Advent of the Archmage – ตอนที่ 196: ช่างเป็นสภาพอากาศที่เลวร้ายอะไรเยี่ยงนี้

สองวันต่อมา, ดอเรียสได้เข้ามายังที่รกร้างเฟิร์ดด้วยกันกับลิงค์และเซลีน

 

หลังจากวิ่งผ่านพื้นที่มาเป็นเวลาประมาณสิบนาที, ดอเรียสก็อดแสดงความคิดเห็นไม่ได้ “ลิงค์, นี่เป็นดินแดนของนายจริงๆหรอ? นี่เป็นดินแดนที่แห้งแล้งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาตลอดชีวิต 400 ปีในฟิรุแมนของฉันเลยนะ นายไม่สามารถหาที่ที่เหมาะสมในการขี้ได้ด้วยซ้ำ”

 

เซลีนเองก็ขมวดคิ้วพอเห็นภาพของที่ดิ้นนี้ในขณะที่เธอพูด “นี่มันแย่ยิ่งกว่าที่ฉันจินตนาการเอาไว้ซะอีก”

 

ระหว่างทาง, ลิงค์ได้เตือนพวกเขาทั้งสองเอาไว้แล้วว่าดินแดนของเขานั้นแห้งแล้งมากๆดังนั้นให้พวกเขาเตรียมใจกับสิ่งที่จะเจอเอาไว้ ตอนแรกเซลีนกับดอเรียสคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับที่ราบที่จะแห้งแล้งและไม่ได้คิดอะไรมากนัก อย่างไรก็ตาม, มันยังเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาในการยอมรับมันในตอนที่พวกเขาเห็นหน้าตาที่แท้จริงของที่รกร้างเฟิร์ดนี้

 

นี่มันยิ่งกว่าคำว่าแห้งแล้งแล้ว ทั้งพื้นที่มีแต่เศษหินดินทรายที่ดูเหมือนจะไม่สามารถกอบกู้ได้ไม่ว่าจะลงทุนเหรียญทองไปมากแค่ไหนก็ตาม

 

แม้ว่าลิงค์จะเป็นคนที่ทะเยอทะยานและมีแผนการโดยละเอียดอยู่ในหัวแล้ว, แต่มันก็ยังปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นไม่เป็นที่น่าพอใจเอาซะเลย เขาหัวเราะออกมา “มันจะดีกว่านี้ นี่มันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหล่ะ”

 

ขณะที่คำพูดมองโลกในแง่ดีพวกนี้ถูกพูดออกมา, สภาพอากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลง มันเป็นแค่ลมกรรโชกเล็กน้อยในตอนแรก, แต่สิบนาทีต่อมา, สายลมก็เริ่มหวยหวนและเม็ดฝนก็สาดกระเซ็นใส่ร่างกายของพวกเขาอย่างชัดเจน มันใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่สภาพอากาศจะเลวร้ายอย่างสมบูรณ์, มีพายุพร้อมกับลูกเห็บและฟ้าผ่าเกิดขึ้น นี่คือวิธีต้อนรับแขกใหม่สองคนที่เข้ามายังพื้นที่แห่งนี้

 

“ไม่แปลกใจเลยที่นายอยากจะเปลี่ยนสภาพอากาศ” เซลีนตกใจในขณะที่เธอรู้สึกกลัวกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหันนี้ ดอเรียสเปิดใช้โล่ธาตุลมของเขาในทันทีและปกป้องพวกเขาจากห่าฝนและลูกเห็บ อย่างไรก็ตาม, คนธรรมดาก็คงจะไร้พลังเมื่อเผชิญหน้ากับสภาพอากาศแบบนี้ มันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะปลูกพืชหรือปลูกบ้านชาวนาในพื้นที่นี้

 

ขณะที่ดอเรียสเดินผ่านโคลนอย่างระมัดระวัง, เขาก็ถาม “นายบอกว่าจะมีคนมารับใช้ฉัน ฉันขอไม่รับข้อเสนอนั้นแล้วได้ไหม? ปล่อยฉันไปที่ป่าเกอเวนท์เถอะแล้วให้ฉันซ่อนตัวจนถึงบั้นปลายชีวิตของฉัน”

 

ดอเรียสรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับเสือนภาที่จะเรียกว่าบ้านเอาซะเลย ช่วงชีวิตของเขาคงจะสั้นลงไป 100 ปี

 

“พวกเราทำข้อตกลงกันแล้วนะ แกกำลังจะกลับคำพูดหรอ? แล้วความภาคภูมิใจของเผ่าเสือนภาไปไหนซะหล่ะ?” ลิงค์ตอกหน้า

 

ดอเรียสคำรามด้วยความเศร้าและมุ่งหน้าต่อไปอย่างจนปัญญา เขารู้สึกเหมือนกับถูกหลอก เขาไม่สามารถกลับคำพูดของเขาได้เพราะเขาต้องปกป้องสิ่งที่สืบทอดกันมาของเผ่าเสือนภา นอกจากนี้, ลิงค์ก็ได้สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะหาเสือตัวเมียมาให้เขาด้วย

 

เทือกเขามอดไหม้อยู่ในระยะสายตาหลังจากผ่านมาครึ่งวัน

 

ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปที่ค่าย, ลิงค์ได้มอบจี้อันประณีตให้เซลีน

 

“นี่เป็นจี้ปกปิดออร่า แล้วมันยังสามารถเป็นจี้เก็บของได้ด้วยนะถ้าเธอต้องการ”

 

นี่เป็นจี้ที่ลิงค์สร้างขึ้นในรถม้าในระหว่างที่เขามุ่งหน้าไปทางใต้ แม้ว่ามันจะเป็นงานเร่งด่วน, แต่ลิงค์ก็ยังทำให้มั่นใจว่ามันจะออกมาละเอียดอ่อนและน่าประทับใจเพื่อที่มันจะไม่ได้ไปกระตุ้นความปั่นป่วนที่อยู่ในจิตใจของเขา

 

จี้นี้ถูกสร้างขึ้นมาจากโคเรียมและเปล่งประกายด้วยสีม่วงอ่อน มีร่องรอยของทอเรียมถูกใช้ด้วยเช่นกัน, ซึ่งทำให้มันเป็นจุดสีเงินเหมือนกับดวงดาวในค่ำคืน สุดท้าย, ลิงค์ก็ได้ใช้หินโดคุนคุณภาพสูงเพื่อสร้างฟังก์ชันมิติเก็บของขึ้นมาในจี้ หินนี้มีสีขาวเหมือนนมและถูกลิงค์ขัดจนแทบหมดจด, ทำให้มันเป็นคริสตัลละเมียดละไมและสดใส

 

เซลีนชอบจี้เส้นนี้ทันทีที่ตาเห็น อย่างไรก็ตาม, เธอไม่ได้รับมันจากมือของลิงค์ แต่เธอเงยคางขึ้นเล็กน้อยและพูดขณะที่หันหลังให้ลิงค์แทน “สวมมันให้ฉันสิ”

 

ลิงค์ยิ้มแล้วสวมจี้ที่รอบคอเพรียวบางของเซลีนอย่างอ่อนโยน จากมุมของเขา, เขาสามารถมองเห็นฉากล่อใจภายใต้เสื้อของเซลีนได้ลางๆ

 

ลิงค์ตื่นเต้นขึ้นมากระทันหันและเบือนสายตาหนีในทันทีแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย “ดอเรียส, อย่าอารมณ์เสียในตอนที่แกเข้าไปในค่ายนะ แล้วก็, อย่าล้อเล่นมากเกินไปด้วย; แกอาจจะทำให้ผู้คนตื่นตระหนกได้”

 

“ก็ได้ อย่าลืมสัญญาก็แล้วกัน”

 

จากนั้นลิงค์ก็หันไปหาเซลีนแล้วพูด “เธอก็อย่าแสดงพลังของเธอเหมือนกันนะ อยู่อย่างลับๆก็พอ”

 

“ถ้างั้นตัวตนของฉันจะเป็นยังไงหล่ะ?” เซลีนมองลิงค์อย่างคาดหวังขณะที่เธอพูด

 

คำถามนี้ถือว่ายากเอาการ ลิงค์คิดอยู่พักนึงแล้วพูด “เธอเป็นเพื่อนที่ฉันพามาจากทางใต้…เพื่อนที่ดีมากๆ แค่นั้น”

 

เขาอยากจะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูสนิทสนมกันกว่านี้, แต่ในเวลาเดียวกันนั้น, เขาก็กลัวว่าเซลีนจะไม่มีความสุข แล้วมันก็คงจะไม่ถูกต้องที่จะทำให้มันดูเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นคนแปลกหน้า ดังนั้น, เพื่อนคงจะเป็นความสัมพันธ์ที่ถูกต้องที่สุด

 

เซลีนยอมรับอย่างง่ายดาย; มันเป็นไปไม่ได้ที่จะดูจากสีหน้าของเธอว่าเธอรู้สึกยังไงกับตัวตนนี้

 

มันเป็นเวลาแค่สี่วันเท่านั้นตั้งแต่ที่ลิงค์ออกไปจากเทือกเขามอดไหม้ อย่างไรก็ตาม, สภาพอากาศในช่วงนี้ก็ยังถือว่าหายนะ จากที่ไกลๆ, ลิงค์มองเห็นหลุมบ่อและไม้กระดานที่ถูกพัดออกจากหลังคาด้วยพายุหนัก บางครั้งจะมีเงาคนปรากฏขึ้นมาแค่ไม่กี่วินาที, เพื่อรีบไปยังที่พักพิงถัดไปที่พวกเขาพบ

 

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำการก่อสร้างต่อในสภาพอากาศเช่นนี้ แล้วลิงค์ก็มั่นใจว่าการพัฒนาอื่นๆทั้งหมดก็หยุดชะงักเช่นกัน ทุกคนอาจจะอยู่ในบ้านของพวกเขาและรอให้ฟ้าสงบ

 

นี่มันไม่ดีเอาซะเลย ปัญหาสภาพอากาศต้องได้รับการแก้ไขให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! ลิงค์รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อการพัฒนาที่ดินของเขาอย่างมหาศาล

 

ในตอนที่ดอเรียสเข้ามาในระยะ 150 ฟุตของกำแพงปราสาท, ลิงค์ก็ได้ยินเสียงดังของไซเรนสะท้อนไปทั่วดินแดนเฟิร์ด ดูเหมือนว่ากลุ่มทหารรับจ้างฟลามิงโก้จะยังคอยเฝ้าระวังอยู่แม้จะอยู่ในสภาพอากาศที่เลวร้ายก็ตาม

 

ไม่นานหลังจากนั้น, การ์ดประจำปราสาทที่ตอนแรกหลบภัยอยู่ที่มุมกำแพงปราสาทก็วิ่งฝ่าพายุออกมา สิบวินาทีต่อมา, แจ็คเกอร์เองก็ปรากฏตัวบนกำแพงปราสาทในสภาพชุดเกราะเต็มยศ

 

ลิงค์รู้สึกดีใจมากๆกับความเร็วในการตอบสนองนี้

 

ในตอนนั้นเอง, แจ็คเกอร์ก็เหลือบเห็นลิงค์นั่งอยู่บนหลังเสือยักษ์ เขาเช็ดหน้าที่เปียกโชกไปด้วยน้ำฝนของเขาและยกมือขึ้นเป็นสัญญาให้นักธนูอยู่ในท่าเตรียม “นั่นนายท่าน, ลดอาวุธลงซะ!”

 

พอรู้ว่าเป็นลิงค์, บรรยากาศตึงเครียดก็หายไปในทันที

 

แรงกดดันที่มาจากสัตว์ยักษ์สูงกว่า 12 ฟุตนั้นรุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม, พอเห็นว่าเจ้านายของพวกเขากำลังนั่งอยู่บนหลังของมันอย่างสบายใจ, ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ในสายตาของพวกเขา, นายท่านสามารถทำได้แทบทุกอย่าง ต่อให้เขานั่งบนหลังเสือยักษ์กลับมาพร้อมกับมีสาวงามอยู่เคียงข้าง, ก็ไม่มีอะไรให้ประหลาดใจ

 

พอลิงค์เข้ามาในเทือกเขามอดไหม้, เซลีนกับเขาก็ลงมาจากหลังของดอเรียส แจ็คเกอร์, ลูซี่, และกิลเดิร์นรออยู่ท่ามกลางพายุเพื่อต้อนรับเขา

 

ลิงค์โบกมือของเขาแล้วพูด “อย่ามัวอยู่ข้างนอกเลย ไปคุยกันในบ้านเถอะ”

 

จากนั้นเขาก็พูดกับหัวหน้าลูกจ้าง “ไปหาคนงานมาจำนวนนึง, จำนวนที่เหมาะสมที่จะสร้างเพิงขนาดใหญ่ที่นี่ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงให้ดอเรียส นี่เป็นการเตรียมการที่เร่งด่วน ดังนั้นจะได้รับผลตอบแทนตามความเหมาะสม”

 

จากนั้นลิงค์ก็ส่งเงินสิบเหรียญทองให้หัวหน้าลูกจ้างคนนี้

 

คนงานที่อยู่ในที่ดินของเขานั้นทุกคนมาจากป่าเกอร์เวนท์เพื่อหาเงิน คำพูดของเขาในฐานะลอร์ดของที่รกร้างเฟิร์ดนั้นไม่ได้มีอำนาจเหนือพวกเขาเพราะพวกเขาไม่ใช่ประชาชนของพื้นที่นี้ ดังนั้นเขาต้องใช้เหรียญทองเพื่อระดมกำลังพวกเขาแทน สำหรับการจ่ายค่าตอบแทนนั้น, พวกเขามีข้อตกลงอย่างละเอียด ยกตัวอย่างเช่น, งานแบบนี้ซึ่งจำเป็นต้องระดมคนงานในทันทีและทำงานกลางพายุฝนจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้คนงานอย่างน้อยหนึ่งเหรียญเงิน

 

ลิงค์ไม่เคยเบี้ยวการจ่ายค่าตอบแทนของเขา ดังนั้น, แม้ว่าเงื่อนไขจะยาก, แต่ก็มีคนงานจำนวนนึงที่ตัดสินใจทำให้ที่รกร้างเฟิร์ดเป็นฐานของพวกเขา

 

“ครับท่าน” หัวหน้าลูกจ้างพูดแล้วออกไปจัดกำลังคนในทันที

 

จากนั้นลิงค์ก็หันไปหาลูซี่ “ไปบอกให้พ่อครัวย่างวัวทั้งตัวให้ดอเรียสด้วย เอ้อ, ดอเรียสเป็นชื่อของเสือตัวนี้นะ”

 

จากนั้นดอเรียสก็พูดออกมา “ตัวเดียวไม่พอหรอก ฉันต้องการวัวสองตัว แล้วก็ไม่ต้องเอาไปปรุงนะ; เอามาทั้งอย่างนั้นหล่ะ, ฉันหิวแล้ว”

 

ความสามารถในการพูดของเขานั้นทำให้ทุกคนที่นี่ตกใจ อย่างไรก็ตาม, นี่ก็หมายความว่ามันเป็นไปได้ที่จะสนทนากับเขา, ทำให้เขาดูน่ากลัวน้อยลงมาก

 

จากนั้นลูซี่ก็ไปเอาวัวที่คอกในทันที ดอเรียสตามหลังไปติดๆเพราะเขาหิวมาก

 

คนที่เหลือเข้าไปในบ้าน

 

พอพวกเขาไปถึงห้องโถง, ลิงค์ก็แนะนำ “นี่เซลีน ฟลังดร์, นักเวทย์ฝึกหัด, และเพื่อนที่ดีของฉัน”

 

ส่วนของนักเวทย์ฝึกหัดนั้นเป็นส่วนที่ลิงค์เพิ่งจะคิดได้ เขาจำได้ว่าเซลีนเคยศึกษาเวทย์มนตร์ในสถาบันเวทย์มนตร์เฟลมมิ่ง หลังจากนั้นเขาก็แนะนำแจ็คเกอร์กับคนที่เหลือให้เซลีน

 

พวกเขาแลกเปลี่ยนการทักทายกันในขณะที่เซลีนตอบสนองด้วยรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของเธอ ลิงค์สังเกตุสีหน้าของเธอเพราะเขาต้องการอ่านความคิดของเธอ อย่างไรก็ตาม, ดูเหมือนว่าทักษะการสังเกตุอันเฉียบแหลมของเขานั้นจะล้มเหลวในครั้งนี้ หลังจากล้มเหลวในการเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ, เขาก็ยอมแพ้ในที่สุด

 

จากนั้นลูซี่ก็กลับมา, แล้วลิงค์ก็แนะนำเธอให้เซลีนอย่างเป็นทางการในครั้งนี้

 

ลูซี่มีสีหน้าที่เฉียบแหลมบนใบหน้าของเธอ หลังจากมองสลับกันระหว่างลิงค์กับเซลีน, เธอก็เผยรอยยิ้มออกมาและให้การต้อนรับอย่างลึกซึ้ง “เซลีน, เธอดูน่ารักมากเลยนะ”

 

คำพูดเหล่านี้เป็นคำที่แม่ของลิงค์, ลิลิธเคยใช้กับเธอในวันนั้น

 

เซลีนยิ้มแล้วพูด “คุณลูซี่, คุณเองก็สวยเหมือนกันนะคะ”

 

ลูซี่ถอนหายใจออกมา “ฉันแก่แล้วหล่ะ”

 

ขณะที่ลูซี่พูด, เธอก็มองลิงค์โดยไม่รู้ตัว, อีกด้านนึง, ลิงค์ก็กำลังยุ่งอยู่กับการพูดคุยกับแจ็คเกอร์ เซลีนสังเกตุเห็นความผิดหวังในดวงตาของลูซี่และระมัดระวังในทันที ไม่ดีแล้ว! ลูซี่เป็นศัตรูที่น่ากลัว; ดูเหมือนว่าเธอจะชอบลิงค์เหมือนกันนะ!

 

ลิงค์ไม่ได้รู้ถึงการต่อสู้ทางจิตวิทยาที่กำลังเกิดขึ้นนี้เลย, เขานั่งลงที่โต๊ะยาวก่อนที่จะพูดออกมา “สภาพอากาศที่นี่เลวร้ายจริงๆ แต่ว่า, ฉันพบวิธีแก้ปัญหาแล้ว ในเวลาหนึ่งสัปดาห์, ฉันจะออกไปอีกครั้ง, และเมื่อฉันกลับมา, พวกเราก็จะสามารถเริ่มงานได้”

 

นี่ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจของทีมสั่งการได้ เศษเสี้ยวแห่งความหวังสามารถมองเห็นได้บนใบหน้าของพวกเขาขณะที่ลิงค์พูดคำพูดพวกนี้ออกมา แม้ว่าดินแดนจะแห้งแล้งจริงๆ, แต่ยังไงซะก็ยังมีความหวัง เรื่องที่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขาเพียงอย่างเดียวก็คือสภาพอากาศ, ซึ่งพวกเขาไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง ดังนั้นคำประกาศของลิงค์จึงทำให้รู้สึกโล่งใจอย่างมาก

 

บรรยากาศเบาขึ้นในทันทีในขณะที่ทุกคนเริ่มออกความคิดเห็นในการพัฒนาในอนาคต ลิงค์ฟังอย่างตั้งใจและพูดขัดบ้างในบางครั้ง พอจบการประชุม, พวกเขาก็คิดสิ่งที่เป็นไปได้บางอย่างที่พวกเขาสามารถทำได้ขึ้นมาได้

 

ในตอนนั้น, คนที่ปรากฏขึ้นที่ประตูก็คือนักเวทย์คาริโด้

 

ช่วงนี้คาริโด้จะอยู่ที่ป่าเกอร์เวนท์เพราะเขารับผิดชอบในเรื่องธุรกิจเวทย์มนตร์ เขาเป็นคนกลางระหว่างลิงค์กับพ่อค้าวาร์เตอร์, คอยจัดการอุปกรณ์เวทย์มนตร์ทั้งหมดที่ลิงค์สร้างและเอาเงินที่ได้มาให้กับดินแดน ดังนั้น, เวลาส่วนใหญ่ของเขาจึงไม่ค่อยอยู่ในดินแดนสักเท่าไหร่นัก

 

เขาทักทายลิงค์อย่างเคารพก่อนที่จะส่งจี้เก็บของให้ “ท่านครับ, นี่คือรายได้ในรอบนี้ครับ”

 

ลิงค์เอามาดูและพบว่ามีเงิน 15,000 เหรียญทองอยู่ในจี้ มันเป็นการค้าที่กำไรงามอีกครั้งนึง หลังจากที่คิดอยู่ซักพัก, เขาก็ส่งจี้เก็บของกลับไปให้คาริโด้แล้วพูด “เอาเงินนี้ไปที่สถาบันเวทย์มนตร์ระดับสูงอีสโควฟแล้วตามหาจอมเวทย์วิสมัลเลอร์ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างหุ่นเชิดเวทย์มนตร์ บอกเขาว่าฉันต้องการหุ่นเชิดขนาดยักษ์หนึ่งตัวที่สามารถทำงานขุดไถแบบดั้งเดิมได้” ความเชี่ยวชาญในการสร้างหุ่นเชิดเวทย์มนตร์ของวิสมัลเลอร์นั้นมีหลักฐานอยู่ในสมุดของเขา คนแรกที่ลิงค์คิดในตอนที่เขาต้องการหุ่นเชิดเวทย์มนตร์สักตัวแน่นอนว่าต้องเป็นเขา

 

คาริโด้ไม่เข้าใจมันในตอนแรก “หุ่นเชิดเวทย์มนตร์สำหรับงานขุดไถหรอครับ?”

 

ลิงค์อธิบาย “ใช่, ฉันสังเกตุเห็นว่าพื้นที่ด้านในของดินแดนแห่งนี้มีดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกอยู่ พวกเราแค่จำเป็นต้องกำจัดชั้นกรวดประมาณ 2 ฟุตบนหน้าดิน”

 

โดยปกติ, ดินบนพื้นผิวของที่ดินทั่วไปนั้นเหมาะสมแก่การเพาะปลูก อย่างไรก็ตาม, ที่รกร้างเฟิร์ดนั้นเป็นสถานที่แปลกๆที่พื้นผิวของดินนั้นจะถูกปกคลุมด้วยก้อนกรวดแทน ดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกของดินแดนแห่งนี้ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นของหินกรวดหนาสองฟุต ดังนั้นหุ่นเชิดเวทย์มนตร์ตัวนนี้จะมีหน้าที่ในการพลิกหน้าดิน นอกจากนี้, ลิงค์ยังเตรียมที่จะใช้ประโยชน์จากดินต่อต้านเวทย์มนตร์ที่สามารถหาพบได้ในดินแดนแห่งนี้ด้วย

 

คาริโด้พยักหน้าแล้วพูด “ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับ”

 

“ไม่จำเป็นต้องรีบหรอก พักสักหน่อยเถอะ” ลิงค์โบกมือของเขาก่อนที่เขาจะส่งหนังสือเวทย์มนตร์ที่มีชื่อว่า ‘ลมหายใจแห่งสายลม’ ให้คาริโด้ จากนั้นเขาก็พูดออกมา “หนังสือเล่มนี้น่าจะมีประโยชน์กับนายนะ ลองใช้เวลาว่างอ่านมันดูสิ”

 

คาริโด้ถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกขอบคุณในทันที เขารับหนังสือมาแล้วเก็บมันอย่างระมัดระวัง

 

หนังสือที่ลิงค์แนะนำนั้นมักจะเป็นอีกระดับนึง เขาอ่านหนังสือแบบนี้มาห้าเล่มแล้วจนถึงตอนนี้และมีความเข้าใจในเวทย์มนตร์ที่ต่างจากเดิมอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้เขาสามารถถูกพิจารณาว่าเป็นนักเวทย์กึ่งทางการได้เลยเพราะการสั่งสอนของลิงค์

 

หลังจากที่คุยกันสัพเพเหระ, ลิงค์ก็เริ่มจัดการเรื่องที่พักให้เซลีน

 

ลูซี่พูด “ตอนนี้ค่ายเต็มอยู่ คุณเซลีนสามารถมาอยู่กับฉันได้ในตอนนี้ และเธอก็สามารถย้ายไปยังบ้านไม้หลังใหม่ได้ในตอนที่งานสร้างเสร็จสมบูรณ์ค่ะ”

 

ลิงค์คิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีแล้วมองไปที่เซลีน, ซึ่งเธอก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเธอในการทดสอบเจตนาที่แท้จริงของลูซี่ หลังจากนั้น, ลิงค์ก็ออกจากห้องโถงและกลับไปที่ห้องของเขาเพื่อสร้างอุปกรณ์เวทย์มนตร์ให้วาร์เตอร์ แล้วเขาก็สร้างคทาเวทย์มนตร์ของแวนซ์ด้วย ด้วยความที่ปัญหาสภาพอากาศนั้นมันน่ากดดันจริงๆ, เขาจึงต้องรีบดำเนินการและทำภารกิจที่พำนักใต้ดินให้สำเร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ขณะที่ลิงค์ออกจากบ้านไม้, เขาก็เห็นดอเรียสกำลังนั่งอย่างสบายใจภายใต้เพิงของเขาในขณะที่กำลังเคี้ยวเนื้อบาบีคิวชิ้นใหญ่อยู่ นอกจากนี้ยังมีชิ้นเนื้อดิบอยู่ข้างๆเขาด้วย, แต่เขาก็ไม่สนใจมันเลยสักนิด

 

ดูเหมือนว่าสิ่งมีชีวิตตัวนี้จะถูกเทคนิคการทำบาบีคิวของพ่อครัวเผด็จศึกเรียบร้อยแล้ว

 

Advent of the Archmage

Advent of the Archmage

Type: Author: , ,
เรื่องย่อ ลิงค์เป็นอาร์จเมจที่เก่งที่สุดในทุกๆเซิร์ฟเวอร์ เขาเพิ่งจะโค้นล้มบอสที่แข็งแกร่งที่สุด,เจ้าแห่งความลึก โนโซม่า ด้วยปาร์ตี้ของเขา อย่างไรก็ตาม,แทนที่เขาจะกลับไปที่เมื่อง เขากลับถูกส่งตัวไปที่พื้นที่ลับด้วยพิกเซลCG มันให้ความรู้สึกเหมือนกับสูญญากาศ และภายในนั้นก็ได้มีเสียงที่ยิ่งใหญ่และมากด้วยอำนาจที่เรียกตัวเองว่าพระเจ้าแห่งแสงสว่างดังขึ้น “ลิงค์ เจ้าเต็มใจที่จะเป็นผู้ช่วยชีวิตที่จะดึงโลกแห่งฟิรูแมนออกจากความปั่นป่วนไหม?” ภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้มันอะไรกัน! ถ้ามันเป็นโลกจริง ลิงค์ คงจะปฏิเสธไปในทันที อย่างไรก็ตามเขาก็มีความแน่วแน่ที่จะเป็นฮีโร่ในเกมส์ “จัดไปเลย!” ลิงค์ ตอบอย่างมั่นใจ “ถ้างั้นก็ขอให้เจ้าโชคดี” และนั่นจะเป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่เต็มไปด้วย เวทย์มนตร์,มิตรภาพ,การทรยศ,ความรัก และความสิ้นหวังของ ลิงค์ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของฟิรุแมน Link was the top Archmage in the entire server. He had just defeated the strongest boss, the Lord of The Deep, Nozama with his party. However, instead of going back to town, he was transported to a secret location with pixelated CG. It sort of felt like a vacuum, and within it came a glorious and commanding voice that calls himself the God of Light. “Link, would you be willing to be the saviour who will pull the World of Firuman out from the churning abyss?” What a huge mission! If it was in the real world, Link would have rejected it immediately. However, he was bent on being the hero in game. “Bring it on!” Link answered confidently. “Then, best of luck.” And so began Link’s journey of magic, friendship, betrayal, love and despair in the ever changing World of Firuman.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset