Advent of the Archmage – ตอนที่ 234: ถ้าสู้ไม่ได้ก็หนีซะสิ!

เยี่ยม ตอนนี้ลิงค์ได้ล่ออาเซเลีย, ผู้คุ้มครองอุปกรณ์ระดับเทพเจ้าออกมาได้แล้ว เฟลิน่ากับคนอื่นๆน่าจะไม่มีปัญหาในการไปช่วยคาร์โนสในป้อมแล้ว

 

พออาเซเลียออกมาจากป้อมโครงกระดูก ก็มีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนหน้าอินเตอร์เฟส

 

ภารกิจสำเร็จ:ลักลอบหรือใช้กำลัง?

ผู้เล่นได้รับรางวัล100แต้มโอมนิ

ผู้เล่นได้รับ สายเลือดสัมพันธ์ธาตุ

ผสมสายเลือดตอนนี้เลยไหม?

 

ลิงค์ไม่ได้ตอบระบบเกมส์ในทันที เพราะเขากำลังคิดถึงประสบการณ์แย่ๆเกี่ยวกับการแปลงร่างของเขาเมื่อครั้งก่อน

 

เขามองไปทางที่อาเซเลียกำลังใกล้เข้ามา

 

“การแปลงร่างจะใช้เวลานานเท่าไหร่?” เขาถามระบบเกม

 

ครึ่งชั่วโมง

 

“ถ้างั้นเอาไว้ก่อน” ลิงค์ตอบพร้อมกับเริ่มที่จะถอย

 

ในตอนนี้พลังของอาเซเลียนั้นสูงกว่าพลังของลิงค์ในตอนนี้มาก ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะหนี

 

แต่แน่นอน เพื่อที่จะทำให้มั่นใจว่าเฟลิน่าจะช่วยนักดาบรุ่งอรุณได้สำเร็จ เขาจะต้องไม่วิ่งให้เร็วเกินไปจนอาเซเลียตามเขาไม่ได้…โอเค ลืมมันไปซะเถอะ มันชัดเจนสำหรับลิงค์ดีว่าอาเซเลียนั้นรวดเร็วมากขนาดไหน!

 

ลิงค์มีความคิดขึ้นมา

 

“เพิ่มปริมาณมานาสูงสุด” เขาสั่งระบบเกม “ใช้ค่าโอมนิ 200 แต้ม”

 

ไม่เพียงแค่นั้น ลิงค์ยังหยิบน้ำยามานาระดับสูงขึ้นมาดื่มอีกด้วย ตอนนี้ มานาของเขาได้เพิ่มเป็น 4,135 แต้ม จากนั้นลิงค์ก็ใช้ข้ามมิติโดยไม่ลังเล

 

เขาได้ใช้มานา 1,800 แต้มไปในครั้งเดียว แสงสีขาวเริ่มปกคลุมร่างของลิงค์ และในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็อยู่ห่างจากจุดเดิมที่เขายืนอยู่ถึงครึ่งไมล์

 

เขามองกลับไปและเห็นอาเซเลียตัวเล็กลงจนแทบจะมองไม่เห็นในพื้นที่ทุ่งหิมะสีขาว

 

โดยไม่ชักช้าลิงค์ได้วิ่งหนีต่อ

 

“เบาดั่งขนนก!”

“รวดเร็วดั่งชีต้าห์!”

 

ด้วยความช่วยเหลือของเวทย์ทั้งสอง ลิงค์ก็กระโดดลงจากทางลาดหิมะ และจากนั้นเขาก็ลอยบนอากาศเหมือนกับขนนก หลังจากร่อนลงไปได้ประมาณ 100 ฟุต ร่างของเขาก็เริ่มร่วงลง แต่ก่อนที่เขาจะถึงพื้น เขาก็แตะไปที่พื้นหิมะเบาๆเพื่อทำให้เขาสามารถลอยได้ไกลขึ้น และนี่ก็เป็นวิธีการที่ลิงค์ใช้หนีโดยที่ไม่ทิ้งรอยเท้าเอาไว้บนหิมะเลย

 

ความเร็วของเขานั้นค่อนข้างสูงมันอยู่ที่ประมาณ 70 ฟุตต่อวินาที แต่ว่ามันก็ยังเร็วไม่พอ จากที่เขาเห็น, อาเซเลียนั้นรวดเร็วพอๆกับเสือนภาที่ประมาณ 650 ฟุตต่อวินาที เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความเร็วของเขาก็เหมือนกับเต่าคลาน เธอจะไล่ตามเขาทันในไม่ช้านี้

 

อย่างที่คิดเอาไว้ พอลิงค์มาถึงปลายสุดของทางลาดซึ่งเป็นระยะประมาณ 650 ฟุต อีก 10 วินาทีต่อมา อาเซเลียก็ได้มารอเขาอยู่ที่นั่นแล้ว

 

“ทำไมเจ้าถึงหนีล่ะ ลิงค์?” เธอถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน “อย่ากลัวข้าไปเลย ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก”

 

เสียงของอาเซเลียนั้นทำให้ลิงค์ขนลุกไปทั้งตัว

 

ภายในเกม แม้ว่าชื่อจริงของเธอจะชื่ออาเลเซีย แต่ก็ไม่มีใครเรียกเธออย่างนั้น เธอโด่งดังมากกว่าในชื่อสตรีอสรพิษ เขาว่ากันว่าผู้เล่นหลายคนได้ถูกน้ำเสียงของเธอหว่านสเน่ห์ บางคนถึงกับเปลี่ยนไปเพียงเพราะได้ฟังเธอพูด ในขณะที่บางคนก็ถูกยั่วยวนด้วยการส่ายเอวอันผอมบางของเธอในตอนที่เธอเดิน ผู้เล่นหลายคนถึงขั้นสร้างแฟนวิดีโอที่มีเนื้อหาลามกด้วยชื่อว่า “วันที่ผมและสตรีอสรพิษได้***กัน”

 

แต่นั่นเป็นเพียงความบ้าคลั่งของผู้เล่นซึ่งตัวลิงค์เองไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับมัน โดยเฉพาะในตอนนี้ ในตอนที่สตรีอสรพิษพยายามที่จะพาเขาไปที่ป้อมและแปลงกายเขาให้เป็นสิ่งมีชีวิตไสยเวทย์ ความรู้สึกเดียวที่เสียงของเธอส่งผลกับเขาก็คือความกลัว เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากการไปให้ไกลจากผู้หญิงคนนี้ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

แต่ก็โชคร้ายที่ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหนีจากเธอในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะอัญเชิญอินทรีพายุออกมา เขาก็ไม่สามารถบินไปได้ไกลเพราะว่ามานาของเขาเหลือน้อยแล้ว

 

แต่ว่าลิงค์ยังคงมีแผนการบางอย่างซ่อนเอาไว้อยู่

 

เขามองอาเซเลียและเดินลงมาจากทางลาดหิมะอย่างช้าๆ จากนั้นเขาก็เอารูนแสงที่เอร์เรร่าได้ให้เขาออกมา หินรูนนี้มีพลังมหาศาลอยู่ เมื่อดูจากออร่าของมัน ลิงค์คาดว่ามันน่าจะมีพลังเท่ากับเวทย์เลเวล 7 ยังไงก็ตาม นี่มันก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้อาเซเลียบาดเจ็บได้ ถ้าไร้ซึ่งไหวพริบ มันก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอช้าลงด้วยซ้ำ

 

หลังจากที่เอาหินรูนออกมา ลิงค์ยังไม่ได้ใช้มันในทันที เขาได้ร่ายเวทย์อื่นออกมาก่อน-บิดเบือนพื้นที่!

 

ประมาณ 0.1 วินาทีต่อมา เลนส์ทรงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6.5 ฟุตก็ปรากฏขึ้นข้างตัวเขา มันดูเหมือนกับลูกแก้วยักษ์โปร่งแสงเลย

 

นี่เป็นขั้นแรกของแผนการของลิงค์

 

จากนั้นลิงค์ก็ได้ใช้งานรูนแสง

 

พลังงานแสงที่อยู่ข้างในได้เริ่มทำงาน และในทันใดนั้นเองก็มีแสงสีขาวปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของหินรูน มันขยายออกและระเบิด แต่ก่อนที่มันจะระเบิด ลิงค์ได้รีบโยนหินรูนเข้าไปในพื้นที่บิดเบี้ยวยักษ์ที่อยู่ข้างเขา

 

เมื่อหินรูนได้ไปถึงใจกลางของมิติบิดเบี้ยว ระเบิดแสงสว่างจ้าก็เกิดขึ้น แต่ที่น่าแปลกก็คือแสงนั้นถูกทำให้บิดเบี้ยวและติดอยู่ในมิตินั้น และออกมาจากมันไม่ได้ ถ้าเกิดว่าลำแสงมีความคิดของมัน พวกมันก็คงคิดว่ากำลังเดินทางเป็นเส้นตรงอยู่ แต่เมื่อมองจากภายนอก แสงนั้นเพียงแค่วนเป็นวงกลมอยู่ในมิติปิดของพื้นที่บิดเบี้ยวเท่านั้นเอง

 

เหตุผลนั้นก็ง่ายนิดเดียว-พื้นที่ภายในมิตินั้นได้ถูกดัดให้เป็นวงกลมยังไงหล่ะ!

 

ในตอนนี้ มันดูเหมือนกับว่าวงกลมนั้นไม่ได้ส่องแสงอะไรเลย ดังนั้นมันจึงดูโปร่งแสงเหมือนกับก่อนหน้านี้และไม่เป็นอันตราย

 

บนทางลาดหิมะ อาเซเลียเดินต่อไปอย่างเอื่อยเฉื่อย เธอไม่ได้สนใจการกระทำของลิงค์มากเพราะเธอคิดว่ามันอ่อนแอเกินกว่าที่จะทำอะไรเธอได้ ในสายตาของเธอในตอนนี้, มันเหมือนกับมองสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆของเธอกำลังเล่นกับของเล่นของมันอยู่ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้เธอไปขัดมันเลยแม้แต่นิดเดียว

 

แต่ไม่นานนัก มันก็ไม่ได้ดูไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว บอลโปร่งแสงที่อยู่ใกล้ๆลิงค์เริ่มมีแสงจางๆ และในตอนนี้มันก็ดูไม่มีพิษภัย แต่สิ่งที่ทำให้อาเซเลียตกใจก็คือ พลังงานแสงนั้นเป็นพลังงานที่ควบคุมได้ยากที่สุดในโลกนี้ ถ้าเกิดว่ามันถูกปล่อยออกมา ก็จะไม่มีทางย้อนกลับได้ ไม่มีทางที่จะควบคุมเส้นทางหรือพฤติกรรมของมันได้ แต่นักเวทย์ที่อยู่ตรงหน้าของเธอกำลังใช้เวทย์มิติของเขาในการควบคุมพลังงานแสงอันมหาศาลเหมือนกับนักขี่ม้าที่ทำให้ม้าเชื่องด้วยบังเหียน!

 

ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงปัญญาและพลังอันน่าอัศจรรย์!

 

“อ้า..ช่างประณีตสวยงาม ไร้เดียงสาและฉลาดอะไรเยี่ยงนี้ ลิงค์” เธอพูด “แต่ข้าเกรงว่าเวลาเล่นของเจ้าจะหมดลงแล้วหล่ะ”

 

พอเธอพูดจบ ความเร็วของอาเซเลียก็เพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดและตัวของเธอก็เริ่มกลายเป็นหมอก จากนั้นเธอก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนกับลำแสงและพุ่งตรงมาหาลิงค์

 

ลิงค์เพียงแค่ยืนอยู่ที่นั่นและไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ดวงตาของเข้าได้โฟกัสและกลายเป็นสีดำสนิท ตอนนี้เขาได้เข้าสู่สถานะการร่ายเวทย์แล้ว

 

ในตอนนี้ ทุกอย่างในโลกนั้นดูเคลื่อนที่ได้ช้ามากๆ ยกเว้นแค่อาเซเลีย ที่ความเร็วของเธอในตอนนี้สูงมากจนคนปกติไม่สามารถมองเธอได้อย่างชัดเจน แต่เธอก็ยังคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เร็วที่สุดที่ลิงค์เคยสู้ด้วย อันที่จริง ความเร็วของอาเซเลียนั้น เป็นเพียงแค่ครึ่งเดียวของนานะเท่านั้น

 

แม้ว่าความเร็วนั้นจะสูงมากๆ แต่แม้กระทั่งนานะก็ยังไม่เคยลอบโจมตีลิงค์ได้เลย แล้วอาเซเลียจะไปมีโอกาสอะไรหล่ะ?

 

สายตาของลิงค์จดจ่ออยู่กับอาเซเลีย และจิตใจของเขาก็เยือกเย็น ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็ควบคุมมิติบิดเบี้ยวซึ่งช่วยให้เขานำทางและควบคุมพลังงานแสงที่อยู่ข้างในได้

 

ขั้นตอนนั้นเกิดขึ้นอยู่ประมาณครึ่งวินาที; ลิงค์รู้ว่าเขาจะถึงขีดจำกัดในตอนที่อาเซเลียอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ 100 ฟุต

 

“ไป!” ลิงค์ตะโกน

 

ภายในชั่วพริบตา พลังงานแสงที่ติดอยู่ก็เจอทางออกที่จะหนีออกจากมิติบิดเบี้ยวได้  และในทันใดนั้นเอง พลังงานทั้งหมดที่ถูกกักอยู่ข้างในก็พุ่งออกมาผ่านรูเล็กๆ

 

ในสายตาที่อาเซเลียเห็นคือสิ่งนี้: ลิงค์ถือคทาอยู่ในมือของเขา และด้านหน้าคทาก็มีบอลแสงคริสตัลอันใหญ่ ภายในของมันมีแสงสีม่วงอยู่ เมื่อมองจากด้านข้าง แสงสีม่วงนี้ดูไม่ได้สว่างมากมายนัก แต่มันดูเหมือนกับถูกบีบอัดเอาไว้อยู่ อาเซเลียคิดว่าแสงนี้คงจะไม่เป็นภัยคุกคามอะไรเพราะว่าพลังที่เธอสัมผัสได้จากบอลแสงนั้นไม่ได้มากมายนัก  แต่เมื่อแสงสีม่วงได้มาโดนร่างกายของเธอ เธอก็รู้สึกได้ว่ามันร้อนมากๆ ดังนั้นเธอจึงหยิบโล่เบาพลังงานความมืดเลเวล 7 ขึ้นมาตามสัญชาติญาณ

 

เธอรู้ว่าที่แสงนั้นไม่ได้สว่างมากเพราะว่ามันได้ถูกบีบอัดเอาไว้และหนาแน่นมาก เมื่อมองจากด้านข้าง มันดูค่อนข้างอ่อน แต่เมื่อมองมันตรงๆ มันสว่างมากจนทำให้คนที่มองตาบอดได้เลย

 

ซู่ววว!!!

 

ลำแสงทะลุผ่านโล่เลเวล 7 เหมือนกับว่ามันบางราวกับฟองสบู่

 

ตูมมม!!!

 

หน้าผากของอาเซเลียโดนเข้ากับลำแสง ทำให้กะโหลกของเธอเกิดรูขนาดเท่ากำปั้นขึ้น ซึ่งนี่ทำให้เธอเสียหลักในทันทีและกระเด็นออกห่างจากลิงค์ ในตอนที่ร่างของเธอลอยอยู่กลางอากาศ ลิงค์ก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีแผ่นแสงสีดำๆลอยป้องกันอยู่รอบตัวเธอ ลิงค์รู้ว่าถึงแม้ว่าเธอจะมีรูอยู่บนกะโหลก แต่อาเซเลียก็ยังไม่ตาย พลังงานของอุปกรณ์ระดับเทพเจ้าได้ปกป้องเธอเอาไว้  ตอนนี้อาเซเลียได้กลายเป็นหุ่นเชิดของอสรพิษทมิฬแล้ว ดังนั้นเธอคงจะไม่ถูกจัดการได้ง่ายๆ ด้วยพลังของลิงค์ในตอนนี้ เขาไม่มีทางที่จะทำลายการป้องกันที่อยู่รอบๆตัวของอาเซเลียได้เลย ลิงค์คาดว่าต่อให้เขามีนักเวทย์ในตำนานอีกคนก็ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าพวกเขาจะจัดการกับอาเซเลียได้

 

ผ่านม่านสีดำรอบตัวเธอ ลิงค์เห็นรูบนกะโหลกของอาเซเลียกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและกลายเป็นสมองอันใหม่,กล้ามเนื้อ,เส้นเลือด และอื่นๆ หัวหน้าใหญ่ของพวกกูลนั้นมีความเร็วในการฟื้นตัวที่มากกว่าพวกกูลปกติถึง 10 เท่า แม้ว่ากะโหลกของเธอจะเป็นรูมันก็เป็นเพียงแค่แผลเล็กน้อยเพราะว่าเธอนั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เป็นอิสระอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เธอเป็นทาสรับใช้ของอุปกรณ์ระดับเทพเจ้า!

 

แต่ถึงอย่างนั้น การโจมตีของลิงค์ก็ยังมีผลกับเธอ เธอจะต้องได้รับความเจ็บปวดและรู้สึกมึนหัวไปพักนึง ดูจากความเร็วในการรักษาแผลของเธอ มันคงใช้เวลาประมาณ 1 นาทีในการทำให้เธอมีสติกลับมา

 

นี่เป็นโอกาสทองของเขาที่จะใช้เวทย์เทเลพอร์ทได้อีกครั้ง

 

พรึ่บ…

 

แสงสีขาวปกคลุมร่างของลิงค์ และเขาก็หายไปจากตรงนั้น ในพริบตาต่อมา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แต่เขาไม่ได้หนีลงไปทางใต้ กลับกัน ตอนนี้เขามาอยู่ที่ประตูทางเข้าป้อมโครงกระดูก

 

อีกไม่นานอาเซเลียจะได้สติกลับมา ดังนั้นลิงค์จึงรีบเข้าไปในป้อมในขณะที่จัดการฆ่านักรบโครงกระดูกที่เขาเจอตามทางไปด้วย

 

“เฟลิน่า!” เขาตะโกน “แอนนี่! ลาร์สัน! เอาตัวคาร์โนสแล้วหนีออกมาได้เลย!”

 

3 วินาทีต่อมา ลิงค์ก็เห็นเฟลิน่าวิ่งออกมาจากห้องโถงใหญ่ที่อยู่ชั้นแรก เธอนำทางมาในขณะที่กวัดแกว่งอาวุธของเธอที่เป็นกรงเล็บมังกรใหญ่โตไปด้วย ด้านหลังของเธอ แอนนี่กับคนที่เหลือได้ตามมา แอนนี่กับหน่วยสอดแนมคนอื่นได้คอยช่วยเหลือคาร์โนสที่ดูเหมือนว่าเขาจะถูกปกคลุมด้วยพลังงานแห่งความมืด

 

ดูเหมือนว่าคาร์โนสจะยังคงสติเอาไว้ได้อยู่ แต่ดวงตาของเขาเป็นสีแดง และร่างกายของเขาก็กระตุกอย่างไม่เป็นธรรมชาติในบางครั้ง ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่

 

เมื่อเห็นอย่างนั้น ลิงค์ก็สังหรณ์ได้ถึงอันตราย แต่ในตอนนี้ เขาไม่มีเวลามาชักช้าแล้ว ดังนั้นเขาจึงร่ายเวทย์ระเบิดเพลิงใส่กองทัพนักรบโครงกระดูก 100 กว่าตัว

 

ตู้มมม!!!

 

นักรบโครงกระดูกกลายเป็นซากทั้งหมด และลิงค์ก็วิ่งตรงไปเข้าร่วมกับเฟลิน่าและคนอื่นๆ

 

เมื่อเขามาถึง เขาก็หยิบคัมภีร์มิติที่เขาได้มาจากเอเลนอร์ออกมาในทันที

 

 

“ทุกคนตามฉันมา” เขากระซิบ “พวกเราจะต้องออกจากที่นี่ผ่านอาณาจักรอื่น ”

 

อาณาจักรนั้นถูกเข้าใจในภาษามนุษย์โลกเหมือนกับคำว่ามิติ ในจักรวาลนี้มีอยู่หลากหลายมิติ  บางที่ก็ขยายไปอย่างไม่มีสิ้นสุด  บ้างก็บีบตัวเองให้เป็นวง โดยปกติแล้ว มนุษย์นั้นจะอาศัยอยู่ได้ในเฉพาะมิติที่ขยายออก และนั่นก็คือพื้นฐานของมิติของโลกของพวกเรา

 

ในอีกด้านหนึ่ง นักเวทย์สามารถเข้าไปในมิติที่เป็นวงได้เช่นกัน และพวกมันก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อ อาณาจักรอื่น

 

ตามทฤษฏีนั้น มีอาณาจักรอื่นอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน ไม่ได้มีเพียงแค่อาณาจักรที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตเท่านั้น ความจริงคือ มีเพียงแค่ประมาณ 10 อาณาจักรเท่านั้นที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตได้

 

แต่ว่าในการเข้าไปสู่อาณาจักรอื่นนั้น จำเป็นต้องใช้กุญแจ

 

คัมภีร์มิติที่เอเลนอร์ให้เขามานั้นก็เป็นหนึ่งในกุญแจพวกนั้น หากมีมัน คนผู้นั้นจะสามารถเข้าไปยังอาณาจักรวิญญาณได้ ที่นั่นมันคงจะอันตรายมาก เพราะว่าคุณจะได้เห็นวิญญาณเร่ร่อน สัตว์ประหลาดจากฝันร้ายที่กลืนกินวิญญาณและอื่นๆ แต่ว่า ในตอนนี้พื้นที่อันตรายนั้นยังดีกว่าโลกแห่งความเป็นจริงที่อาเซเลียกำลังไล่ตามพวกเขาอยู่

 

ยังไงซะ การเข้าไปยังอาณาจักรวิญญาณก็เป็นเพียงแค่ทางเดียวที่ลิงค์กับคนอื่นๆที่เหลือจะสามารถหนีออกจากป้อมโครงกระดูกและกลับไปยังป้อมบนยอดภูเขาน้ำแข็งได้

 

พวกเขาคนอื่นที่ไม่ใช่นักเวทย์ไม่สามารถเข้าใจแนวคิดเรื่องอาณาจักรอื่นได้อย่างถ่องแท้ หน่วยลาดตระเวนนั้นสับสนอย่างเต็มที่ แอนนี่สามารถเข้าใจมันได้เล็กน้อย ในขณะที่เฟลิน่านั้นคุ้นเคยกับมันมาก เธอเป็นคนแรกที่ตอบสนองกับลิงค์

 

“เข้าใจแล้ว” เธอพูดพร้อมกับพยักหน้า “งั้นพาพวกเราเข้าไปเลย!”

 

ลิงค์พยักหน้าพร้อมกับใช้คัมภีร์มิติ

 

มีเสียงเบาๆดังขึ้นตามมา จากนั้นฉากที่อยู่ด้านหน้าพวกเขาก็เปลี่ยนไปในทันที

 

ภูมิประเทศหยาบๆรอบๆพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมาก แต่ว่ามันไม่มีป้อมโครงกระดูกอีกต่อไปแล้ว  ไม่มีลมหนาว ไม่มีทุ่งหิมะ นักรบโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนก็หายไปเช่นกัน แต่ทุกอย่างกลับถูกแทนที่ด้วยเมืองใหญ่

 

เมืองนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่ดูเหมือนกับคนเถื่อนในทุ่งน้ำแข็งโดยตัดสินจากท่าทางและลักษณะภายนอก สีหน้าของพวกเขานั้นแปลกมาก พวกเขาดูมึนงง ดวงตาว่างเปล่า และเดินอย่างไม่มีจุดหมาย อีกทั้งพวกเขายังไม่สนใจลิงค์และคนอื่นๆในตอนที่พวกเขาเดินผ่านอีกด้วย

 

สิ่งที่แปลกก็คือ ผิวหนังของพวกเขาทุกคนถูกเผาไหม้

 

“ทำไมที่นี่มันถึงหลอนอย่างนี้เนี่ย?” หน่วยสอดแนมคนนึงถาม

 

“นี่คือป้อมโครงกระดูกในอาณาจักรวิญญาณ” ลิงค์กระซิบ “พวกนี้คือวิญญาณที่ยังไม่ถูกอสรพิษทมิฬกลืนกิน รีบออกเดินทางกันเถอะ พวกเราจะขึ้นไปทางเหนือ ระวังตัวอย่าให้ถูกอสรพิษทมิฬพบเข้าหล่ะ”

 

ตัวอาเซเลียนั้นไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ที่น่ากลัวจริงๆก็คืออุปกรณ์ระดับเทพเจ้าที่อยู่ในมือของเธอ ซึ่งการโจมตีนั้นสามารถทะลุผ่านบาเรียระหว่างอาณาจักรได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นพวกเขาจะต้องระวังตัวตลอดเวลา

Advent of the Archmage

Advent of the Archmage

Type: Author: , ,
เรื่องย่อ ลิงค์เป็นอาร์จเมจที่เก่งที่สุดในทุกๆเซิร์ฟเวอร์ เขาเพิ่งจะโค้นล้มบอสที่แข็งแกร่งที่สุด,เจ้าแห่งความลึก โนโซม่า ด้วยปาร์ตี้ของเขา อย่างไรก็ตาม,แทนที่เขาจะกลับไปที่เมื่อง เขากลับถูกส่งตัวไปที่พื้นที่ลับด้วยพิกเซลCG มันให้ความรู้สึกเหมือนกับสูญญากาศ และภายในนั้นก็ได้มีเสียงที่ยิ่งใหญ่และมากด้วยอำนาจที่เรียกตัวเองว่าพระเจ้าแห่งแสงสว่างดังขึ้น “ลิงค์ เจ้าเต็มใจที่จะเป็นผู้ช่วยชีวิตที่จะดึงโลกแห่งฟิรูแมนออกจากความปั่นป่วนไหม?” ภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้มันอะไรกัน! ถ้ามันเป็นโลกจริง ลิงค์ คงจะปฏิเสธไปในทันที อย่างไรก็ตามเขาก็มีความแน่วแน่ที่จะเป็นฮีโร่ในเกมส์ “จัดไปเลย!” ลิงค์ ตอบอย่างมั่นใจ “ถ้างั้นก็ขอให้เจ้าโชคดี” และนั่นจะเป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่เต็มไปด้วย เวทย์มนตร์,มิตรภาพ,การทรยศ,ความรัก และความสิ้นหวังของ ลิงค์ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของฟิรุแมน Link was the top Archmage in the entire server. He had just defeated the strongest boss, the Lord of The Deep, Nozama with his party. However, instead of going back to town, he was transported to a secret location with pixelated CG. It sort of felt like a vacuum, and within it came a glorious and commanding voice that calls himself the God of Light. “Link, would you be willing to be the saviour who will pull the World of Firuman out from the churning abyss?” What a huge mission! If it was in the real world, Link would have rejected it immediately. However, he was bent on being the hero in game. “Bring it on!” Link answered confidently. “Then, best of luck.” And so began Link’s journey of magic, friendship, betrayal, love and despair in the ever changing World of Firuman.

Comment

Options

not work with dark mode
Reset