แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 120 ทำไมแกยังหน้าด้านกลับมาที่บ้านสกุลเซี่ยอีก !

มู่จื่อหมิงทำท่ากระซิบกระซาบ ครั้งแรกที่เซี่ยฉิงกงได้ฟังเรื่องนี้มาจากหมั่นโถว ในตอนนั้นเธอเองก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ยิ่งยามนี้ มู่จื่อหมิงเป็นคนพูดออกจากปากเอง ก็ยิ่งมีความหมายมากขึ้น

 

“กลายเป็นว่า คุณป้าหึงแม่ของหนู อะไรกันเนี่ย ?”

 

“ใช่แล้ว ฉันรู้จัก เซวี่ยเอ๋อ แม่ของหนูตอนที่เรายังเด็ก เราโตมาด้วยกัน ทั้งเราก็เป็นเพื่อนต่างเพศย่อมต้องดึงดูดซึ่งกันและกัน แม่ของหนูสวยมาก ฉันก็ต้องชอบเธอเป็นธรรมดาใช่มั้ย ? ทว่าพวกเราขาดการติดต่อกันไปนับสิบปี กระทั่งแม่ของหนูแต่งงานไปกับพ่อของหนู ส่วนฉันก็มีเฉินฮ่าวตอนที่ฉันอายุยี่สิบแปดปี … นี่ ฉันก็ไม่รู้ว่าเหวินจิ้งเอาอะไรไปหึงแม่ของหนู ?”

 

หลังจากที่มู่จื่อหมิงพูดจบ เขาก็ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาอยากจะหัวเราะ หากแต่ก็ไม่กล้าที่จะหัวเราะ

 

แม้ว่าเซี่ยฉิงกงจะได้พบกับมู่จื่อหมิงเพียงสองครั้ง หากแต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามู่จื่อหมิงเอ็นดูเธอมาก อาจเป็นเพราะมารดาผู้ให้กำเนิดเธอนั่นเอง

 

ทั้งสามคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานในรถ มู่จื่อหมิงพูดแต่เรื่องตลกขบขันตลอดเวลา จนเซี่ยฉิงกงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ นัยน์ตาที่ชุ่มฉ่ำของเซียฉิงกงยิบหยีจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

 

อาจเป็นเพราะเซี่ยฉิงกงตื่นเช้าเกินไป ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเธอก็เอนกายลงซบไหล่มู่เฉินฮ่าว แล้วก็ผล็อยหลับไป

 

มู่เฉินฮ่าวตกตะลึงไปเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้เป็นหมูหรือไงกันนะ ? หลับตาปุ๊บก็หลับสนิทปั๊บ ?

 

ชั่วโมงครึ่งต่อมา ทั้งหมดก็มาถึงคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย

 

เซี่ยฉิงกงยังคงหลับสนิท มู่เฉินฮ่าวมีกลิ่นกายที่ดีมาก ทำให้เธอผ่อนคลาย และสบายใจมาก

 

เซี่ยเจิ้งหัว และเจินเมี่ยวหยูกำลังรออยู่ที่หน้าประตูพร้อมด้วยบรรดาบริวารและคนรับใช้

 

เซี่ยเจิ้งหัวรู้สึกผิดต่อเซี่ยฉิงกงมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อลูกสาวคนโตกลับบ้าน เขาย่อมต้องไว้หน้าเธอพอสมควรเขาสั่งให้ทุกคนในครอบครัวออกมายืนรอรับคุณหนูใหญ่กลับบ้านที่หน้าประตู

 

หัวใจของเจินเมี่ยวหยูย่อมไม่มีความสุขอย่างแน่นอน ทว่าเธอไม่มีทางเลือก เธอเป็นแม่เลี้ยงของเซี่ยฉิงกง ทั้งยังเป็นนายหญิงของตระกูลเซี่ยอีกด้วย

 

นับตั้งแต่งานเลี้ยงวันเกิดครั้งล่าสุดของเซี่ยเจิ้งหัว ความเกลียดชังของเจินเมี่ยวหยูที่มีต่อเซี่ยฉิงกงก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

 

เซี่ยชิงฉวนลูกสาวแท้ ๆ ของเธอเปลี่ยนไปอย่างมากนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในคืนนั้น เซี่ยชิงฉวนกลายเป็นคนป่าเถื่อน เอาแต่ใจตัวเองมากขึ้น เธอไม่เคยก้าวออกจากบ้านอีกเลย เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ทั้งไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับพี่สาวของเธออีก

 

เจินเมี่ยวหยูรู้สึกเป็นทุกข์มาก หากแต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้ …

 

รถแล่นมาถึงประตูบ้านสกุลเซี่ยแล้ว หมั่นโถวต้องปลุกเซี่ยฉิงกงเพราะเจ้าบ้าน และนายหญิงของตระกูลเซี่ยมารอกันอยู่ที่ประตูแล้ว และทั้งสองก็เป็นผู้อาวุโส

 

ในห้องของเซี่ยชิงฉวน สิ่งของต่าง ๆ ถูกโยนระเกะระกะ มีคนรับใช้คนหนึ่งยืนรอรับใช้เธออยู่ในห้อง เจินเมี่ยวหยูกลัวว่าเซี่ยชิงฉวนจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้นจึงสั่งให้คนจับตาดูเธอตลอด 24 ชั่วโมง

 

เซี่ยชิงฉวนนอนขดตัวอยู่บนเตียง สีหน้าของเธอบึ้งตึง เธอพยายามข่มตาหลับ ข่าวงานวันเกิดมีคนเอาไปซุบซิบนินทาอยู่เป็นระยะเวลานาน บางคนก็มาถามไถ่เธอถึงที่บ้าน จนเธอไม่อยากได้ยินเสียงผู้คนอีกเลย

 

วันนี้เธอได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยกันอยู่ด้านล่างไม่ไกลนัก ราวกับว่ามีคนมากมายมาพบปะพูดคุยกันที่นี่อีกครั้ง

 

“ใครมาที่บ้านของเรา ข้างนอกนั่นดูมีชีวิตชีวามากเลย ?”

 

เซี่ยชิงฉวนเอ่ยถามอย่างอ่อนแรง

 

“ไม่ … ไม่มีใครมาหรอกคุณหนูรอง คุณเข้าใจผิดไปเองน่ะ”

 

คนรับใช้ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าบอกความจริงว่าคุณหนูใหญ่กับนายน้อยมู่มา

 

เซี่ยชิงฉวนลุกขึ้นจากเตียงอย่างหมดสภาพ ใบหน้าซีดเซียวของเธอบิดเบี้ยวเล็กน้อย เธอตบหน้าคนรับใช้คนนั้น

 

“แกกล้าโกหกฉันหรือ ? แกคิดว่าฉันหูหนวกหรือไง ?”

 

“คุณหนูรอง… คนที่มาก็คือนายน้อยมู่กับคุณหนูใหญ่ พวกเขากลับมาเยี่ยมที่นี่ … “

 

ใบหน้าของเซี่ยชิงฉวนเปลี่ยนไปอย่างมาก

 

“หญิงสารเลวคนนั้นยังกล้ามาที่นี่อีกงั้นหรือ ?”

 

เซี่ยชิงฉวนหยิบมีดปอกผลไม้บนโต๊ะขึ้นมา จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่น

 

“เซี่ยฉิงกง นังสารเลว แกทำให้ฉันต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ฉันจะฆ่าแก ทำไมแกยังหน้าด้านกลับมาที่บ้านสกุลเซี่ยอีก !”

 

***จบตอน ทำไมแกยังหน้าด้านกลับมาที่บ้านสกุลเซี่ยอีก !***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset