ลิขิตรักสมรสพระราชทาน – ตอนที่ 20 เพียงเท่านั้น

หยาเหยานางยามนี้ที่ร่างของนางอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเผิงอวิ๋นตัวนางที่ในเวลานี้คำถามที่อยู่ภายในใจวันนี้นางเลือกที่จะเอ่ยไป หากแต่อย่างไรเผิงอวิ๋นก็ยังคงไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัดกับนางได้

“เกอเกอ…. บางทีท่านกับข้า” หยาเหยานางเอ่ย แต่ก่อนที่นางจะเอ่ยประโยคถัดไป ก็มีเสียงบ่าวคนหนึ่งยืนเอ่ยประโยคด้วยน้ำเสียงที่ตระหนกอย่างยิ่ง

“คุณชายเผิง…. คุณหนูอิ๋งเหอนางไม่เป็นอะไรมิทราบดินทุรนทุราย บ่าวมิรู้จะจัดการเช่นไรดี อาการของนางน่าเป็นห่วงมาก ร้องหาแต่ท่าน”

ในตอนนั้นเองที่เผิงอวิ๋นชงักเขาชงักลง คล้ายมิได้ฟังคำที่หยาเหยานางจะเอ่ยต่อไปนี้ หยาเหยานางเพียงดันร่างของเผิงอวิ๋นให้ออกไปห่างกายนาง

“เชิญ” หยาเหยานางยิ้ม

“เหยาเหยา”

“ไปสิ…. นางต้องการท่าน ท่านรีบไปนางเถิด”

“เหยาหเยารอพี่เจ้าไม่นาน พี่จะกลับมาหาเจ้า” จากนั้นเผิงอวิ๋นก็ได้วิ่งออกไปจากเรือนโดยทันที

จะว่าไป…. เหตุนั้นก็ดูสมควรดีแล้วใช่หรือไม่ ชีวิตของคนก็สมควรสำคัญแล้วใช่หรือไม่? หากวันนี้อิ๋งเหอนางจะเป็นจะตายจริงๆ หยาเหยาในยามนี้เจ็บปวด ที่นางเจ็บปวดอยู่เพราะสิ่งใดกัน ในหนึ่งก็คล้ายจะมีใจที่เบาหวิวอยู่นั้น คล้ายกับไม่มี ไม่มี…..

ในตอนนั้นเองหยาหเยานางตัดสินใจเดินตามเผิงอวิ๋นไปที่เรือนรับรองที่อิ๋งเหอนางรักษาตัวอยู่นั้นเอง

ในตอนนั้นที่นางไปถึง เป็นตอนที่อิ๋งเหอนางนอนใบหน้าซีดผาด น้ำเสียงแหบแห้งที่เอ่ยกับเผิงอวิ๋น ในยามนั้นที่อิ๋งเหอกุมมือเผิงอวิ๋นไว้ ถ้อยคำที่อิ๋งเหอนางเอ่ยออกมานั้นแต่ละถ้อยคำล้วนออกมาจากใจหาได้โป้ปดแม้นแต่น้อย

หยาเหยานางที่ยื่นอยู่ด้านนอกที่ตรงประตูเรือนรับรองนั้น หยาเหยานางเก็นทุกสิ่งและได้ยินทุกประโยค

“เผิงอวิ๋นเกอเกอ อิ๋งเหอรักท่าน อิ๋งเหอมิเคยมีใจต่อชายใด อิ๋งเหอแต่แรกที่พบท่านก็ปักใจลงไปแล้ว ชั่วชีวิตนี้ของอิ๋งเหอมิอาจรักผู้ใดได้อีก แม้นวันนี้ท่านจะแต่งกับพี่สาว อิ๋งเหอ….. อิ๋งเหอ ยินดีเป็นรองพี่สาว เพียงได้เคียงคู่ท่าน ชั่วชีวิตของอิ๋งเหอที่ปรารถนามีเพียงเท่านี้ แม้นอายุสั้นไปสิบปีอิ๋งเหอก็ยอมแลก” อิ๋งเหอนางเอ่ยทั้งน้ำตา

ในตอนนั้นหยาเหยานางเห็นเพียงด้านหลังของเผิงอวิ๋นก็เพียงเท่านั้น…. ในห้วงนั้นหยาเหยานางหรือก็รอฟังคำที่เผิงอวิ๋นจะเอ่ยตอบอิ๋งเหอไป จะตอบรับก็ชั่งจะตอบปฏิเสธก็ตาม เพียงแค่ตอบไปทำให้ทุกอย่างชัดเจน หากไปต่อก็จะเริ่มเดินเสียแต่วันนี้ หากจะจบสิ้นวาสนานางกับเผิงอวิ่นจะไปต่อหรือจบสิ้นก็ขอเพียงให้ชัดเจน มิใช่ต้องยิ้มทั้งน้ำตาเช่นนี้

และแล้วสิ่งที่นางรอคอยก็ได้ออกมาจากปากของเผิงอวิ๋น

“อิ๋งเหอ กับเจ้าพี่คิดเป็นเพียงน้องสาวก็เท่านั้น” เผิงอวิ๋นเอ่ยออกไป

“เกอเกอ….. หากวันนี้อิ๋งเหอสิ้นไปท่านเสียใจหรือไม่?”

“อย่าเอ่ยเช่นนั้น”

“เกอเกอ อิ๋งเหอรักท่าน อิ๋งเหอขอให้ท่านทบทวน ชั่วเวลาครึ่งปีที่ท่านพักอยู่ที่บ้านของอิ๋งเหอ ท่านมิมีความรู้สึกใดต่ออิ๋งเหอแน่หรือ อิ๋งเหอรู้สึกไปเพียงผู้เดียวจริงหรือ?” อิ๋งเหอนางเอ่ยทั้งน้ำตา

“มีสิ เจ้าเป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่ เจ้าดูแลพี่เป็นอย่างดี ทั้งบิดาของเจ้าก็ช่วยชีวิตพี่ไว้ก็หนหนึ่งถือเป็นพระคุณที่มิอาจลืมได้ชั่วชีวิต” เผิงอวิ๋นเอ่ย

“หากเป็นเช่นนั้น…..” อิ๋งเหอนางเอ่ยพร้อมกับยื่นกระดาษขาวที่พับอยู่ดูท่าภายในคงเป็นจดหมาย

“ท่านพ่อฝากสิ่งนี้มาให้ท่าน….”

เผิงอวิ๋นรับไว้และเปิดอ่าน….

ระหว่างนั้นอิ๋งเหอนางก็ได้เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้น

“ความจริงข้ามิได้หนีออกมาเพราะนึกสนุกมาตามหาท่านเพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้ว อิ๋งเหอเมื่อทราบว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินสิบปี อิ๋งเหอ อย่างไรก็ต้องมาบอกความในใจต่อท่าน มิได้คาดว่าไว้เมื่อมาถึงกลับพบว่าท่านมีคู่หมั้นคู่หมายที่กำลังจะแต่งงานกัน อิ๋งเหอมิได้หวังสูงไปแทนที่พี่สาว อิ๋งเหอเพียงหวังให้สักเศษเสี้ยวในใจของท่าน ให้ท่านเว้นไว้ให้อิ๋งเหอบ้าง”

ในเวลานั้นที่เผิงอวิ่นอ่านประโยคในจดหมาย ล้วนเป็นถ้อยคำที่เขียนด้วยลายมือของบิดาของอิ๋งเหอไม่ผิดแน่ สิ่งที่เขาขอคือให้รับดูแลอิ๋งเหอได้หรือไม่ถ้อยในจดหมายนั้นล้วนเป็นคำขอร้องโดยทั้งสิ้น

“อิ๋งเหอ…..ข้า” เผิงอว็นมีท่าทีลำบากใจ

และในตอนนั้นเองที่สาวใช้นางหนึ่งที่ออกไปเมื่อครู่ที่ถืออย่างน้ำร้อนมาเพื่อชำระมือและเท้าของอิ๋งเหอ ตามคำสั่งของหมอที่ได่สั่งไว้ ก็เดินกลับเข้ามาและระหว่างทางที่เดินกลับเข้ามานั้นเอง

เมื่อนางเดินมาพบว่าหยาหยานางยืนอยู่ที่ด้านหน้าของประตู ด้วยความตกใจนางร้องลั่น สองมือนางคล้ายไม่มีแรงอ่างน้ำร้อนนั้นก็ไดกระเด็นหลุดร่วงลงไปที่พื้นกระเด็น น้ำร้อนที่อยู่ในอ่างนั้นก็เด็นไปทั่วโดยส่วนหนึ่งก้นกระเด็นไปโดนเท้าของหยาเหยา

“คุณหนู บ่าวสมควรตายๆ ๆ” บ่าวรับใช้นางนั้นทั้งที่มือบวมแดง ก็เอ่ยพร้อมกับเอามือตบไปที่ใบหน้าของตนเอง

และในตอนนั้นเองที่เผิงอวิ๋นหันมาพบเหตุการณ์นั้นเขา ราวกลับใจของเขาตกไปที่พื้น หยาเหยานางได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดนางอยู่ที่นี้ อยู่ที่นี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?

ในตอนนั้นที่เผิงอวิ๋นที่กำลังจะลุกขึ้นเดินไปหาหยาเหยาด้วยใจที่เป็นห่วง อิ๋งเหอมือนางที่เกาะกุมเผิงอวิ๋นไว้นางกลับรั้งไว้มิยอมปล่อย เผิงอวิ๋นจะหันไปสะบัดมือของอิ่งเหอออกหากแต่ว่าเมื่อเขาหันกลับไปมอง กลับพบว่าอิ๋งเหอนางกำลังอาเจียนออกมาเป็นเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก

ในเวลานั้นเขาก็กลับนางลงกลับไปที่เตียง ดวงตาเขาเบิกกว้างตกใจอย่างยิ่ง

จากนั้นเขาได้หันกลับมามองมาที่หยาเหยา ดวงตาเขาดูเป็นกังวลทำสิ่งใดไม่ถูก

“เจ้าไปตามหมอมา โดยเร็วที่สุด” หยาเหยานางเอ่ย แม้นในยามนี้เท้าของนางจะรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยนางก็ยังกัดฟันฝืนทน ใบหน้าที่ไม่เจ็บไม่ปวดนั้น

และในตอนนั้นเองที่ชิงชิง ชิงชิงนางมาพบเหตุการณ์นั้นเขา ตอนนั้นหยาเหยาเป็นนางเองที่ได้บอกให้ชิงชิงไปที่ห้องเย็บปักไปเลือกผ้ามาให้นางสักพับ ในหนึ่งก็หมายให้ชิงชิงหลบออกไป หากแต่เมื่อชิงชิงกลับมาที่เรือนไม่พบ จึงเดินออกมาตามหา หยาเหยา

“คุณหนู” ชิงชิงนางร้องเรียก

“ชิงชิง พาเหยาเหยากลับที่ของเหยาเหยา” หยาเหยานางเอ่ยออกมา

“เหยาเหยา เจ้าเจ็บมากหรือไม่” เผิงอวิ่นทั้งที่มือยังคงจับมือของวิ๋นเหอหรืออ๋งเหอที่รั้งตัวเขาไว้เอ่ยขึ้น

หยาเหยานางก้มหน้าสูดลมหายใจ

“ไม่….” นางเอ่ยก่อนที่จะหมุนกายเดินกลับไปโดยที่มีชิงชิงประกอง

ในเวลานั้นในตอนที่เท้าของนางค่อยๆ ก้าวเดิน ลงน้ำหนักลงไปที่เท้าของนางแต่ละก้าวนั้นเจ็บปวดยิ่ง หากแต่นางก้ยังคงฝืนทนเดินด้วยท่าทีที่ปกติที่สุด จนลับสายตาที่คนจากภายในเรือนรับรองจะมองเห็น หยาหเยาที่นางอดทนอยู่นาน

ในที่สุดนางถึงกลับทิ้งกายลงกับพื้น…. ในตอนนั้นอยู่ๆ น้ำตาของนางก็พรั่งพรูออกมา

“คุณหนูท่านร้องไห้ทำไมเจ้าค่ะ คุณหนู” ชิงชิงนางเอ่ยขึ้น

“เจ็บ” หยาเหยานางเอ่ยขึ้น ใบหน้าของนางแสดงถึงความเจ็บปวดที่ชัดเจน

ผู้ใดควรค่าให้เห็นน้ำตา ผู้ใดควรค่าให้เสียน้ำตาให้ ข้อนี้นางล้วนเข้าใจดี เจ็บเเล้วอย่างไร ผู้นั้นเอาชีวิตมาวางไว้เเล้ว ดูท่าเจ็บนี้ของนางคงยากจะเทียบค่าเอาได้

ลิขิตรักสมรสพระราชทาน

ลิขิตรักสมรสพระราชทาน

Status: Ongoing
อ่านนิยาย ลิขิตรักสมรสพระราชทานบทนำ เริ่มที่รัก จากด้วยชัง “ข้าซื่อหยาเหยา มีค่าเกินกว่าจะให้ใครหรือเเม้นเเต่ท่านดูถูกเหยียดหยาม ตัวข้าก็คนมีหัวใจ ไม่ต่างอะไรกับท่านเลย” เป็นคำพูดสุดท้ายก่อนที่นางจะเดินหันหลังให้กับจวนเเม่ทัพใหญ่ไป นางสู้อดทนมาเป็นเวลาหนึ่งปี ไม่เคยปริปากบ่น แม้นสักคำก็มิมีบอกให้ซื่อเฟิงมู่บิดาตนรู้ว่า ตลอดเวลาที่นางใช้ชีวิตอยู่ที่จวนเเม่ทัพเเห่งนี้ต้องทนรับความอัปยศเพียงใด หนึ่งปีก่อนหน้านี้ “มีราชโองการเเม่ทัพใหญ่ สกุลหยาง นามหลู่เมิ้ง มีความชอบใหญ่หลวงต่อแผ่นดิน จึงประทานสมรสให้เเต่งกับ สตรีสกุลซื่อ นามหยาเหยา เป็นภรรยา จบราชโองการ!! ” หลู่เมิ้งโค้งคำนับรับราชโองการ….. ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ การเเต่งงานการเมืองเช่นนี้ผู้ใดจะพึงใจกัน!! . . คืนวันเเต่งงาน ภายในห้องหอหญิงสาวผู้ได้ชื่อว่างามล้ำซ้ำยังเป็นหยกล้ำค่าเเห่งจวนอัครเสนาบดี กำลังนั่งใบหน้าเเดงกล่ำมีเพียงพัดเป็นฉากกั้นกลางระหว่างนางกับบุรุษที่นางรักเเละหมายปอง สตรีเช่นนางหากเเต่งเข้าจวนอ๋องหรือวังไท่จื่อ เกรงว่าจะเหมาะสมกว่าด้วยซ้ำ เเต่นางหยาเหยา… รักบุรุษผู้นี้มาตั้งเเต่เเรกพบสบตา ใช้วิธีการต่างๆ นาๆ สุดท้ายให้บิดาผู้เป็นเอกอัครเสนาบดี ทูลต่อฮองเต้ ให้เเต่งนางเข้าจวนเเม่ทัพ หลู่เมิ้งในวัยยี่สิบเจ็ดปี.. มีรูปกายเป็นทรัพย์อันลำค่า บุรุษในวัยหนุ่มร่างกายกำยำ มากด้วยสติปัญญา ซ้ำยังมิเคยยุ่งเกี่ยวสตรี รอยยิ้มอันงดงามตราตรึงใจนางไว้ได้ “สมใจเจ้าเเล้วสินะ?? ” “ท่านพี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” หร่งเหยาเอ่ยขึ้น ทั้งที่บุรุษผู้นั้นเพิ่งเปิดประตูเข้ามาเเท้ๆ กลับเอ่ยวาจาประหลาดนัก “ก็ที่เเต่งเข้าจวนข้าได้ คงสมใจเจ้าเเล้ว?? ” “เรื่องนั้น….” หยาเหยายิ้ม “ท่านพี่ ท่านจะไปไหนเจ้าคะ ยัง.. ยังไม่ได้….” “ราชโองการเพียงให้ข้าเเต่งเจ้าเข้าจวน.. มิได้บอกให้รักเจ้า ให้ดีต่อเจ้า หรือห้ามให้ข้าออกจากห้องหอไปเสพสุขกับสตรีนางอื่น” ‘ปั่ง!! ‘ เสียงประตูปิดดังลั่นจนร่างบางต้องสะท้านด้วยความตกใจ.. บุรุษผู้นี้ใช่บุรุษที่นางเฝ้ารัก ที่นางถนอมกายใจ ไว้มอบให้เขาจริงหรือ ใช่บุรุษที่มีรอยยิ้มงดงามที่นางพบวันนั้นใช่หรือไม่?? เหตุใดเขาจึงใจร้ายต่อนางนักหยาเหยา ผู้ไม่เคยถูกกระทำรุนเเรงต่อจิตใจเช่นนี้ถึงกับกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่… …………… โรงเตี้ยมฟูหลัว “ท่านเเม่ทัพวันนี้เป็นคืนเข้าหอเเท้ๆ เหตุใดท่านจึงออกมาดื่มเหล้ากับพวกข้าเช่นนี้เล่า ฮูหยินมิเคืองท่านเเย่หรือ” “จะพูดถึงนางทำไมกัน” “อ่าว.. นางเป็นภรรยาท่าน?? ” “หึ… นางเพียงเเต่งเพื่อเสริมอำนาจให้บิดานางเพียงเท่านั้น อย่าได้สนใจเลย” “ท่านเเม่ทัพ เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้น” “ให้ข้าคิดเป็นอื่นได้อย่างไรเล่า หน้าก็มิเคยพบ.. จะให้รักหรืออย่างไร?? ” สามวันต่อมา หลู่เมิ่งออกจากจวนไปสามวันพึ่งกลับ… กลับมาเขาคิดว่าหยาเหยามิพ้นต้องโกรธเป็นฟืนไฟ หากเเต่ตรงกันข้าม.. พอถึงจวนนางกลับยกอาหารยกน้ำชามาต้อนรับเขาด้วยสีหน้ายิ้มเเย้ม ใบหน้าของหญิงสามวัยเเรกเเย้ม….. งดงาม งดงามสมคำร่ำลือ กริยาอ่อนหวานอ่อนโยนน่าถนอมยิ่ง สายตาที่นางมองเขาราวกับกระต่ายน้อยเเสนเชื่อง “ท่านพี่ ท่านกลับมาเเล้ว ข้าทำอาหารไว้รอท่าน” “ไม่ต้องลำบากหรอก บ่าวไพร่ในจวนก็ออกมาก” “ไม่ลำบากเจ้าคะ เพื่อท่านพี่ น้องเต็มใจ” “ดี!! เช่นนั้น.. นับจากวันนี้ไปงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวข้า ไม่ว่าจะเสื้อผ้า อาหารการกิน น้ำที่ข้าอาบ ให้เจ้าเป็นคนจัดการเองทั้งหมด” “เอ้?? ” “ทำไม.. ทำไม่ได้หรือ” “ได้.. ได้เจ้าคะ” หลังจากวันนั้นเสื้อผ้าทุกตัวของหลู่เมิ่งก็ต้องให้หยาเหยาเป็นคนจัดการซักเองกับมือ อาหารทุกอย่างก็เป็นหยาเหยาที่เป็นคนจัดเเจง น้ำที่เขาใช้อาบก็เป็นนางตระเตรียมให้ทุกเย็น.. นางคอยเติมน้ำปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะเพื่อให้ หลู่เมิ้ง สุดที่รัก ดวงใจของนางพอใจ.. ลำบากเพียงใดนางมิเคยปนิปากบ่น สามเดือนผ่านไป หยาเหยาทำหน้าที่ทุกอย่างมิขาดตกบกพร่อง.. อีกฝ่ายกับคิดไปอีกทาง คิดว่านางทนทำเช่นนี้ก็เพราะเพื่ออำนาจของตระกูลนางจะได้มั่นคงเพียงเท่านั้น

Comment

Options

not work with dark mode
Reset