แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 49 ขอโทษพี่สาวซะ !

ใบหน้าของมู่เฉินฮ่าวแสดงให้เห็นถึงความอ่อนโยนเคลือบความเย็นชา เขาเหลือบมองเซี่ยฉิงกง พลางพูดกับเซี่ยเจิ้งหัวว่า

 

“ไม่ต้องกังวลคุณลุงเซี่ย ผมจะดูแลฉิงกงเป็นอย่างดี”

 

เซี่ยฉิงกงสังเกตเห็นว่ามีแสงเย็นยะเยือกอยู่รอบตัวเธอ และเธอก็รู้ว่าต้องเป็นสายตาของเซี่ยชิงฉวนแน่ไม่ต้องเดาเลย

 

เซี่ยชิงฉวนชอบมู่เฉินฮ่าวตลอดมา ทั้งยังใฝ่ฝันที่จะได้แต่งงานกับเขามาตั้งนานแล้ว

 

ก่อนหน้านี้ เซี่ยชิงฉวนได้รู้จากเจินเมี่ยวหยูแม่ของเธอว่า ตระกูลมู่ และตระกูลเซี่ยมีสัญญาการแต่งงานกัน เธอตื่นเต้นมาก เพราะเธออยากแต่งงานกับมู่เฉินฮ่าว

 

หากแต่เป็นเพราะเซี่ยฉิงกงความหวังทั้งหมดนี้ของเธอจึงสลายกลายเป็นฟองสบู่

 

เซี่ยชิงฉวนเกลียดเซี่ยฉิงกง..!

 

เกลียด !

 

เกลียดพี่สาวคนนี้ที่จู่ ๆ ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ เกลียดอย่างอธิบายไม่ถูก

 

เซี่ยฉิงกงรู้สึกได้ถึงสายตานั้น เธอหันไปส่งสายตายั่วยุให้เซี่ยชิงฉวน จากนั้นก็ทำทีเอนเข้าไปอิงร่างมู่เฉินฮ่าว

 

“น้องชิงฉวน เป็นอะไรหรือเปล่า ?

 

“เซี่ยฉิงกง ทำแบบนี้หมายความว่าไง ? กล้าอิงตัวแนบชิดนายน้อยมู่ต่อหน้าสาธารณชน ! น่ารังเกียจจริง ๆ”

 

เซี่ยชิงฉวนอึดอัด กระทั่งอดกลั้นไม่ไหวจนต้องระเบิดคำพูดออกมา

 

เจินเมี่ยวหยูพูดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง ลูกสาวของเธอผู้ซึ่งได้รับการอบรมมาอย่างดี เป็นไปถึงขนาดนี้ได้อย่างไร ? ความอดกลั้นของลูกสาวเธอต่ำมาก

 

“ทำไมฉันต้องเกรงใจใครด้วย ? ก็มู่เฉินฮ่าวเป็นสามีของฉันนี่”

 

เซี่ยฉิงกงกะพริบตาอย่างประณีต คำพูดชาญฉลาดของเธอบ่งชัดว่าขบขัน

 

มู่เฉินฮ่าวยื่นมือออกไปโอบเอวคอดเรียวของเซี่ยฉิงกง จากนั้นก็ใช้มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของเธอเบา ๆ …

 

ไอ้หมอนี่ ! มือไวเหมือนลิงเลย !

 

บนใบหน้าของเซี่ยฉิงกงยังคงมีรอยยิ้มน้อย ๆ  หากแต่ในใจเธอกลับรัวคำด่าราวกับฝีเท้าม้าศึกหมื่นตัวควบใส่

 

คำว่า ‘ได้คืบเอาศอก’ น่าจะใช้อธิบายพฤติกรรมของมู่เฉินฮ่าวได้อย่างเหมาะสมที่สุด

 

ทว่าในขณะนี้ เซี่ยฉิงกงไม่สามารถลงจากเวทีนี้ได้ เธอจึงได้แต่ยิ้ม..เดอะโชว์มัสโกออน

 

มือเล็ก ๆ ของเธอเแอบยื่นออกไปด้านหลังของมู่เฉินฮ่าวจากนั้นก็หยิกเขาอย่างแรง

 

ความเจ็บปวดทำให้ร่างของมู่เฉินฮ่าวสั่นสะท้านโดยไม่ตั้งใจ

 

ถึงตอนนี้เซี่ยฉิงกงก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก

 

ใครจะคิดล่ะว่า แค่เซี่ยฉิงกงออกกำลังมือเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะทำให้มู่เฉินฮ่าวถึงกับสะดุ้ง

 

“สามีที่ไหนกัน เธอยังไม่ได้แต่งงานสักหน่อย ! หน้าด้าน ! เธออาจจะไม่ได้แต่งงานเลยก็ได้ !”

 

น่าเสียดายที่เซี่ยชิงฉวนตอนนี้นัยน์ตามืดบอด เพราะความหึงหวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอได้เห็นเซี่ยฉิงกงอิงร่างมู่เฉินฮ่าว ด้วยท่าทางเหมือนนกน้อยเกาะคอนแบบนั้น

 

ก็ยิ่งทำให้ เซี่ยชิงฉวนหงุดหงิดใจจนบอกไม่ถูก !

 

“เพี้ยะ”

 

เสียงตบดังลั่น

 

ใบหน้าของเซี่ยเจิ้งหัวเปลี่ยนเป็นสีเขียว เขาตวาดด้วยความโกรธ

 

“ชิงฉวน นั่นลูกกำลังพูดถึงอะไร ? ขอโทษพี่สาวของลูกเดี๋ยวนี้นะ !”

 

“คุณพ่อ ตบหนู …” เซี่ยชิงฉวนกุมใบหน้าตนเองด้วยไม่อยากจะเชื่อ หยาดน้ำตาเอ่อคลอในดวงตาของเธอ และกำลังจะร่วงหล่น

 

“น่าอายเหลือเกิน เมี่ยวหยู ! นี่คุณเคยสอนลูกบ้างมั้ย !”

 

เซี่ยเจิ้งหัวโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่พูด เขาก็เหยียดฝ่ามือออกอดไม่ได้ที่จะตบเซี่ยชิงฉวนอีกครั้ง

 

เจินเมี่ยวหยูรีบคว้ามือของเซี่ยเจิ้งหัว เธอพยายามให้เซี่ยชิงฉวนปรับสีหน้า หากแต่ในเวลานี้ เซี่ยชิงฉวนยังคงต้องการเห็นผลลัพท์จากแผนการที่เจินเมี่ยวหยูพูดกับเธอในตอนเช้า

 

“เจิ้งหัว ลูกสาวของเรายังเด็ก เลยไม่รู้อะไรผิดอะไรถูก ฉันจะขอโทษเซี่ยฉิงกงแทนเธอเอง”

 

“ฉิงกง น้องสาวของเธอยังเด็ก ยังไม่รู้ประสีประสา อย่าได้ถือโทษโกรธน้องสาวเลยนะ”

 

เซี่ยฉิงกงมองลึกเข้าไปในแววตาของแม่เลี้ยง สายตาของผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา หากแต่ใบหน้านั้นกลับแสดงออกถึงความจริงใจเต็มเปี่ยม ถ้าเธอไม่รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้ส่งคนมาไล่ล่าหวังฆ่าเธอ บางทีเซี่ยฉิงกงอาจจะคิดว่าแม่เลี้ยงของเธอเป็นคนดีอย่างที่แสดงออก ..

 

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณน้า คุณพ่อ ฉันไม่ใส่ใจถือสาน้องสาวกับเรื่องแค่นี้หรอก”

 

เซี่ยฉิงกงส่ายศีรษะพลางยิ้ม

 

***จบตอน ขอโทษพี่สาวซะ !***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset