แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 144 คุณหนูผู้ไม่เคยนั่งแท็กซี่

 

แต่งก่อน…ค่อยอ้อนรัก ตอนที่ 144 คุณหนูผู้ไม่เคยนั่งแท็กซี่

“ หน้าอกของผู้หญิงยิ่งได้ถูกผู้ชายลูบไล้ก็จะยิ่งโตขึ้น…”

“เชื่อหรือไม่ว่า ฉันจะตีคุณให้ตาย มู่เฉินฮ่าวคนบ้าปล่อยฉันนะ”

“ไม่เชื่อ คุณจะใช้อะไรที่ผมล่ะ ?”

“งั้นฉันจะ … ฉันจะโทรหาคุณพ่อ ให้คุณพ่อมาที่คุณให้ตายเลย เชื่อมั้ย ?”

“นั่นก็พ่อของผมด้วยนะ”

“คุณ…”

ก่อนที่เธอจะทันได้กล่าวจบ ปากน้อย ๆ ของเธอก็ถูกปิดกั้น

หัวใจของเธอซาบซ่าน สัมผัสของชายคนนี้อ่อนโยนมาก ราวกับ ว่าเขากําลังสัมผัสสมบัติอันเป็นที่รัก และทะนุถนอมยิ่ง

และก่อนที่เขาจะทันรู้ตัว มือของเซี่ยฉิงกงก็ค่อย ๆ ยกขึ้น โอบรอบคอเขาเพื่อพยายามตอบสนองจูบของเขาอย่างเต็มที่

ในอีกด้านหนึ่ง หลังจากที่เซี่ยชิงฉวนแอบออกจากบ้านสกุลเซีย เธอก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย เธอไม่รู้จักที่อยู่ในกระดาษโน้ต เลขที่ 48 ถนนจุนชิงอยู่ที่ไหนนะ ? และจะไปที่นั่นได้อย่างไร ?

ทุกครั้งที่ออกนอกบ้านเธอมักจะมีคนขับรถให้เสมอ เธอไม่เคย ต้องจําถนนหนทางเองเลย

บนถนน เธอกวาดตามองโดยรอบอย่างหงุดหงิด เธอตัดสินใจค ว้าตัวคน ๆ หนึ่งมาอย่างไม่สุภาพนัก

“นี่ ฉันจะไปเลขที่ 48 ถนนจุนชิงได้อย่างไร ?”

ชายคนนั้นมองเธอด้วยท่าทางดูถูก

“เป็นบ้ารึไงคุณ ? จะถามทางคนอื่นทั้งที แต่กลับทําท่าทางดุดัน ใส่แบบนี้ ใครเขาจะบอกคุณ ? ต่อให้ผมรู้ ผมก็ไม่บอกคุณหรอก”

เซี่ยชิงฉวนร้องกรี๊ดออกมาทันที

“แกพูดอะไร ? รู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร ? ที่ฉันลดตัวลงถามแกก็นับ ว่าเป็นเกียรติกับแกแล้วนะ รู้มั้ย ?”

” เฮอะ”

ชายคนนั้นเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหันกลับมามอ งข้างหลังอีก เขาหยิบ โทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมา จากนั้นก็ส่งข้ อความถึงแฟนสาวว่า

 

” ที่รัก..คุณไม่รู้อะไร วันนี้ผมเพิ่งเจอคนบ้าบนท้องถนน เธอมา ถามทางผมด้วยท่าทางดุดัน เท่านั้นยังไม่พอทัศนคติของเธอยังแย่ มาก สมกับอยู่ในเมืองใหญ่ เขาว่าปายิ่งใหญ่ก็ยิ่งมีนกหลายชนิด

หลังจากถามคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอีกหลายคน เซี่ยชิงฉวนก็ยิ่งหมดหนทาง

ทุกคนที่ได้เจอท่าทางโอหังของเธอ ต่างก็ชี้ทางให้เธอไปในทิศ ทางตรงกันข้ามจนเธอสับสนไม่รู้ว่าจะไปทางใด

 

ชั่วขณะนั้น หัวใจของเซี่ยชิงฉวนพลันปวดร้าวราวเสือบาดเจ็บ เธอมองไม่เห็นทาง เธอรู้สึกว่าตนไม่ต่างจากหมาจนตรอก 

แม้ว่าความรู้สึกนี้จะทําให้เธอไม่ต่างจากคนไร้ค่า

 

อากาศในวันนี้ร้อนมาก ทั้งแสงแดดก็จัดจ้า เซี่ยชิงฉวนยืนเคว้งค ว้างอยู่บนถนนอย่างหงุดหงิด ทําอะไรไม่ถูก

เธอกัดฟันแน่น ฝ่ามือของเธอกําแน่น เล็บของเธอจิกเข้า ไปในเนื้อจนทําให้เธอรู้สึกเจ็บปวด

” เซี่ยฉิงกง..ทั้งหมดเป็นเพราะแก นังผู้หญิงสารเลวฉันจะทําให้ แกต้องชดใช้อย่างสาสม”

เธอคิดเงียบ ๆ

 

ความเกลียดชังของเซี่ยชิงฉวนที่มีต่อเซี่ยฉิงกงนั้นเพิ่มมากขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

หากมิใช่เพราะเซียฉิงกง วันนี้เธอจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร

 

เธอจะไปไหนได้ ? หากไม่มีคนขับรถมารับ ?

ต้องเที่ยวถามชาวบ้านไร้ค่าบนท้องถนนแบบนี้งั้นหรือ ?

นังคนนั้นปล้นพ่อที่รักเธอไป ปล้นคนที่เธอชอบไป ปล้นทุกอย่าง ไปจากเธอ ทั้งยังจับแม่ของเธอเข้าคุก เซี่ยชิงฉวนสาบานในใจว่า ชั่วชีวิตนี้ เธอจะไม่มีวันปล่อยเซียฉิงกงไป !

 

แท้ที่จริง ตอนที่เซี่ยชิงฉวนออกมาจากบ้าน เธอก็นํากระเป๋าส ตางค์และบัตรเครดิตติดตัวมาด้วยแล้ว

 

ที่เธอต้องทําก็คือการนั่งแท็กซี่

 

เพียงแต่ด้วยฐานะคุณหนูรองที่เกิด และเติบโตในตระกูลเซีย เธอถูกเซี่ยเจิ้งหัวจูงมือตลอดเวลา

 

เธอจะเคยขึ้นรถแท็กซี่ได้ยังไง ! เธอไม่รู้ด้วยซ้ําว่าแท็กซี่คืออะไร

 

ในที่สุดก็มีคนใจดีเรียกรถแท็กซี่ให้เธอ

ตอนนั้นเองที่เซี่ยชิงฉวนรู้ว่ามีแท็กซี่อยู่ในโลกนี้

 

“สวัสดีครับ คุณหนู กําลังจะไปที่ไหนหรือครับ ?”

 

คนขับแท็กซี่ในเมืองเซี่ยงไฮ้สุภาพมาก

 

เซี่ยชิงฉวนยื่นโน้ตในมือให้กับคนขับรถแท็กซี่

 

“ไปที่นี่”

คนขับรถแท็กซี่รับกระดาษโน้ต ถนนจุนชิง ?

 

คุณลุงคนขับรถแท็กซี่มองเซี่ยชิงฉวนด้วยความประหลาดใจ 

“คุณหนูจะไปที่นั่นทําไมกัน ? สถานที่แห่งนั้นจะถูกรื้อถอนใน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ตอนนี้ที่นั่นเหลือแคโรงงานร้าง ร้านค้าร้าง และอาคารพักอาศัยร้างนะครับ !”

***จบตอน คุณหนูผู้ไม่เคยนั่งแท็กซี่***

 

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset