A Record of a Mortal s Journey to Immortality คัมภีร์วิถีเซียน – ตอนที่ 1496 ยันต์เก้าวังสวรรค์

 

 

หานลี่กลับไม่ใช่แค่ยืนอยู่ด้านข้าง ในเวลาเดียวกันสองแขนพลันสะบัดออก ยันต์จำนวนมากบินออกมา วนล้อมรอบขึ้นลงตัวเขาไปมา อักขระสีเงินปรากฎขึ้นลางๆ

 

 

เห็นได้ชัดว่ายันต์เหล่านี้พิเศษมาก และมีมากกว่าหนึ่งร้อยแปดใบ

 

 

หานลี่พลันใช้สองมือร่ายอาคม ชี้นิ้วไปที่เมฆอัสนีที่อยู่ไกลออกไปด้วยความรวดเร็วสองสามครั้ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมมาก!

 

 

ชั่วขณะนั้นยันต์เหล่านี้พลันกลายเป็นลำแสงสีเงินร้อยกว่าสาย เปล่งแสงสว่างวาบ แล้วหายวับไปตรงหน้าของหานลี่อย่างไร้ร่องรอย

 

 

ครู่ต่อมา บนเมฆอัสนียักษ์ก็มีลำแสงสีเงินสว่างวาบ ยันต์หนึ่งร้อยแปดใบเปล่งแสงสว่างวาบ

 

 

พวกมันหมุติ้วๆ เรียงกันเป้นลวดลายประหลาดๆ ห่อหุ้มเมฆอัสนีด้านล่างเอาไว้อย่างพอดิบพอดี

 

 

ภายใต้การร่ายอาคมของหานลี่ ยันต์ระเบิดออกพร้อมกัน เขตอาคมลำแสงยักษ์สีเงินปรากฎออกมา

 

 

ท่ามกลางเขตอาคมลำแสง วิหารขนาดมหึมาหลังหนึ่งปรากฎขึ้นลางๆ ราวกับว่าไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในโลกมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น

 

 

ตัววิหารเปล่งแสงสีเงินเรืองรอง อักขระยันต์จำนวนนับไม่ถ้วนหมุนวนโคจรอยู่ด้านบน ในเวลาเดียวกันเสียงไพเราะราวเสียงจากธรรมชาติพลันดังแว่วมาจากตรงใจกลาง ทำให้ผู้คนเห็นรู้สึกผ่อนคลายมีความสุข

 

 

แต่หากมีคนตั้งใจอยากฟังตอนสุดท้าย เสียงไพเราะกลับเงียบหายไป

 

 

เมื่อหานลี่เห็นเขตอาคมลำแสงก่อต่อขึ้นพลันรู้สึกดีใจ รีบร้อนกระตุ้นเขตอาคม เขตอาคมลำแสงยักษ์ร่อนลงมาด้านล่าง

 

 

และในตอนนั้นเองฉับพลันนั้นเสียงคำรามดังสนั่นดังออกมาจากกลุ่มเมฆอัสนี

 

 

หลังจากเสียงอัสนีฟ้าฟาดดังสนั่นขึ้นสองสามครั้ง เมฆอัสนีสีเขียวก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฉับพลันนั้นประจุไฟฟ้าหนาๆ ราวกับถังน้ำสองสามสายพลันทะลวงผ่านเมฆอัสนีพุ่งออกมา

 

 

ประจุไฟฟ้านี้มีความหนามาก หมุนวนท่ามกลางหมู่เมฆ แยกเขี้ยวตะปบเล็บอยู่ในก้อนเมฆราวกับมังกรยักษ์

 

 

ชั่วครู่เมฆอัสนีขนาดใหญ่พลันถูกกวาดไปท่ามกลางเสียงร้องจนเกลี้ยง

 

 

เมฆอัสนีถูกกำจัด ประจุไฟฟ้าพลันสลายหายไป

 

 

อสูรอเวจีอัสนีที่อยู่ไกลออกไปพลันปรากฎขึ้น

 

 

ครานี้อสูรพลันมีท่าทีจนตรอกเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเกล็ดบนร่างจะหม่นแสงลงไร้สี จุดที่ไม่ถูกเกล็ดปกคลุมเป็นสีไหม้เกรียม เขาเดี่ยวบนหัวมีลำแสงสีเงินเปล่งแสงสว่างวาบ เส้นไหมไฟฟ้าบางๆ ชั้นหนึ่งหมุนวนเป็นเกลียว

 

 

เห็นได้ชัดว่าประจุไฟฟ้าสีเงินหนาๆ เมื่อครู่ ออกมาจากเขาข้างนี้

 

 

แต่สิ่งที่ทำให้หานลี่ตกตะลึงก็คือ เมื่ออสูรตัวนี้ปรากฎกายขึ้น ทันใดนั้นก็อ้าปากออก พ่นลำแสงสีโลหิตกลุ่มหนึ่งออกมา

 

 

ลำแสงสีทองสว่างวาบขึ้นในลำแสงสีโลหิต แมลงเกราะสามตัวเปล่งเสียงหึ่งๆ ออกมา แมลงกลืนทองของเขาโผล่ออกมาอย่างกระทันหัน

 

 

คาดไม่ถึงว่าพวกมันจะถูกอสูรใช้พลังลมปราณบีบออกมาจากร่าง

 

 

ความสามารถเช่นนี้ทำให้หานลี่รู้สึกเย็นยะเยือก

 

 

เมื่อแมลงกลืนทองถูกอสูรตัวนี้กลืนเข้าไปในร่างอย่างคาดไม่ถึง ภายใต้ความดีอกดีใจของเขา ในใจก็อดที่จะมีจิตสังหารแวบหนึ่งมาไม่ได้ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ถึงได้รู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่โง่เขลา โยนความคิดนี้ทิ้งไปในทันที

 

 

หานลี่กวาดสายตาไป มองเห็นกระบี่ไผ่เขียวตัวต่อเมฆาเล่มนั้นของตนเองลอยอยู่ใต้ร่างอสูรอเวจีอัสนี พลางเปล่งแสงสีทองเรืองๆ

 

 

เห็นได้ชัดว่าอสูรอเวจีอัสนีที่ถูกเมฆอัสนีและแมลงกลืนทองโจมตีพร้อมกัน เลยไม่ทันได้สนใจกระบี่เล่มนี้อีก จึงโยนมันทิ้งไปอย่างส่งเดช

 

 

ถึงอย่างไรเสียกระบี่นี้ก็ไม่มีท่าทีจะมีภัยคุกคามมันได้

 

 

ส่วนอสูรอเวจีอัสนีนั้นกำลังจ้องเขม็งไปยังหานลี่ แววตาโหดเ**้ยมเผยแววไม่ต้องสงสัยออกมา

 

 

มันพลันรู้สึกเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ท่าทางอยากจะฉีกหานลี่ออกเป็นชิ้นๆ

 

 

แต่หานลี่ไม่รอให้อสูรตัวนี้เคลื่อนไหวใดๆ มือหนึ่งพลันกวักมือเรียก แมลงกลืนทองสามตัวพลันกระโจนออกมาจากลำแสงสีโลหิตแล้วบินกลับมา กระบี่เล่มเล็กสีทองเล่มนั้นสั่นเทาแล้วหายวับไปจากที่เดิม

 

 

ลำแสงสีทองเปล่งแสงสว่างวาบ กระบี่เล่มเล็กเปล่งเสียงร้องต่ำๆ ออกมาปรากฎขึ้นด้านข้างหานลี่ ชั่วครู่ก็จมหายเข้าไปในแขนเสื้ออย่างไร้ร่องรอย

 

 

จากนั้นก็เก็บแมลงกลืนทองที่บินกลับมาเช่นกัน

 

 

อสูรอเวจีอัสนีพลันตกตะลึง ทันใดนั้นก็กรีดร้องอย่างโกรธเกรี้ยว เสียงกรีดร้องยาวๆ ดังขึ้น หมายจะเคลื่อนไหว

 

 

แต่ในครานั้นเหนือหัวพลันมีลำแสงสีเงินสว่างวาบ เขตอาคมลำแสงขนาดยักษ์พลันร่อนลงโดยไม่มีผู้ล่วงรู้

 

 

ของชิ้นใหญ่ขนาดนี้มาประชิดศีรษะ ต่อให้ตอนแรกอสูรอเวจีอัสนีไม่ได้สนใจ ตอนนี้ก็ไม่อาจไม่เห็นได้

 

 

มันเงยหน้าขึ้น มองไปยังเขตอาคมลำแสง แววตาฉายแววตกตะลึง แต่เขาแหลมๆ บนศีรษะพลันมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นในทันใด ประจุไฟฟ้าสีเงินหนาๆ สายหนึ่งโจมตีออกไป

 

 

หลังจากเสียง “ปัง” ดังขึ้น ประจุไฟฟ้าพลันโจมตีไปยังเขตอาคมลำแสงด้านล่างอย่างหนาแน่น

 

 

แต่เมื่อลำแสงสีเงินสว่างวาบ ประจุไฟฟ้าหนาๆ ก็จมหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าถูกเขตอาคมลำแสงกลืนกินเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น

 

 

อสูรตัวนี้ถึงได้รู้ว่าแย่แล้ว แขนขาทั้งสี่มีไฟฟ้าสว่างวาบ พุ่งออกไปในทันที หมายจะหนีออกจากที่นี่

 

 

สำหรับอสูรตัวนี้กลับสายไปเสียแล้ว

 

 

เขตอาคมลำแสงที่อยู่กลางอากาศพลันหมุนวน เปล่งแสงสว่างวาบแล้วหายวับไป

 

 

เมื่ออสูรอเวจีอัสนีพุ่งออกไปได้สิบจั้งเศษ ฉับพลันนั้นเบื้องหน้าพลันมีลำแสงสีเงินสว่างวาบ ชั่วครู่ตัวก็อยู่ท่ามกลางหมอกสีขาว กวาดตามองไปรอบๆ มองเห็นกำแพงวิหคที่สูงใหญ่จนมองเห็นได้อยู่ลิบๆ ศาลาพักร้อน หอคอย ภูเขาทอดตัวกันอยู่เต็มไปหมด โดยไม่รู้ว่ามีอยู่เท่าไหร่กันแน่

 

 

อสูรตัวนี้พลันตกตะลึง แต่ทันใดนั้นก็มีจิตใจสงบนิ่งดุจสายน้ำ

 

 

ไม่รู้ว่ามันใช้ชีวิตมากี่หมื่นปีแล้ว ถูกคนใช้เขตอาคมกักเอาไว้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว จึงไม่สนใจเขตอาคมธรรมดาๆ

 

 

มันชูคอขึ้น มองไปบนท้องฟ้าแวบหนึ่ง

 

 

ท้องฟ้ามีลำแสงสีเงินพาดผ่าน ดูไม่ออกว่าคือสิ่งใด

 

 

อสูรอเวจีอัสนีเอียงคอขบคิดเล็กน้อย ทันใดนั้นร่างกายก็พลิ้วไหว กลายเป็นประจุไฟฟ้าสีเงินสายหนึ่งพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ และตะปบกรงเล็บทั้งสองออกไปกลางอากาศ

 

 

เสียง “พรึ่บๆ” ดังขึ้น กรงเล็บลำแสงสีเขียวสิบกว่ากรงเล็บพุ่งออกไป โจมตีไปยังม่านลำแสงสีเงินอย่างแรง

 

 

หลังจากที่เสียงอึกทึกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลำแสงสีเงินและลำแสงสีเขียวตัดสลับกันไปมา ม่านลำแสงสีเงินพลิ้วไหว แต่ทันใดนั้นก็ฟื้นฟูกลับมาเป็นดังเดิม

 

 

อสูรอเวจีอัสนีไม่เพียงร่างกายหยุดชะงักอยู่กลางอากาศ สีหน้าบัดเดี๋ยวเคร่งขรึมบัดเดี๋ยวสดใส

 

 

เขตอาคมที่กักมันไว้มีพลานุภาพยิ่งใหญ่ เกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เขตอาคมธรรมดาๆ

 

 

แน่นอนว่าอสูรอเวจีอัสนีตัวนี้ไม่รู้ว่า เขตอาคมลำแสงที่มันอยู่นั้นคือ ‘ยันต์เก้าสวรรค์’ ที่หานลี่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ถึงจะหลอมขึ้นมาได้

 

 

ยันต์ชนิดนี้มีทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดแผ่น เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก กักศัตรูเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

แน่นอนว่านี่ยังต้องดูว่าเขตอาคมนี้กักสิ่งใดเอาไว้

 

 

จากพลังยุทธ์ของหานลี่ ไม่ต้องพูดอสูรอเวจีอัสนีที่อยู่เบื้องหน้า แม้แต่ระดับเทพแปลงคนหนึ่งก็ยังไม่อาจกักเอาไว้ได้จริงๆ

 

 

การโจมตีที่อสูรตัวนี้ปล่อยออกมา ทำให้หานลี่ที่ยืนอยู่ภาบนอกเขตอาคมลำแสง กำลังใช้มือหนึ่งกดไปบนยันต์วิเศษแผ่นหนึ่งพลางใส่ลมปราณเข้าไป ฉับพลันนั้นพลันสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาล ร่างกายสั่นเทาแล้วถอนร่นไปสองก้าว

 

 

หน้าพลันเปลี่ยนสีไปสองสามครั้ง!

 

 

โชคดีที่ลมปราณในร่างของเขาพลันหมุนวน ท่าทางไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

เห็นได้ชัดว่าหากถูกอสูรตัวนี้โจมตีต่อไป เขตอาคมนี้ก็ไม่อาจต้านทานได้นานนัก ถึงอย่างไรเสียพลังยุทธ์ของเขาและอสูรอเวจีอัสนีตัวนี้ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!

 

 

ทว่าเขาสำแดงเขตอาคมยันต์ชุดนี้ไป แต่เดิมก็ไม่ได้คิดเช่นนี้ ขอแค่ดึงเวลาให้เขาได้สักหน่อยเท่านั้น

 

 

เมื่อเห็นเขตอาคมยันต์กักอีกฝ่ายได้ชั่วคราว หานลี่พลันเก็บมือข้างหนึ่ง ปีกที่แผ่นหลังกระพือออกในทันที กลายเป็นสายรุ้งสีเขียวสายหนึ่งหันหัวหนีไป

 

 

เป้าหมายก็คือทิศทางที่มา

 

 

หลังจากกระพริบวาบสองสามครั้ง หานลี่ก็ไปอยู่ที่ขอบฟ้า เปล่งแสงสว่างวาบแล้วหายวับไปอีกครั้ง

 

 

และในตอนนั้นเองฉับพลันนั้นหานลี่พลันหน้าเปลี่ยนสี ชูมือหนึ่งขึ้น เสียงแหวกอากาศดังขึ้น กระบี่เล่มเล็กสีทองยี่สิบสามสิบเล่มระเบิดออกพุ่งออกไป ทะลวงผ่านอากาศใกล้ๆ ไป

 

 

ทำให้ฉากที่น่าประหลาดใจพลันปรากฎขึ้น

 

 

จุุดที่กระบี่เล่มเล็กสีทองพุ่งออกไป ลำแสงสีขาวสว่างวาบ ฉับพลันนั้นเงาร่างหญิงสาวชุดคลุมสีขาวพลันเปล่งแสงสว่างวาบ แขนข้างหนึ่งรวมทั้งแขนเสื้อหายวับไป

 

 

คาดไม่ถึงว่าจะเป็นภูตหญิงนามว่า ‘ภูตขาว’

 

 

สตรีผู้นี้ถูกหานลี่บีบออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้าตกตะลึง สายตาของเขาเปล่งประกาย ดูเหมือนว่าอยากจะเอ่ยอะไรออกมา

 

 

แต่หานลี่กลับมีสีหน้าเย็นชาครอบใบหน้าอยู่ แขนข้างหนึ่งมีเสียงร้องครวญดังขึ้น ลำแสงสีดำสายหนึ่งพุ่งออกไป หมุนวนบนพื้น เผยวานรน้อยสีดำตัวหนึ่งออกมา

 

 

นั่นก็คืออสูรวิญญาณครวญ

 

 

ครานี้การหนีเอาชีวิตรอดของหานลี่สำคัญที่สุด จึงไม่อยากพัวพันกับอีกฝ่าย คาดไม่ถึงว่าจะลงมือเรียกอสูรร้ายที่กินภูตผีออกมาโดยเฉพาะ

 

 

ภุตหญิงชุดขาวเห็นเช่นนั้น ฉับพลันนั้นในลำคอพลันมีเสียงกรีดร้องแหลมๆ ดังขึ้น ใบหน้าล้วนเต็มไปด้วยสีหน้าตกตะลึงระคนลนลาน คาดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นไอสีขาวสายหนึ่งพุ่งออกไป

 

 

แต่การเคลื่อนไหวของอสูรวิญญาณครวญกลับรวดเร็วฉับไว ชั่วพริบตาร่างกายก็พลิ้วไห กลายเป็นวานรยักษ์สูงสองสามจั้ง ส่งเสียงฮึดฮัดขึ้นจมูก หมอกสีเหลืองพุ่งออกมา ชั่วครู่ก็ปกคลุมลำแสงสีขาวเอาไว้ และม้วนดึงกลับมา

 

 

ลำแสงสีขาวหม่นแสงลง เงาร่างภูตหญิงชุดขาวปรากฎขึ้นอีกครั้ง

 

 

ภายใต้ความตกตะลึงระคนลนลานของสตรีผู้นี้ ชุดคลุมสีขาวบนร่างพลันกลายเป็นม่านลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ชั้นหนึ่งห่อหุ้มเอาไว้ ปกป้องร่างของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา โดยไม่รู้ว่าชุดคลุมสีขาวคือสมบัติชิ้นใดกันแน่ คาดไม่ถึงว่าลำแสงดูดวิญญาณของวิญญาณครวญจะไม่อาจเขย่าม่านลำแสงได้เลยสักนิด

 

 

วิญญาณครวญเผยสีหน้าเคร่งขรึมออกมา คำรามเสียงต่ำๆ ออกมาจากในลำคอ วายุทมิฬปรากฎขึ้นรอบด้าน สายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฎขึ้น ร่างของวานรยักษ์ขยายใหญ่ขึ้น ขนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ตรงหน้าผากมีเขาหงิกงอสามเขางอกออกมา หว่างคิ้วมีรอยแยกปริแตก ดวงตาปีศาจสีแดงโลหิตปรากฎออกมา

 

 

ในเวลาเดียวกันใบหน้าของอสูรตัวนี้พลันยืดยาว เผยเขี้ยวแหลมคมออกมา แผ่นหลังมีหนามกระดูกสีดำยาวสองสามชุ่นสามหนาม ด้านบนมีไอสีดำหมุนวน ไอทมิฬกดดันจนน่าอึดอัด

 

 

เมื่อเห็นการกลายพันธุ์ของวิญญาณครวญ ภูตหญิงชุดขาวพลันยิ่งเผยความตกตะลึงระคนหวาดกลัวออกมา ฉับพลันนั้นปากพลันเปล่งเสียงร้องแหลมๆ ยาวๆ ออกมา คลื่นเสียงที่ไร้รูปร่างโผเข้ามาหาวิญญาณครวญและหานลี่

 

 

แต่หานลี่กลับเตรียมการป้องกันสิ่งนี้เอาไว้ตั้งนานแล้ว มือหนึ่งลูบไปที่ศีรษะ ม่านลำสแงสีเทาและเปลวเพลิงลำแสงห้าสีม้วนวน ปกป้องตนเองรวมทั้งอสูรวิญญาณครวญเอาไว้ข้างใน

 

 

เช่นนั้นจิตสัมผัสของหานลี่พลันรู้สึกเจ็บปวดไปเล็กน้อย แต่ก็มีท่าทีไม่เป็นอะไร

 

 

ส่วนอสูรวิญญาณครวญยิ่งไม่มีผลกระทบเลยสักนิด กลับมีสีหน้าโหดเ**้ยมฉายแวบผ่าน ดวงตาปีศาจตรงหว่างคิ้วเบิกขึ้น เสียง “ปัง” ดังขึ้น ประจุไฟฟ้าหนาเท่าปากชามสายหนึ่งถูกพ่นออกมา

 

 

คาดไม่ถึงว่าประจุไฟฟ้าสีแดงสดนี้จะดูเหมือนสีโลหิต ชั่วครู่ก็ทะลวงผ่านลำแสงดูดวิญญาณเข้ามาหาร่างของภูตหญิงชุดขาวที่ไม่อาจขยับกายได้เลยสักนิด ลำแสงสีขาวที่ปกป้องร่างอยู่ไม่อาจยับยั้งประจุไฟฟ้าสีโลหิตได้เลยสักนิด

 

 

ภายใต้เสียงร้องคร่ำครวญของภูตหญิง ประจุไฟฟ้าสีโลหิตพลันพัวพันราวกับอสรพิษวิญญาณ รัดภูตตนนั้นเอาไว้แน่น จากนั้นก็ดึงกลับมา ภูตหญิงถูกม้วนเข้าไป และหดเล็กลงท่ามกลางประจุไฟฟ้า พลิ้วไหวคราหนึ่ง ก็มาอยู่ตรงหน้าปากที่เป็นดั่งอ่างโลหิต ถูกอสูรวิญญาณครวญกลืนลงไปอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด!

 

 

เสียง “ปัง” ดังขึ้น ของเช่นเดียวกันถูกพ่นออกมาจากหัวคิ้วของอสูรวิญญาณครวญ คาดไม่ถึงว่าจะเป็นแผ่นป้ายหยกสีดำสนิท

 

 

หานลี่ใช้มือหนึ่งตะปบเอาไว้ ของสิ่งนี้ถูกดูดเข้ามาในมือทันที พลิกไปมาพิจารณารอบหนึ่ง

 

 

“ยันต์หมื่นลี้!”

 

 

แม้ว่าจะไม่เหมือนกับเผ่ามนุษย์เท่าใดนัก แต่หานลี่ก็ยังรู้ประโยชน์ใช้สอยของมันได้ในปราดเดียว หลังจากที่ใบหน้ามีสีหน้าตกตะลึงฉายแวบผ่านไป ก็เผยสีหน้ามีขบคิดออกมา

 

 

ฉับพลันนั้นเขตอาคมลำแสงที่อยู่ไกลออกไปพลันมีเสียงตึงตังดังขึ้น ด้านในมีเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวดังมา

 

 

ร่างของเขาสั่นระริก กวักมือไปทางอสูรวิญญาณครวญอย่างร้อนรน

 

 

ชั่วขณะนั้นร่างของอสูรตัวนั้นพลันหดเล็กลง กลายเป็นลำสแงสีดำสายหนึ่งจมหายเข้าไปในแขนเสื้อของหานลี่

 

 

ในเวลาเดียวกันหานลี่พลันกระทืบเท้า ร่างกายพลันกลิ้งไปทางพื้นดิน กลายเป็นวิหคยักษ์สีเขียวตัวหนึ่ง บินออกไปราวกับสายฟ้า

A Record of a Mortal s Journey to Immortality

A Record of a Mortal s Journey to Immortality

Type: Author: ,
เจ้าบื้อที่สอง หานลี่ เด็กหนุ่มธรรมดาสามัญผู้ได้รับวาสนาให้ไปเข้าทดสอบเป็นศิษย์ในสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทำให้เขาได้รู้จักกับโลกใบใหม่ที่หนุ่มน้อยชนบทอย่างเขาใฝ่ฝันอยากสัมผัสกับมันมาโดยตลอด ในโลกแห่งเซียน เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างฝึกฝนค้นหาเส้นทางเพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นนิรันดร์ ทว่าเส้นทางที่แม้กระทั่งผู้บำเพ็ญเพียรซึ่งมีพรสวรรค์สูงส่งแต่กำเนิดยังต้องผ่านความยากลำบากเท่าไหร่กว่าจะไปถึงจุดนั้น แล้วเด็กหนุ่มปุถุชนเช่นเขาจะทำได้หรือ? ด้วยความสามารถอันธรรมดาสามัญของเขาจะเอาตัวรอดในโลกแห่งเซียนนี้ไปได้อย่างไร? เส้นทางแห่งความสำเร็จช่างอยู่ห่างไกลเสียเหลือเกิน… คัมภีร์วิถีเซียนเป็นนิยายจีนย้อนยุคเล่าเรื่องการเดินทางอันน่าติดตามของหานลี่ ผู้ต้องใช้ทั้งไหวพริบและพลังยุทธ์ในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ด้วยตัวคนเดียว มาร่วมเดินทางไปกับหานลี่ ผู้เย้ยฟ้าท้านรกเพื่อแสวงหาเส้นทางแห่งการเป็นเซียนด้วยกันเถอะ!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset