แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 86 คุณไม่ต้องหึงหรอก

ณ ลานคฤหาสน์มู่

 

เซี่ยฉิงกงและหมั่นโถวกลับมาถึงบ้านแล้ว

 

“เอ๋ ทำไมวันนี้นายน้อยยังไม่กลับมา นี่ก็เกือบสี่ทุ่มครึ่งแล้ว ผิดปกตินะ กินข้าวก็ไม่น่านานขนาดนี้นี่”

 

ครั้นหมั่นโถวนำรถไปจอดที่โรงรถใต้ดิน ตำแหน่งของบูกัตติ เวย์รอนก็ยังคงว่างเปล่า ซึ่งพิสูจน์ได้ว่ามู่เฉินฮ่าวยังไม่กลับมา

 

“ไม่รู้สิ บางทีเขาอาจจะกำลังสนุกอยู่กับฉีเหยียนเอ๋อ จนลืมกลับมาที่นี่ ก็ตอนนี้มีสาวงามอยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้วนี่”

 

ครั้นหมั่นโถวได้ยินคำพูดของประชดประชันของเซี่ยฉิงกง เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

 

“นายหญิงน้อย คุณไม่ต้องหึงหรอก นายน้อยไม่ชอบคุณหนูตระกูลฉีนั่นแน่ เพราะเธอหยาบคายเกินไป ..”

 

“ฉันไม่ได้หึงซะหน่อย ฉันก็แค่หวังว่าเขาจะไม่อยู่บ้าน ฉันจะได้อยู่อย่างสงบ ๆ”

 

เซี่ยฉิงกงหน้าแดง เธอพูดโดยไม่หันหน้ามา

 

“เอาล่ะ นายหญิงน้อยอย่าปากแข็งไปหน่อยเลย หากฉันเดาไม่ผิด เมื่อตอนกลางวันคุณทะเลาะกับนายน้อยใช่มั้ย ? เอ่อ… ฉันโทรหาพี่เจิ้งดีกว่า จะได้ถามเขาว่า วันนี้นายน้อยเป็นอย่างไรบ้าง ? แล้วจะกลับมานอนที่นี่มั้ย ?  บางทีนายน้อยอาจมาช้าเพราะเหตุผลบางอย่างก็เป็นได้”

 

หมั่นโถวดึงมือของเซี่ยฉิงกง พลางพูดพร้อมรอยยิ้ม

 

แม้ว่าเซี่ยฉิงกงจะยังคงปากแข็ง หากแต่เธอก็พยักหน้า

 

“อืม เราทะเลาะกัน ฉันก็เลยกังวลเรื่องความคืบหน้าล่าสุดของคดีเฉินเหวินกัง ! แต่หากผู้ชายคนนั้นไม่กลับมา ! เราก็ไม่รู้เรื่องความคืบหน้านั่นพอดี”

 

ที่สำคัญที่สุดก็คือสำเนาข้อมูลของเฉินเหวินกังยังอยู่ในมือของมู่เฉินฮ่าว

 

เซี่ยฉิงกงยิ่งวิตกกังวลมากเป็นพิเศษ เพราะหากเรื่องนี้ไม่ได้รับการตรวจสอบให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด ก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

สัญชาตญาณบอกเซี่ยฉิงกงว่าการตายของเฉินเหวินกังไม่ใช่เรื่องธรรมดา

 

หมั่นโถวกำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาอาเจิ้ง หากแต่ไม่คาดคิดว่าอาเจิ้งจะโทรเข้ามาพอดี

 

หมั่นโถวยกโทรศัพท์ขึ้นดู เธอจับตัวเซี่ยฉิงกงเขย่าพลางพูดว่า

 

“นายหญิงน้อย บางทีพวกเขาอาจกำลังกลับมา พี่เจิ้งโทรมาหาฉันพอดีเลย”

 

หลังจากรับสายแล้ว น้ำเสียงกังวลของอาเจิ้งก็ดังมาจากปลายสาย

 

“นายหญิงน้อยอยู่บ้านหรือเปล่า? ให้เธอมาที่บ้านสกุลมู่เร็ว ๆ เลย อาจจะมีอะไรผิดปกติกับนายน้อย !”

 

“เกิดอะไรขึ้น สถานการณ์เป็นอย่างไร?”

 

เซี่ยฉิงกงคว้าโทรศัพท์มือถือมาคุยเอง

 

เนื่องจากหมั่นโถวเปิดลำโพง เพื่อให้เซี่ยฉิงกงสามารถได้ยินชัด ๆ

 

ทันทีที่อาเจิ้งบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น หัวใจของเซี่ยฉิงกงก็เต้นรัว  เธอรีบคว้าโทรศัพท์มาจากหมั่นโถว ทุกอย่างเกิดจากปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณล้วน ๆ

 

“เอ่อ… นายน้อยไปที่สำนักสันติบาล เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับคดีของเฉินเหวินกัง จากนั้นก็สั่งให้ผมไปรับเจ้าบ้าน คุณผู้หญิง และคุณหนูฉี หลังจากที่ผมไปรับมาแล้ว นายน้อยก็ให้ผมออกไปตรวจสอบบางเรื่อง ผมเพิ่งกลับมาตอนสี่ทุ่มกว่า ทว่าผมกลับไม่เห็นนายน้อย ผมจึงโทรหานายน้อย แต่นายน้อยก็ไม่รับสาย คุณผู้หญิงบอกผมว่าหลังจบมื้ออาหาร นายน้อยก็รู้สึกไม่สบายนิดหน่อย ดังนั้นคืนนี้จึงจำเป็นต้องนอนพักที่บ้านสกุลมู่ หากแต่ผมกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ”

 

“มีอะไรงั้นเหรอ ?”

 

“เอ่อ หลังจากที่ผมไปถามคนรับใช้ที่รับใช้พวกเขาในวันนี้ พวกคนรับใช้ต่างก็บอกว่านายน้อยกำลังจะกลับ หากแต่ก่อนที่นายน้อยจะก้าวออกจากประตูบ้าน เขาก็เป็นลม แล้วคุณหนูฉีก็อาสาที่จะดูแลนายน้อย พานายน้อยกลับขึ้นไปบนห้อง … นอกจากนี้ผมยังได้ยินพวกเขาพูดกันว่า ห้องที่คุณหนูฉีพักเป็นห้องเดียวกับที่นายน้อยเคยพักอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ …”

 

แค่ฟังอาเจิ้งเล่าเรื่องราวทั้งหมด เซี่ยฉิงกงก็รู้สึกได้กลิ่นคาวทะแม่ง ๆ บางอย่าง มู่เฉินฮ่าวมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ ทำไมเขาถึงเป็นลมหลังจากรับประทานอาหารได้ล่ะ ?

 

และที่สำคัญ ต้องเป็นวันที่ครอบครัวของฉีเหยียนเอ๋อมาปรากฏตัวในบ้านสกุลมู่ หนำซ้ำฉีเหยียนเอ๋อยังขอดูแลเขาเองอีก ?

 

เธอต้องการอะไรกันแน่ ?

 

เซี่ยฉิงกงวางสายโทรศัพท์ จากนั้นก็หันกลับมาถามว่า

 

“หมั่นโถว ขับรถจากที่นี่ไปยังบ้านสกุลมู่ ใช้เวลาเร็วที่สุดแค่ไหน ?”

 

***จบตอน คุณไม่ต้องหึงหรอก***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset