ก็สามวันแล้ว หากเจ้ายังไม่ไปให้พ้นจากตรงนี้ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ” ทหารยามทั้งสองเชี่ยวชาญในการรับมือกับบุคคลที่ไร้ยางอายที่จะคิดเข้าไปให้ได้ เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเจิดจ้าและหัวเราะ พูดว่า “พี่ชายทั้งสองอย่าทำเช่นนี้เลยข้า เซี่ยงเส้าหยุนเป็นอัจฉริยะที่พบเห็นได้ในรอบร้อยปี! ตราบใดที่พวกท่านอนุญาตให้ข้าเข้าไปข้างใน ข้าก็จะได้เป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์อย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นนะ ข้ายังจะเป็นลูกศิษย์ที่เลิศล้ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำหนักยุทธ์! และเมื่อนั้นข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านทั้งสองเลย” “ไร้สาระ! เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะในรอบร้อยปีงั้นรึ? มองดูรูปร่างผอมบางของเจ้าก่อนไหม? ข้าเดิมพันว่าเจ้ารับหมัดของข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!” ทหารยามเผยสายตาดุร้ายขณะที่เขาตวาดเด็กหนุ่มพร้อมปล่อยหมัดออกไป ขณะที่หมัดกำลังเข้าใกล้ เด็กหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าเซี่ยงเส้าหยุนตะโกนขึ้น “หยุดนะ” ดูเหมือนว่าเสียงร้องของเซี่ยงเส้าหยุนจะได้ผล มีพลังอำนาจบางอย่าง ราวกับว่าเขาคือบุคคลที่คนนับหมื่นจะต้องตกอยู่ภายใต้ตัวเขา ทหารยามผู้ที่มีสีหน้าดุดันเหม่อมองชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดจากตัวเด็กหนุ่ม แรงกดดันมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ที่ฉายผ่านดวงตาที่มองมา ถึงแม้ว่าทหารยามยังคงเย้ยหยันอย่างเย็นชา “กลัวแล้วงั้นรึ? งั้นก็ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นวันนี้จะต้องได้เห็นดีกันแน่” “นี่มันช่างน่าขัน นายน้อยผู้นี้ได้พบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใยจึงต้องหวาดกลัวด้วยเล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตัวเอง แต่ทว่าท่าทียังคงชวนสงสารเวทนา เขาเผยรอยยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ดูสิ่งนี้สิ!” ในมือของเขาปรากฎชิ้นส่วนหินที่ส่องแสง หินก้อนนั้นดูบริสุทธิ์และไร้มลทิน ผู้ใดพบเห็นย่อมต้องตกตะลึง ทหารยามหวาดระแวงที่จะจ้องมองหินก้อนนั้น เมื่อมองให้ดี สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เซี่ยงเส้าหยุน หัวเราะ “ฮี่ฮี่ อยากได้ใช่มั้ยล่ะ? ถ้าเกิดว่าให้คุณชายคนนี้ได้เข้าสู่ตำหนัก เจ้าเศษหินนี่…” เพี๊ยะ! ก่อนที่เซี่ยงเส้าหยุนจะพูดจบ ทหารยามได้ฟาดฝ่ามือใส่เขา หินส่องแสงโดนตบหลุดไปจากมือของเซี่ยงเส้าหยุน “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ใช้หินขยะนี่มาติดสินบนข้า! ข้าคิดว่าถ้าเจ้าไม่ได้เห็นโลงศพ เจ้าก็จะไม่มีวันหลั่งน้ำตาสินะ” ทหารยามยกหมัดขวาเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนและกำลังจะต่อยไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่ม “เวรเอ้ย ข้าจะเจอคนมีตาแต่หามีแววไม่อีกเท่าไหร่กัน” เซี่ยงเส้าหยุนก่นด่าตัวเขาเอง เขาหลับตาลงโดยที่ไม่ต้องทะเลาะเพราะรู้ว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะที่จะต้านรับมันได้ ขณะที่กำปั้นกำลังจะเข้าไปทักทายใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงทุ้มลึกและดุดัน ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset