แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 21 การแก้แค้นที่วางแผนมาอย่างดี

ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้อายุประมาณ 45 ปี เขาสวมสูททรงตรงมีรอยแผลเป็นที่ใบหน้าด้านซ้าย และมีพลาสเตอร์ปิดอยู่ที่มือขวา

 

เซี่ยฉิงกงจะจำชายคนนี้ไม่ได้ได้อย่างไร ?

 

เฉินเหวินกัง..

 

คนที่เป็นชู้กับภรรยาของโจวตัน นายใหญ่ของบริษัทโจวเอ็นเตอร์ไพรส์

 

เดิมที..เฉินเหวินกัง และโจวตันร่วมมือกันทางธุรกิจอย่างใกล้ชิดสนิทสนม

 

แต่ครั้นเซี่ยฉิงกงได้ถ่ายภาพ และบันทึกวิดีโอที่ภรรยาของโจวตันลักลอบเล่นชู้กับเฉินเหวินกังไว้ได้

 

เธอก็เลยได้รับสัญญาความร่วมมือระหว่างสององค์กรซึ่งเป็นของโจวกับตระกูลเซี่ย และนั่นทำให้วิกฤติธุรกิจของตระกูลเซี่ยชะลอตัวลง

 

“ไม่พูด ? เป็นใบ้รึไง ?”

 

เซี่ยฉิงกงกลอกตามองบน พร้อมกันนั้นเธอก็ทำเสียงอู้อี้ ๆ ใส่ ก็มันมีเทปปิดปากฉันอยู่ไง  แล้วฉันจะพูดได้อย่างไร ? ผู้ชายคนนี้โง่หรือเซ่อ..ฮะ ?

 

เฉินเหวินกังเพิ่งตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ เขาเดินไปหยุดยืนข้างเซี่ยฉิงกง จากนั้นก็ฉีกเทปที่ปิดปากเซี่ยฉิงกงออกอย่างไร้ปรานี

 

โอ้ย..ทั้งเจ็บทั้งแสบ

 

เซี่ยฉิงกงอ้าปากกว้าง พลางขยับกรามไปมาเล็กน้อย ตอนดึงเทปนั่นออกทั้งเจ็บทั้งแสบ และปากก็เป็นแผล เฉินเหวินกังนี่โหดร้ายจริง ๆ

 

ไม่รู้เหรอว่า ฉันเป็นสาวสวย และสาวสวย ๆ จะเป็นเช่นไรหากริมฝีปากแตกระแหง ?

 

“ที่แท้ก็เป็นบอสเฉินนี่เอง ว่าแต่นั่นคุณไปทำอะไรมา ?  ทำไมบาดเจ็บแบบนั้นล่ะ ?”

 

เซี่ยฉิงกงเข้าใจดีว่าตอนนี้เธออยู่ในกำมือของเฉินเหวินกัง เธอต้องพยายามพูดกับเขาดี ๆ เพื่อที่จะได้รักษาสถานการณ์ให้สงบก่อน

 

“จุ๊ จุ๊ นี่คุณหนูเซี่ย คุณจำไม่ได้จริง ๆ เหรอว่า เมื่อไม่นานมานี้คุณทำอะไรกับผมไว้ ?”

 

เฉินเหวินกังยกมือขึ้นชี้ไปที่รอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขา  พลางพูดกับเซี่ยฉิงกงอย่างโหดเหี้ยม

 

“ขอบคุณมาก ที่ทำให้ผมได้รับเรื่องดี ๆ แบบนี้”

 

“เอ่อ.. ในเมื่อคุณเจอเรื่องดี ๆ ก็ดีแล้วนี่ ว่าแต่บอสเฉินมีอะไรจะพูดกับฉันเหรอ ?”

 

“มีอะไรจะพูดเรอะ ? ฮ่าฮ่า คุณหนูเซี่ย คุณรู้ไหม ? คุณทำลายชีวิตผมทั้งชีวิต คุณยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าผมมีอะไรจะพูดด้วย ?”

 

ครั้นนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เฉินเหวินกังก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความโกรธ จนกระเทือนถึงบาดแผลบนร่างของเขาให้เจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง

 

หากมิใช่เป็นเพราะผู้หญิงราคาถูกตรงหน้าเขา ภรรยาของเขาจะหย่าขาดจากเขา และพรากลูกชายไปจากเขาได้อย่างไร ?

 

อีกทั้งความร่วมมือระหว่างเขากับบริษัทของโจวจะหยุดชะงักลงได้อย่างไร ?

 

ข่าวอื้อฉาวเรื่องสัมพันธ์ลับของเขาถูกสื่อตีแผ่เผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทเขาลดลงเป็นร้อย ๆ จุด ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายรายถอนทุน และตอนนี้เขาก็ใกล้จะล้มละลายเต็มที

 

หนำซ้ำเขายังถูกลูกน้องของโจวตันลอบรุมทำร้ายแทบปางตาย เฉินเหวินกังเจ็บปวดจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว !

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้คนเดียว

 

“เอ่อ บอสเฉิน คุณใจเย็น ๆ ก่อนอย่าเพิ่งโมโหสิ ทั้งหมดนี่ฉันถูกบังคับ ฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ”

 

เซี่ยฉิงกงบังคับใบหน้าให้ยิ้มแย้ม เธอพยายามพูดดี ๆ กับเฉินเหวินกัง ทั้งที่ตอนนี้เธอขวัญหนีดีฝ่อ เธอจะหนีไปจากที่นี่ได้อย่างไรหนอ ?

 

ดูเหมือนว่าการลักพาตัวของเฉินเหวินกังในครั้งนี้ น่าที่จะเป็นการแก้แค้นที่มีการวางแผนมาอย่างดีเสียด้วย

 

ไม่อย่างนั้น เธอคงจะไม่ถูกรวบตัวทั้งที่เพิ่งลงจากรถได้ไม่นาน นี่แสดงว่าเขาต้องติดตามเธอมานานหลายวัน และคอยหาโอกาสในการลงมืออยู่ตลอดเวลา

 

มู่เฉินฮ่าวจะรู้หรือไม่ว่าเธอถูกลักพาตัวมา ? แล้วเขาจะมาช่วยเธอมั้ย ?

 

เซี่ยฉิงกงครุ่นคิดอยู่สักพัก เธอพยายามหาคำตอบด้านดีให้กับตนเอง มู่เฉินฮ่าวสั่งให้ เธอกลับไปที่บ้านสกุลมู่ภายในสองชั่วโมง หากครบกำหนดเวลาเธอยังไม่ปรากฏตัวที่บ้านสกุลมู่ มู่เฉินฮ่าวจะต้องสะกิดใจในเรื่องนี้แน่

 

***จบตอน การแก้แค้นที่วางแผนมาอย่างดี***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset