แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 47 พูดได้ไม่อายปาก

มู่เฉินฮ่าวพูดอย่างสบายใจ

 

“แล้วไงล่ะ คู่หมั้นของมู่เฉินฮ่าวก็ควรแล้วที่จะทำให้คนอื่นอิจฉาและเกลียดชัง นั่นก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเธอคนนั้นจะได้แต่งงานกับผู้ชายที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว”

 

ครั้นเซี่ยฉิงกงได้ยิน เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เธอยกมือเล็ก ๆ ขึ้นปิดริมฝีปากสีแดงอมชมพูของเธอ นัยน์ตาของเธอก็ยิบหยีราวพระจันทร์เสี้ยว

 

“พูดได้ไม่อายปากเลยจริง ๆ”

 

เซี่ยฉิงกงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

 

บรรดาสาว ๆ และบรรดาคุณชายรอบข้างต่างก็คาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างนายน้อยมู่ และคุณหนูเซี่ยอยู่ในใจ

 

นายน้อยมู่ชอบคุณหนูเซี่ยคนนี้จริง ๆ หรือ ?

 

ไหนว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากคำสัญญาระหว่างเจ้าบ้านมู่กับเจ้าบ้านเซี่ยเมื่อตอนที่นายน้อยมู่ยังเด็กไงล่ะ ?

 

หากแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า … ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะเหมือนคู่รักที่รักกันจริง ๆ

 

เรื่องของมู่เฉินฮ่าวทำให้หญิงสาวหลายคนจากครอบครัวที่มีชื่อเสียงพากันเสียใจเล็ก ๆ หากแต่พวกเธอก็ยังคงคิดเสมอว่ามู่เฉินฮ่าวจะไม่ได้ชอบคุณหนูตระกูลเซี่ย และอีกไม่นานก็คงจะล้มเลิกการแต่งงาน

 

เซี่ยฉิงกงกอดแขนของมู่เฉินฮ่าว พลางก้าวเข้าไปในห้องรับรองของโรงแรมระดับห้าดาว

 

ภายในล็อบบี้ ผู้จัดการโรงแรมมาเป็นคนช่วยนำทาง และตรวจสอบบัตรเชิญเป็นกรณีพิเศษ

 

ครั้นผู้จัดการเห็นมู่เฉินฮ่าว เขาก็กล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มที่ค่อนข้างประจบประแจงโดยไม่เอ่ยถามถึงบัตรเชิญใด ๆ

 

“นายน้อยมู่ ดีจริง ๆ ที่นายน้อยมู่กรุณามาเยือนโรงแรมของเรา นายน้อยมางานวันเกิดของท่านเจ้าบ้านเซี่ยใช่หรือไม่ ? เชิญทางนี้ขอรับ”

 

เขาพยักหน้า และโค้งคำนับในครั้งเดียว

 

เซี่ยฉิงกง รู้สึกได้ทันทีว่ารอยยิ้มของชายคนนี้ไม่มีความจริงใจเลย

 

ยามที่ผู้คนแสดงความเคารพ และยิ้มอย่างจริงใจ มุมปากของคนผู้นั้นมักจะเชิดขึ้น นัยน์ตาก็จะหยีเล็กน้อย บุคคลนี้ไม่เพียงแต่ไม่มีอาการดังกล่าวเท่านั้น หากแต่ยังรู้สึกเหมือนยิ้มแบบไม่ใช่รอยยิ้มอีกด้วย

 

มู่เฉินฮ่าวพาเซี่ยฉิงกงตรงเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ส่วนอาเจิ้งที่ติดตามเขามาก็ส่งการ์ดเชิญให้ผู้จัดการโรงแรม

 

ยามนี้ ในห้องรับรองเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากมาย และแน่นอนว่าทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงอำนาจ และมีอิทธิพลในนครเซี่ยงไฮ้ ทำให้ที่นี่แลดูค่อนข้างมีชีวิตชีวามาก

 

ครั้งนี้มีผู้คนมากมายที่ต่างถูกดึงดูดไปกับความเจิดจ้าของตระกูลมู่ เว้นแต่เพียงเซี่ยเจิ้งหัวคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าร่วมในฉากใหญ่เช่นนี้

 

อย่างไรเสีย เซี่ยเจิ้งหัวก็เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดเซี่ยฉิงกง เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ วันเกิดปีที่ 50 ของเขา เซี่ยฉิงกงเองก็มีความสุขมากเช่นกัน

 

เมื่อกวาดตามองโดยรอบ ก็เห็นเซี่ยเจิ้งหัวกำลังคุยกับชายผู้ซึ่งสวมสูทอย่างเป็นทางการ ชายผู้นั้นสวมแว่นตากรอบทอง ดูจากสีหน้าท่าทางของคนทั้งคู่ก็เหมือนกำลังคุยกันอย่างมีความสุขมาก

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากก้าวเข้ามาในงาน เซี่ยฉิงกงก็เห็นเพียงอาเจิ้ง ไม่เห็นหมั่นโถวเดินตามมาพร้อมกับอาเจิ้งเลย

 

เซี่ยฉิงกงไม่คิดอะไรมาก เธอคิดเพียงว่าหมั่นโถวคงจะไปเข้าห้องน้ำ

 

เจินเมี่ยวหยู และเซี่ยชิงฉวนยืนอยู่ข้าง ๆ เซี่ยเจิ้งหัว  เจินเมี่ยวหยูแต่งกายด้วยชุดราตรีที่งดงามเหมาะกับรูปร่างทั้งหรูหรา ทั้งสง่างามควบคู่ไปกับรอยยิ้มที่เผยออกเป็นครั้งคราว ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกว่าภรรยาของเซี่ยเจิ้งหัวเป็นคุณนายที่มีพฤติกรรมเหมาะสมกับตระกูลชั้นสูงเช่นนี้อย่างดีเยี่ยม

 

เซี่ยชิงฉวนเองก็เป็นคนที่มีบุคลิกดีอยู่แล้ว เธอเองก็แต่งตัวได้ดีมากเช่นกัน และตราบใดที่เธอไม่ได้พูดจาอะไร เธอก็ยังดูเป็นคุณหนูที่มีกิริยามารยาทงดงามสำหรับทุกคน

 

มู่เฉินฮ่าว และเซี่ยฉิงกงเดินหาสถานที่ที่ถูกใจ จากนั้นก็หย่อนกายลงนั่ง

 

ทันทีที่เซี่ยฉิงกงนั่งลง เธอก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่บั้นเอว เพราะมือใหญ่ ๆ ของเขากำลังโอบเอวเล็ก ๆ ของเธอไว้นั่นเอง

 

“มู่เฉินฮ่าว นั่นคุณกำลังทำอะไรอยู่น่ะ ?”

 

เซี่ยฉิงกงกำลังจะผลักมู่เฉินฮ่าวออก ผู้ชายคนนี้แต๊ะอั๋งเธอทุกวันจนติดเป็นนิสัยแล้วรึไง ?

 

“คุณไม่เกลียดแม่เลี้ยงกับน้องสาวของคุณหรอกหรือ ? ผมจะบอกคุณให้นะ ยิ่งเราสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะน้องสาวของคุณ”

 

มู่เฉินฮ่าวกระซิบข้างหูเซี่ยฉิงกง หากคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ เห็นภาพนี้เข้า ย่อมต้องคิดว่ามู่เฉินฮ่าวกำลังกระซิบคำรักกับเธอเป็นแน่

 

***จบตอน พูดได้ไม่อายปาก***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset