แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 19 ลงรถบนทางด่วน

หลังจากแสร้งทำเป็นไม่เต็มใจอยู่ครู่หนึ่ง เซี่ยฉิงกงก็ขึ้นรถโดยไม่เหลียวกลับไปมองอีกเลย

หลังจากขึ้นรถแล้ว รถก็แล่นไปเรื่อย ๆ อย่างนุ่มนวล ระหว่างทางกลับบ้านสกุลมู่ เซี่ยฉิงกงก็หลับตาลงหวังจะงีบสักครู่ เมื่อคืนเธอนอนดึก และตื่นแต่เช้าตรู่ ทำให้เธอรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามหลังจากงีบไปได้เพียงไม่กี่นาที เซี่ยฉิงกงก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจของใครบางคน พ่นรดบนใบหน้าของเธอ เธอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาวุ่นวายอยู่แถว ๆ ใบหน้าของเธอ

ครั้นลืมตาขึ้นมอง เซี่ยฉิงกงก็ต้องตกตะลึงไปกับใบหน้าอันหล่อเหลาของมู่เฉินฮ่าวที่ขยายใหญ่ขึ้นในคลองสายตา

“เฮ้ย ! จะทำอะไรน่ะ ! คุณทำให้ฉันตกใจกลัวแทบตาย !”

เซี่ยฉิงกงตบหน้าอกตนเอง พร้อมกับเบะปากอย่างหงุดหงิด

มู่เฉินฮ่าวค่อย ๆ คลายเน็คไทของเขาออก พลางกล่าวว่า

“มีเศษอาหารติดอยู่ที่มุมปากของคุณ คุณไม่เห็นเหรอ ? คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย มารยาทในการรับประทานอาหารของคุณแย่จริง ๆ “

“ก็ฉันชอบของฉันแบบนี้..ทำไมต้องทำตามใจคุณด้วยล่ะ ว่าต้องกินแบบไหนกินยังไง ?”

เซี่ยฉิงกงรำคาญนายน้อยตระกูลมู่คนนี้เต็มแก่ ยังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย ทำไมต้องมาบงการเธอทุกเรื่อง !

ถ้าต้องแต่งงานกันจริง ๆ ! จะหนักกว่านี้ไหมเนี่ย ? !

“คุณเป็นคู่หมั้นของผม ทำไมผมถึงจะไม่สนใจคุณล่ะ ? คุณคิดว่าการเป็นคุณหนูตระกูลมู่มันดีนักหรือไง ?”

มู่เฉินฮ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อยเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“แล้วคุณคิดว่าฉันอยากแต่งงานกับคุณงั้นเหรอ ? หากคุณไม่ต้องการฉันที่เป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไร ยังไงเสียบ้านสกุลเซี่ยก็ยังมีลูกสาวอีกคน เซี่ยชิงฉวนอาจเหมาะกับรสนิยมของคุณมากกว่า ว่ามั้ย ?” เซี่ยฉิงกงโต้กลับ

มู่เฉินฮ่าวสะอึกกับคำพูดของเซี่ยฉิงกง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“อาเจิ้งจอดรถ”

เอ๊ะ ! ผู้ชายคนนี้คงไม่ไล่เธอลงจากรถ แล้วปล่อยให้เธอเดินกลับเองหรอกนะ ! เซี่ยฉิงกงหันไปมองมู่เฉินฮ่าวอย่างระแวดระวัง

สีหน้าของมู่เฉินฮ่าวเวลานี้นั้นเย็นชาถึงขีดสุด ราวกับว่าเขาสามารถแช่แข็งผู้คนให้กลายเป็นหุ่นน้ำแข็งได้แม้จะไม่เจตนาก็ตามที

รถค่อย ๆ หยุดอย่างช้า ๆ

“นายน้อย มีอะไรหรือครับ ?”

คนขับที่ชื่ออาเจิ้งหันหน้ามาถาม

ก่อนที่มู่เฉินฮ่าวจะทันได้พูดอะไรออกมา ใบหน้าของเซี่ยฉิงกงก็กลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม เธอจับแขนของมู่เฉินฮ่าว เอ่ยกล่าวอย่างอ่อนหวานว่า

“แหม… ฉันก็แค่ล้อคุณเล่นเท่านั้น … “

“ลงไป”

ริมฝีปากบางของมู่เฉินฮ่าวเปิดออกเล็กน้อย เขาออกคำสั่ง

“นายน้อยนี่เป็นทางด่วน … ไม่ควร … ”

อาเจิ้งลังเล พร้อมกับกล่าว

“ลงไปซะ อย่าให้ผมต้องพูดเป็นครั้งที่สาม … ” มู่เฉินฮ่าวกล่าวช้าๆ

ฉิงกงยิ่งรู้สึกหดหู่ ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนหน้าไวเสียเหลือเกิน ยิ่งเมื่อครู่เธอได้ยินอาเจิ้งบอกว่ารถกำลังอยู่บนทางด่วน อันตรายเกินไปที่จะลงจากรถในสถานที่แบบนี้ จะดีจะร้ายยังไงก็ให้ลงจากทางด่วนก่อนไม่ได้รึไง ?

นี่เป็นวิธีที่ตระกูลมู่ปฏิบัติต่อว่าที่นายหญิงน้อยงั้นหรือ ?

เซี่ยฉิงกงเองก็อารมณ์ขึ้นเป็นเหมือนกัน เธอเตะประตูรถเปิดออก จากนั้นก็เหยียบรองเท้าส้นแหลมสูง 10 ซม. ก้าวลงจากรถ

เซี่ยฉิงกงอดไม่ได้ที่จะตะโกนใส่ว่า

“ลงก็ลงสิ ใครสนใจอยากนั่งรถนายกัน มู่เฉินฮ่าวคอยดูเถอะ ไอ้คนลามก”

หลังจากที่รถขับออกไปได้ประมาณสิบเมตร รถก็หยุดอีกครั้ง ประตูเปิดออก อาเจิ้งวิ่งลงมาจากรถ เขายื่นโทรศัพท์มือถือส่งให้เซี่ยฉิงกง พลางกระซิบข้างหูของเซี่ยฉิงกงว่า

“คุณหนูเซี่ย..อย่าทะเลาะกับนายน้อยเลย มิฉะนั้นคุณจะต้องเสียใจเมื่อไปถึงบ้านสกุลมู่”

หลังจากพูดจบอาเจิ้งก็เดินกลับไปขึ้นรถ

มู่เฉินฮ่าวโผล่หน้าออกมาจากรถ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่แจ่มใส พลางพูดว่า

“ในนั้นมีแอพนำทางอยู่ ภายในสองชั่วโมงนี้ คุณต้องหาทางไปบ้านสกุลมู่ให้ได้ … ไม่เช่นนั้น … ผมไม่รับรองผลที่จะตามมา”

***จบตอน ลงรถบนทางด่วน***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset