เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ / เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 291-292

 

ตามคำสั่งของผู้เฒ่า เจี่ยนหยุ่นโม่พับแขนเสื้อขึ้น และเริ่มทำงานให้กับผู้เฒ่า

 

มือของเจี่ยนหยุ่นโม่นั้นมั่นคงกว่าซึ่งเป็นผลมาจากการอยู่ในห้องปฏิบัติการตลอดทั้งปี

 

เขาชำนาญมากในเรื่องดอกไม้และพืชเหล่านี้

 

เจี่ยนอีหลิงเก็บเกสรดอกไม้ตัวผู้ที่ข้างสนาม

 

รอการผสมเกสรเทียมไปที่ดอกตัวเมีย

 

อัตราการงอกของเมล็ดกล้วยไม้นั้นต่ำมาก แต่หากคุณต้องการผสมพันธุ์สร้างพันธุ์ใหม่ การใช้ละอองเรณูเพื่อการผสมพันธุ์เป็นทางเลือกที่ดี

 

พวกเขาสามคนยุ่งมากในเรือนดอกไม้

 

เมื่อย่าเจี่ยนมาส่งอาหารเย็นให้พวกเขาทั้งสามคน เธอก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อเธอเห็นคนบ้าดอกไม้สามคนวุ่นวายอยู่ในเรือนดอกไม้

 

ยังไม่ค่อยมีการสื่อสารระหว่างเจี่ยนหยุ่นโม่และเจี่ยนอีหลิง แต่ก็จะเห็นได้ว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนนั้นดีมาก

 

อ่านตอนล่าสุดที่ my-novel.co หรือ www.thai-novel.com

 

นี่เป็นสิ่งที่ดี ย่าเจี่ยนรู้สึกโล่งอก

 

###

 

เช้าวันเสาร์พ่อแม่เจี่ยน เจี่ยนหยุ่นเฉิง และเจี่ยนหยุ่นน่าวไปที่บ้านเก่าตระกูลเจี่ยน

 

พวกเขาทุกคนคิดหาเหตุผลฉลองผลการเรียนในการสอบได้อันดับหนึ่งของชั้นปีสำหรับลูกสาวของพวกเขา

 

ในที่สุดก็มีโอกาสที่จะได้พบกับลูกสาวเขาอย่างตรงๆแล้ว และพ่อแม่เจี่ยนก็ไม่อยากพลาด

 

แต่เมื่อมาถึงบ้านเก่าตระกูลเจี่ยน ไม่เพียงแต่มองไม่เห็นเจี่ยนอีหลิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปู่กับย่าด้วย

 

พวกเขาถามแม่บ้าน และก็ได้รู้ว่าเป็นปู่กับย่า เพื่อเป็นการฉลองให้เจี่ยนอีหลิง พวกเขาได้พาเจี่ยนอีหลิงออกไปกินดื่มและสนุกสนาน

 

นอกจากนั้นก็ยังมีเจี่ยนหยุ่นโม่ เจี่ยนหยู่หมิน เจี่ยนหยู่เจี๋ย หยูซี และจ๋ายหวินเชิ่งที่อยู่ติดกันด้วย

 

ปู่กับย่าไม่ได้เกริ่นให้กับเจี่ยนชูฉิง ทั้งยังไม่ได้แจ้งให้ทราบด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้ทั้งสี่คนไปต่อไม่ถูก

 

เจี่ยนชูฉิงมองไปที่อีกสามคนตรงหน้าเขา และใบหน้าของพวกเขาก็หงอยเหงากันไปไม่มากก็น้อย

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวยิ่งก้มหน้าผิดหวังกว่าเดิม

 

เจี่ยนหยุ่นเฉิงขมวดคิ้ว

 

แม้แต่เจี่ยนหยู่หมิน เจี่ยนหยู่เจี๋ย อีกทั้งแม้แต่หยูซีที่อยู่บ้านถัดไปก็ยังไป แต่พวกเขากลับไม่ได้ไป

 

ความรู้สึกนี้อึดอัดอย่างอธิบายไม่ได้

 

หลังจากที่เจี่ยนชูฉิงลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาก็โทรหาย่าเจี่ยน

 

“ถ้าเธอมีอะไรจะพูดก็รีบหน่อย ฉันกำลังเล่นเกมกับหลานรักของฉันอยู่” ย่าเจี่ยนเร่งทันทีที่เธอได้รับโทรศัพท์

 

“แม่ แม่กับเสี่ยวหลิงไปไหนกัน”

 

“วิลล่าน้ำพุร้อน มีน้ำพุร้อน กินอาหารอร่อยๆ แล้วก็ชมวิว”

 

“แม่ พวกเราไปกันได้ไหม” เจี่ยนชูฉิงถามอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าเขาจะใช้คำพูดไม่เหมาะสมแล้วจะทำให้ย่าเจี่ยนไม่พอใจ

 

“ได้ จะให้พ่อบ้านส่งตำแหน่งให้เธอแล้วขับรถมากันเองนะ”

 

ย่าเจี่ยนไม่ปฏิเสธพวกเขา พวกเขาสามารถมาได้ตามต้องการ

 

ย่าไม่ได้เริ่มชักชวนพวกเขามาด้วยกัน ก็เพราะจุดประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้ คือการไปเป็นเพื่อนกับหลานรักของเธอ และเพื่อเฉลิมฉลองการทดสอบได้อันดับหนึ่งให้หลานรัก ชวนพวกเขาก่อนก็จะเป็นการเสียหน้า

 

ในเรื่องของหลานรักพวกเขาต้องคิดด้วยตัวของพวกเขาเอง

 

“ครับ” หลังจากที่เจี่ยนชูฉิงได้รับคำตอบยืนยันจากย่าเจี่ยน เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

 

หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว เจี่ยนชูฉิงพวกสี่คนก็พากันไปหาเจี่ยนอีหลิงที่วิลล่าน้ำพุร้อนที่เธอไปพัก

 

###

 

ผู้เฒ่าตระกูลเจี่ยนสองคนและคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งอยู่บนถนนไปยังบ้านพักตากอากาศน้ำพุร้อน

 

เนื่องจากมีคนไปที่นั่นจำนวนมากในครั้งนี้ และระยะทางก็ค่อนข้างไกล ทุกคนจึงเลือกที่จะขับรถ RV

 

บนถนนเจี่ยนหยู่หมิน เจี่ยนหยู่เจี๋ย หยูซี เจี่ยนหยุ่นโม่ และเจี่ยนอีหลิงเล่นเกมอยู่ในรถ RV และย่าก็ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน

 

จ๋ายหวินเชิ่งและปู่กำลังคุยกันเรื่องธุรกิจ

 

ในการเดินทางวันนี้ ปู่เจี่ยนไม่คาดคิดว่าจ๋ายหวินเชิ่งจะมาด้วย และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ปู่เจี่ยนจะปฏิเสธ

 

บทที่ 292 แช่น้ำพุร้อน

 

เขาคิดว่าหลานสาวของเขาใช้เวลาดีๆอยู่กับหยูซีและจ๋ายหวินเชิ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาเร็วๆนี้ ปู่เจี่ยนคิดว่าเป็นเรื่องสมควรที่พวกเขาสองคนจะมาร่วมฉลองการสอบได้อันดับหนึ่งของเจี่ยนอีหลิง

 

ในช่วงบ่ายทุกคนก็มาถึงโรงแรมน้ำพุร้อนที่หมาย

 

โรงแรมน้ำพุร้อนตั้งอยู่กลางภูเขา ในระดับความสูงที่มีป่าไม้หนาแน่นและสภาพแวดล้อมสวยงาม เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงฤดูหนาวและการพักผ่อนหย่อนใจ

 

ยกเว้นปู่กับย่า บรรดาหนุ่มสาวทุกคนไปที่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง

 

ฝ่ายหญิงมีเจี่ยนอีหลิงเพียงคนเดียว

 

ฝ่ายชายคือเจี่ยนหยู่หมิน เจี่ยนหยู่เจี๋ย หยูซีและจ๋ายหวินเชิ่ง

 

เจี่ยนหยุ่นโม่ไม่ได้เข้าร่วมในเรื่องสนุกนี้

 

ในบรรดาพวกเขา เจี่ยนหยู่หมินอายุมากที่สุด และเจี่ยนหยู่เจี๋ยอายุน้อยที่สุด

 

ชายทั้งสี่คนนั้นรูปร่างดูดีมาก โดยเฉพาะเจี่ยนหยู่หมินและจ๋ายหวินเชิ่ง พวกเขามีสัดส่วนโค้งเว้าได้รูป กล้ามเนื้อที่เด่นชัด แต่ไม่ถึงกับหวือหวาและรู้สึกน่ากลัว

 

สายตาของเจี่ยนหยู่หมินหยุดไปที่จ๋ายหวินเชิ่งสองสามวินาที จากนั้นเขาก็แค่นเสียงเหยียดหยาม!

 

เจี่ยนหยู่เจี๋ยมองไปที่ร่างของคนอื่นๆ และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าเขาควรใช้เวลาในการฝึกกล้ามเนื้อด้วย มิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถเข้าถึงตัวน้องสาวได้ในอนาคต

 

หยูซีพบเห็นความต่ำต้อยของเจี่ยนหยู่เจี๋ยดังนั้นจึงเข้าไปตบไหล่ “เซี่ยวหยู่เจี๋ยไม่ต้องเสียใจ อย่าไปเปรียบเทียบกับพี่น้อง นายก็มีข้อดีของตัวเองเหมือนกัน”

 

“ข้อดีอะไรเหรอ” เจี่ยนหยู่เจี๋ยตั้งใจฟังคำตอบจากหยูซี

 

“กลั่นแกล้งได้ง่าย”หยูซีถลกหนัง

 

ใบหน้าของเจี่ยนหยู่เจี๋ยมืดลงทันที เขารู้ว่าเขาไม่ควรเชื่อถือคำพูดของหยูซี

 

เจี่ยนหยู่หมินถือโอกาสนี้ ไม่ยอมที่จะทำให้น้องชายเขาลำบากใจ “หยู่เจี๋ยนายดูผอมมาก ต้องระวังว่านายอาจจะไม่เจอกับแฟนในอนาคต”

 

เจี่ยนหยู่เจี๋ยยังปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ “แม้ว่าลูกพี่ลูกน้องอี้เหิงไม่อยูู่ที่นี่ ถ้าเขาอยู่ที่นี่จะเกิดอะไรขึ้นกับนาย”

 

“อะแฮ่ม ไม่ต้องพูดถึงเขา ตกลงไหม ตอนนี้มีแค่พวกเราสองสามคน ตกลงไหม” เจี่ยนหยู่หมินรีบหาข้ออ้างในทันที “ใครจะไปเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาดตัวนั้นกัน”

 

และเจี่ยนอี้เหิงนั้น หากเทียบกับรูปร่างของพวกเขาแล้ว เจี่ยนหยู่หมินจะดูรูปร่างผอมลงไปถนัดตา

 

ผู้ชายคนนั้นเป็นนักเทควันโดและจีทควอนโดตั้งแต่เขายังเด็ก และได้รับรางวัลจากการแข่งขันต่างๆ

 

เมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อบนร่างกายเขาแล้ว พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นขยะ

 

“แล้วทำไมนายถึงต้องมาเปรียบเทียบกับฉัน” เจี่ยนหยู่เจี๋ยพึมพำอย่างโกรธเคือง

 

พี่ชายใหญ่รังแกแต่เขาเท่านั้น ฮึ่ม! ถ้าเขาอายุได้เท่ากับอีกฝ่าย ดูซิว่าเขาจะไม่สร้างกล้ามขึ้นมารังแกอีกฝ่ายให้สำเร็จดูบ้าง

 

หยูซีแนะนำ “ถ้าจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ทางที่ดีให้น้องสาวอีหลิงแสดงความคิดเห็นดีกว่าว่าใครมีหุ่นดีที่สุด”

 

“ไม่” เจี่ยนหยู่หมินและเจี่ยนหยู่เจี๋ยกล่าวขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน

 

พี่น้องที่ยังคงโต้เถียงกันอยู่เมื่อกี้นี้ มีปฏิกิริยาเหมือนกันเมื่อเผชิญหน้ากับข้อเสนอของหยูซี

 

“จะให้น้องสาวอีหลิงมองร่างเด็กผู้ชายได้ยังไงกัน” น้ำเสียงของเจี่ยนหยู่หมินจริงจังมาก

 

“ใช่ ไม่อย่างเด็ดขาด ไม่แม้กระทั่งพวกเราพี่น้อง” เจี่ยนหยู่เจี๋ยตามมาติดๆ

 

“แต่ …” หยูซีหันหน้ามองไปที่จ๋ายหวินเชิ่ง “น้องสาวอีหลิงได้เห็นนายท่านเชิ่งแล้ว”

 

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมาใบหน้าของพี่น้องเจี่ยนหยู่หมินกับเจี่ยนหยู่เจี๋ยก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

 

จ๋ายหวินเชิ่งได้รับการจ้องมองอย่างแค้นเคืองจากสองพี่น้องที่แทบจะเชือดเขาออกเป็นพันชิ้น

 

ทั้งสองจ้องไปที่จ๋ายหวินเชิ่ง

 

จ๋ายหวินเชิ่งเอนหลังพิงโขดหินริมฝั่งดูผ่อนคลายและเยือกเย็น

 

เมื่อใบหน้าของสองพี่น้องตระกูลเจี่ยนจ้องมองมาอย่างมุ่งร้าย มุมปากของจ๋ายหวินเชิ่งก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยดูภาคภูมิใจอยู่บ้าง ชั่วร้ายอยู่บ้าง

 

เจี่ยนหยู่หมินและเจี่ยนหยู่เจี๋ยได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่เนื่องจากตัวตนของอีกฝ่าย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำอะไรลงไปตรงๆ

 

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส
Status: Ongoing
อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset