แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 13 เวลามีค่าแค่ไหน ?

เซี่ยฉิงกงกินอาหารเย็นจนเสร็จเรียบร้อยอย่างเงียบ ๆ

 

ทันทีที่เธอวางตะเกียบลง เซี่ยเจิ้งหัวก็กระแอมขึ้น

 

“ฉิงกง…”

 

“คุณพ่อ”

 

เซี่ยฉิงกงเช็ดมุมปากของเธอด้วยท่าทางสง่างาม พลางกล่าวขัดจังหวะคำพูดของเซี่ยเจิ้งหัว

 

“เมื่อคืนหนูเพิ่งกลับบ้านตระกูลเซี่ย มาวันนี้หนูก็ต้องไปกับคุณชายมู่งั้นหรือคะ ?”

 

“ฉิงกง ลูกรู้แล้วหรือ ? คือเรื่องเป็นอย่างนี้ … ”

 

เซี่ยเจิ้งหัวรู้สึกผิด เขาพยายามที่จะอธิบายให้เซี่ยฉิงกงฟัง

 

“อีกสองสามวันหนูค่อยไปได้มั้ยคะ ?”

 

เซี่ยฉิงกงเงยหน้าขึ้น หยาดน้ำตาเอ่อคลอ ราวบ่อน้ำใสภายใต้ร่มเงาดอกซิงฮัว (ดอกแอปริคอต) เห็นแล้วน่าสะเทือนใจยิ่งนัก

 

ครั้นเซี่ยชิงฉวนเห็นสีหน้าที่ดูน่าสมเพชเช่นนั้นของเซี่ยฉิงกง เธอก็หัวเราะเยาะ

 

“พี่รู้ไหมว่า เวลาของคุณชายมู่น่ะมีค่ามากแค่ไหน ? วันนี้คุณชายมู่สู้อุตส่าห์เจียดเวลามาที่บ้านเราเป็นกรณีพิเศษ ทว่าพี่กลับคิดถึงแต่ตัวเอง”

 

เซี่ยฉิงกงมองสีหน้าดูถูกบนใบหน้าของน้องสาว จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองมู่เฉินฮ่าวซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทีเสียใจ มู่เฉินฮ่าวมองทะลุผ่านใบหน้าที่แลดูบอบบางของเธอ แล้วพ่นลมหายใจ ฮึ..ออกมาเบา ๆ เพราะเขารู้ว่าเธอกำลังเสแสร้ง

 

เซี่ยฉิงกงแสดงท่าทางอ่อนแอต่อหน้าทุกคน หากแต่สายตาที่ส่งไปให้มู่เฉินฮ่าวนั้นแสดงออกถึงความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

 

เวลามีค่างั้นรึ ?

 

แหม่..ยังเอาเวลาที่แสนมีค่าไปหลีสาวในไนต์คลับได้เนี่ยนะ !

 

การแสดงออกของเซี่ยชิงฉวนกับมู่เฉินฮ่าวนั้นช่างเหมือนกัน ถึงตอนนี้ เซี่ยฉิงกงเริ่มคิดว่าพวกเขาอาจเป็นคู่สร้างคู่สมที่ฟ้าประทานมา อยากให้พวกเขาแต่งงานกันเองไว ๆ และอย่าได้ออกไปทำร้ายคนอื่น ๆ เลย

 

“พี่รู้ไหมว่ามีคนอยากแต่งงานกับคุณชายมู่กี่คน ?”

 

ฉันต้องรู้ด้วยเหรอยะ ?

 

เดิมทีเซี่ยฉิงกงต้องการสวนเซี่ยชิงฉวนกลับไปเช่นนั้น แต่ครั้นเธอเห็นว่างานนี้เธอสามารถฉีกหน้าเซี่ยชิงฉวนได้ เธอก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที

 

“รู้สิ เธอก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยไง”

 

“เซี่ยฉิงกง !”

 

ครั้นเซี่ยชิงฉวนโดนสะกิดปมในใจ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที

 

“นอกจากนี้ก็ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่พยายามยัดเยียดตัวเอง เพื่อจะได้แต่งงานกับคุณชายมู่เหมือนเธอไง”

 

เซี่ยฉิงกงหันไปมองเซี่ยชิงฉวนด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความจริงใจ แต่ครั้นเห็นใบหน้าของน้องสาวดำเป็นสีตับหมู เธอจึงไม่กล้าพูดรุนแรงนัก แต่กลับลำมาทำท่าทางไร้เดียงสากับประโยคถัดมา

 

“เอาอย่างนี้ดีมั้ย ? ให้น้องสาวแต่งงานกับคุณชายมู่แทนดีมั้ย ?”

 

เซี่ยชิงฉวนซึ่งตอนแรกกำลังโกรธจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ทว่าทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้าย รอยยิ้มก็พลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

 

เจินเมี่ยวหยูมองรอยยิ้มบนใบหน้าของลูกสาวด้วยแววตาที่เฉียบคม เด็กโง่เอ๊ย ! ยิ้มออกมาแบบนี้ได้ไง ? เธอจึงยื่นเท้าออกไปเตะรองเท้าของลูกสาวเธอที่อยู่ใต้โต๊ะอย่างแรง

 

ครั้นเซี่ยชิงฉวนรู้สึกว่าเธอถูกเตะอย่างแรง เธอก็หุบยิ้มลงทันที ใบหน้าของเธอที่เดี๋ยวโกรธเดี๋ยวมีความสุข เลยดูบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ

 

มู่เฉินฮ่าวมองดูเหตุการณ์บนโต๊ะทั้งหมดนี้ด้วยสายตาเย็นชา เซี่ยฉิงกงคนนี้เขี้ยวลากดินจริง ๆ

 

อย่างไรก็ตาม เขาเองก็อยากดูต่อว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการจะทำอะไรกันแน่ ?

 

เอาเถอะปล่อยให้ตายใจไปก่อน คนอย่างนี้ต้องจับให้มั่นคั้นให้ตาย หาไม่จะไม่มีวันรู้เรื่องของเธอไม่ว่าเรื่องใด !

 

“สัญญาแต่งงานนี้เป็นการจัดการของผู้หลักผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจรอช้าได้”

 

มู่เฉินฮ่าวหันไปมองเซี่ยฉิงกงราวจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์

 

“แต่ฉันเพิ่งกลับบ้านสกุลเซี่ยเองนะ และ … ”

 

เซี่ยฉิงกงหันไปมองเซี่ยเจิ้งหัว ด้วยสายตารันทดหยาดน้ำตาคลอหน่วย

 

เซี่ยเจิ้งหัวเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรดี เพราะแม้ว่าคำพูดของเซี่ยชิงฉวนจะฟังดูรุนแรง หากแต่ก็ตรงไปตรงมา ทั้งยังเป็นความจริง แม้แต่มู่เฉินฮ่าวก็พูดเช่นนั้นออกมาแล้ว ทำไมลูกสาวคนนี้ยังทำเหมือนไม่เข้าใจอะไรเลย ?

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เซี่ยเจิ้งหัวก็ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย

 

“ฉิงกง”

 

น้ำเสียงของเซี่ยเจิ้งหัวปรากฏร่องรอยไม่พอใจที่ลูกสาวไม่เป็นไปอย่างที่หวัง

 

“เรื่องนี้..ลูกไม่สามารถปฏิเสธได้”

 

เซี่ยฉิงกงก้มหน้าลง ไหล่ของเธอกระตุกเล็กน้อย เซี่ยเจิ้งหัวยังคงขมวดคิ้ว

 

ครั้นเจินเมี่ยวหยูผู้ซึ่งนั่งข้าง ๆ เซี่ยเจิ้งหัวเห็นสถานการณ์เช่นนั้น เธอก็พูดขึ้นลอย ๆ ว่า

 

“ฉิงกงเพิ่งจะกลับมาบ้าน ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่เต็มใจจากไปไหน”

 

***จบตอน เวลามีค่าแค่ไหน ?***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset