Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ – ตอนที่ 1391 บรรพจารย์อสูรมารผู้เดือดคลั่ง

หน้าของราชันเกราะทองบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราดเพราะความเจ็บปวดรุนแรง เขาพยายามขัดขืน แต่ร่างกลับถูกอานุภาพกดดันของหลินสวินกดทับไว้อย่างแน่นหนา

สิ่งนี้ทำให้เขาเข้าใจโดยสิ้นเชิง ครั้งนี้เจอเข้ากับพวกของแข็งแล้ว!

“เจ้าเป็นใคร เหตุใดถึงปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้”

เสียงของเขาแหบพร่า บนหน้าเปี่ยมด้วยความเคียดแค้นและสงสัย

“เจ้าไม่ได้ลั่นวาจาว่าจะรับข้าเป็นข้ารับใช้หรอกหรือ ทำไมพอข้าอยู่ตรงหน้าเจ้า เจ้ากลับจำไม่ได้เสียแล้วล่ะ”

หลินสวินสีหน้าราบเรียบ

“เป็นเจ้า หลินสวิน!”

ราชันเกราะทองแข็งทื่อไปทั้งตัว เบิกตากว้าง มีอาการไม่อยากเชื่อ

ก่อนหน้านี้ตอนที่รู้ว่าในนครต้องห้ามแห่งจักรวรรดิมีชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่าหลินสวิน เคยเหยียบย่ำทำลายตระกูลทรงอิทธิพลชั้นสูงสองตระกูลใหญ่ ราชันเกราะทองก็รู้สึกแปลกใจยิ่ง แต่มีความสุขบนคราวเคราะห์ของผู้อื่นเสียมากกว่า

ศึกภายในของเผ่ามนุษย์ เอื้อประโยชน์ต่อขุมอำนาจสัตว์อสูรมารอย่างพวกเขา

แต่เขากลับคิดไม่ถึง คนหนุ่มเช่นนี้จะปรากฏตัวอยู่ในถิ่นของเขาได้ หนำซ้ำ… ความแข็งแกร่งยังน่ากลัวถึงเพียงนี้

ควรรู้ว่าเขาเป็นถึงราชันอสูรมารอมตะเคราะห์ด่านเจ็ดเชียว!

แต่ยามนี้แม้แต่อานุภาพกดข่มของหลินสวินยังต้านไม่ได้ ถูกบีบให้คุกเข่าลงตรงๆ สิ่งนี้มีหรือจะไม่ทำให้ราชันเกราะทองตกใจ

จักรวรรดิมีพวกร้ายกาจเช่นนี้โผล่ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แถมยังอายุน้อยเช่นนี้อีก

“ตอบคำถามข้ามาสักสองสามข้อ ข้าสามารถทำให้เจ้าได้ตายสบายขึ้นมาหน่อย”

แววตาหลินสวินเย็นเยียบลุ่มลึก

“น่าขัน ถ้าอยู่โลกภายนอก บางทีข้ายังอาจลังเล แต่อยู่ที่นี่…”

ขณะราชันเกราะทองพูดก็ร้องเสียงดังลั่นขึ้นมา “ใต้เท้าบรรพจารย์อสูรมาร ท่านโปรดลงมือ สังหารเจ้าเดรัจฉานนี่ด้วยเถิด!”

ตูม!

ก็เห็นห้วงกระแสน้ำวนกลางอากาศมีมือใหญ่ข้างหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัวของแสงสีเลือดโฉบออกมา พุ่งแผ่ครอบมาทางหลินสวิน

มือใหญ่นั้นแสงเลือดไหลเวียน แผ่กลิ่นอายชั่วร้ายที่น่าสะพรึงหาใดเปรียบ ประหนึ่งมือมารที่พุ่งออกมาจากนรก

นัยน์ตาหลินสวินหดรัดลง เงาร่างถอยหลังไป

กลิ่นอายของมือใหญ่สีเลือดสายนั้นแปลกประหลาดอย่างที่สุด ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายร้ายแรง อย่างน้อยก็ต้องมีอานุภาพแข็งแกร่งระดับอริยะขึ้นไปจึงจะสามารถสำแดงการโจมตีนี้ได้

ปึง!

เหนือความคาดหมายของหลินสวิน ตอนที่มือใหญ่สีเลือดนั้นมาถึงกลางทาง จู่ๆ ก็เปลี่ยนทิศกะทันหัน ตบเข้าที่ร่างราชันเกราะทองซึ่งคุกเข่าหมอบบนพื้นอย่างรุนแรง

เพียงชั่วพริบตาร่างของเขาก็ถูกตบแบนราบ กลายเป็นบ่อเลือด

“ใต้เท้าบรรพจารย์อสูรมารท่าน…”

เสียงราชันเกราะทองเจือแววผิดหวัง ไม่อยากเชื่อ ยังไม่ทันสิ้นเสียง ทั้งกายและวิญญาณต่างก็มอดดับ

หลินสวินเห็นเช่นนี้ในใจก็เย็นวูบ

วู้ม!

โดยไม่ลังเล ธนูวิญญาณไร้แก่นสารและศรแห่งนภาครามถูกเขากุมไว้ในมือ พลังขับเคลื่อนทั่วร่างกู่ก้อง กลิ่นอายทั้งตัวห้อทะยานถึงสู่ระดับสูงสุดในพริบตา

ก่อนหน้านี้เขาเคยใช้ธนูวิญญาณไร้แก่นสารสังหารอริยะเทียมเผ่าอีกาทองสองคน ยามนี้ก็ต้องดูว่าจะสามารถต้านทาน ‘บรรพจารย์อสูรมาร’ ที่แปลกประหลาดนี้ได้หรือไม่

“น่าสนใจ ถึงกับให้ข้าได้เจอกับราชันที่เหยียบย่างมกุฎมรรคาคนหนึ่งบนโลกนี้เชียว”

ส่วนลึกของวังน้ำวนนั้น เสียงเย็นเยียบและขึงขังสายหนึ่งดังขึ้น

“เจ้าเป็นใคร”

หลินสวินขมวดคิ้ว

“สถานะของข้า เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติจะล่วงรู้ เดิมทีข้าตั้งใจจะกำจัดเจ้าเสีย แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว”

เสียงที่เย็นเยียบนั้นอื้ออึงกึกก้อง “ให้โอกาสเจ้าสักหน โขกหัวสาบานว่าจะรับใช้ข้า รอถึงยามที่ข้าออกด่าน จะมอบพลังระดับมกุฎอริยะให้เจ้าเอง!”

หลินสวินหลุดขำพรืดออกมา กล่าวว่า “ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าสักหน ไสหัวออกมาคุกเข่าร้องขอชีวิต ข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างสมเกียรติอยู่บ้าง”

ขณะพูดสายธนูสีแดงฉานปานเลือดของธนูวิญญาณไร้แก่นสารถูกง้างเต็มเหนี่ยว ส่งเสียงร้องครวญสะเทือนห้วงอากาศ

เสียงนั้นเงียบกริบลงทันควัน บรรยากาศก็พลอยเปลี่ยนเป็นตึงเครียดหาใดเปรียบด้วย

สถานการณ์ตึงเครียด!

หลินสวินรับรู้ได้อย่างชัดเจน ว่าส่วนลึกของวังน้ำวนนั้นมีพลังประหลาดที่น่าสะพรึงสะท้านโลกกำลังรวมตัวกันอยู่ ทำให้คนขนพองสยองเกล้า

“สมกับเป็นบุคคลที่เหยียบย่างมกุฎมรรคา ความกล้าหาญนี้ทำให้ข้ายังอดชื่นชมไม่ได้ หากเจ้าถวายชีวิตให้ข้า ไม่แน่ข้าอาจฉีกกฎ รับเจ้าเป็นศิษย์เบื้องท้าย ถ่ายทอดมรรคาสูงสุดแห่งการบรรลุอริยะกลายเป็นบรรพจารย์ให้แก่เจ้า!”

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง เจือแววชื่นชม

หลินสวินยิ้มบางๆ กล่าวว่า “เจ้ามีศักยภาพมากมายเช่นนี้ เหตุใดกลับไม่กล้าแสดงตัวเรื่อยมา หรือว่าเพราะถูกจองจำไว้ที่ใดสักแห่ง”

เหนือความคาดหมายของหลินสวิน เสียงนั้นกล่าวเรียบเฉย “เจ้าฉลาดยิ่ง ข้าเองก็ไม่คิดปิดบัง แต่เจ้ากลับไม่รู้เลย ต่อให้ตอนนี้จะยังไม่อาจหลุดพ้น ภายในสิบปีข้าจะต้องทำลาย ‘โซ่มรรคกักจิต’ นี่แล้วปรากฏตัวสู่โลกอีกครั้ง!”

เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อไปว่า “ข้าอยากรู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดโลกนี้ถึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ และเหตุใดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ถึงไม่เคยมีอริยะปรากฏตัวขึ้นหยุดยั้งภัยพิบัติที่หอบม้วนโลกหล้าครานี้เลย”

เสียงนั้นเจือพลังมอมเมาจิต “ง่ายดายยิ่ง พวกเขาต่างยากจะปกป้องตัวเองได้ ต้องไปสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งเพื่อสลายพิบัติเคราะห์ และลำพังอาศัยแค่ผู้แข็งแกร่งระดับราชันในโลกพวกนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะต้านทานการลุกลามของภัยพิบัติครั้งนี้!”

เปลือกตาหลินสวินกระตุก นึกถึงจักรพรรดิและจักรพรรดินีที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และนึกถึงคนอื่นๆ อย่างราชันกระหายเลือดจ้าวไท่ไหล เจ้าสำนักสำนักศึกษามฤคมรกต…

สิบกว่าปีแล้วที่ในจักรวรรดิเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่จากสัตว์อสูรมาร พวกเขากลับไม่เคยปรากฏตัว หรือว่าจะไปยังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งอย่างที่ ‘บรรพจารย์อสูรมาร’ ว่ามาจริงๆ

เช่นนั้นเป็นพิบัติเคราะห์แบบไหนกันถึงทำให้พวกเขายากปกป้องตัวเอง

“เรื่องพวกนี้ต่อให้ข้าไม่พูด จากศักยภาพของเจ้าย่อมต้องสืบข่าวรู้ได้อยู่แล้ว ข้าถึงขั้นบอกเจ้าได้เลยว่า ภายใต้ฟ้าดินแปรผันฉับพลันครั้งนี้ สภาพการณ์ที่เคยมีอยู่ถูกกำหนดให้ต้องถูกทำลาย และวันที่ข้าปลดเปลื้องพันธนาการ ทุกชีวิตในโลกนี้ล้วนต้องก้มกราบแทบเท้าข้า!”

เสียงเย็นเยียบเคร่งขรึมสายนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้าหนุ่ม หากเจ้ายอมสวามิภักดิ์ ถวายชีวิตแก่ข้าเสียแต่ตอนนี้ ลูกกลอนอมตะย้อนชะตาในมือเจ้าก็ถือว่าเป็นของขวัญที่ข้ามอบแก่เจ้า นอกจากนี้ยังจะมอบผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วนให้แก่เจ้าในภายภาคหน้าอีกด้วย”

จากนั้นเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกและต่ำลึกเฉียบพลัน “แต่หากเจ้าปฏิเสธอย่างไม่รู้จักดีชั่ว ข้ารับรองว่า…”

ไม่รอให้พูดจบก็ถูกหลินสวินตัดบท “เจ้าไม่รู้สึกว่าเจ้าพูดเหลวไหลมากเกินไปหน่อยหรือ”

“เจ้าว่า… อะไรนะ”

เสียงนั้นคล้ายไม่อยากเชื่อ หรือกล่าวได้ว่าเขาคิดไม่ถึงว่าพูดขนาดนี้แล้ว หลินสวินยังจะกล้าปฏิเสธเขาเช่นนี้อีก

ถึงขั้นที่กิริยาท่าทางยังไม่เกรงใจเช่นนี้ด้วย!

ควรรู้ว่าจากสถานะของเขา ในปีนั้นต่อให้เป็นอริยะ ในสายตาของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับบริวารข้ารับใช้กลุ่มหนึ่ง

แต่ยามนี้กลับถูกคนรุ่นเยาว์คนหนึ่งตัดบทเช่นนี้ นี่ทำให้เขาออกจะ… ผิดคาดอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ และเดือดดาลเพราะเหตุนี้ด้วย!

“ข้าบอกว่าเจ้าพูดเหลวไหลมากเกินไปแล้ว”

หลินสวินเอ่ยง่ายๆ “หากเจ้ามีปัญญา ต่อให้ไม่พูดก็คงสยบข้าได้ตั้งแต่จังหวะแรกแล้ว น่าเสียดายเจ้าดันไม่ได้ทำแบบนั้น นี่ก็พิสูจน์ได้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น”

พูดถึงตรงนี้นัยน์ตาสีดำของเขาเย็นเยียบลุ่มลึก จับจ้องส่วนลึกของวังน้ำวนกลางห้วงอากาศนั้นและกล่าวว่า “ตอนนี้เจ้าไม่มีปัญญาโจมตีสังหารข้าด้วยซ้ำ!”

เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นอึมครึมหาใดเปรียบทันที “เจ้าพูดถูก แต่ภายในสิบปี ยามที่ข้าหลุดพ้นการจองจำ เจ้าคิดว่ายังจะเป็นเช่นนี้อยู่อีกหรือ”

ริมฝีปากหลินสวินเหยียดหยัน “หลุดพ้นการจองจำ? อาศัยแค่ศักยภาพของตัวเจ้าเองคงไม่สามารถหลุดพ้นได้ภายในสิบปีแน่ เจ้าต้องการ ‘ของเซ่นไหว้’ มาบำรุงกำลัง ต้องมีคนช่วยเจ้ารวบรวม ‘ของเซ่นไหว้’ ราชันเกราะทองนั่นก็น่าจะเป็นหนึ่งในข้ารับใช้ที่ถวายชีวิตให้เจ้ากระมัง”

“หากข้าเดาไม่ผิด ราชันอสูรมารมากมายที่ปรากฏตัวในอาณาเขตจักรวรรดิอาจเป็นข้ารับใช้ของเจ้าทั้งหมด และเพราะมีราชันอสูรมารพวกนี้ถวายชีวิตรับใช้เจ้า รวบรวม ‘ของเซ่นไหว้’ ให้เจ้า ถึงทำให้เจ้าคิดว่าจะสามารถหลุดพ้นการจองจำได้ภายในสิบปีกระมัง”

เสียงนั้นเงียบกริบ ไม่เปล่งวาจาเนิ่นนาน

แต่เห็นได้ชัดว่าหลินสวินไม่คิดจะเลิกราเพียงเท่านี้ กล่าวต่อไปว่า “เจ้าว่า หากข้ารวบหัวรวบหางข้ารับใช้พวกนั้นของเจ้าในคราวเดียว ภายในสิบปี เจ้า… ยังจะหลุดพ้นการจองจำได้หรือไม่”

“น่าขัน!”

ทันใดนั้นเสียงนั้นก็ดังก้องขึ้น เพียงแต่เห็นได้ชัดว่าเย็นเยียบน่ากลัวหาใดเปรียบ “อาศัยแค่แมลงตัวจ้อยอย่างเจ้าเนี่ยนะ?”

“เจ้าไม่เชื่อหรือ เช่นนั้นก็ลองดู”

หลินสวินสีหน้าราบเรียบ

“เจ้าหนุ่ม…”

เสียงนั้นดังก้องขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ไม่รอให้พูดจบหลินสวินก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

ผึง!

ธนูวิญญาณไร้แก่นสารที่ง้างเต็มเหนี่ยวตั้งแต่ต้นยิงออกไปในชั่วพริบตา ทันใดนั้นพายุอสนีปั่นป่วน ศรวิญญาณไร้รูปสายหนึ่งพุ่งยิงออกไป

ตูม!

บึงเลือดเวิ้งว้างกกลางห้วงอากาศแตกระเบิดทันควัน ถูกโจมตีจนแหลกลาญ

และเวลานี้เอง วังน้ำวนที่ลอยอยู่เหนือบึงเลือดเริ่มก็โคลงเคลงรุนแรงขึ้นมาทันที เริ่มปริแตกพังครืนทีละส่วน

“เจ้า… ถึงกับกล้าทำลายแท่นบูชาของข้า…!”

เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นร้อนรน เดือดาล เปี่ยมด้วยความเคียดแค้นขุ่นเคืองไร้สิ้นสุดอย่างสิ้นเชิง กล่าวเน้นทีละคำ “รอให้ถึงคราวข้าหลุดพ้นการจองจำ จะต้องทำให้เจ้าอยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่สามารถอย่างแน่นอน!!”

ครืน!

ยามที่เสียงนั้นสิ้นสุด กระแสน้ำวนที่ลอยตัวกลางห้วงอากาศก็พังครืนทรุดฮวบ อันตรธานหายไปอย่างสิ้นเชิง

“แม้จะเป็นบรรพจารย์อสูรมารที่ไม่มีสิ่งใดทำไม่ได้ ก็ยังเป็นบรรพจารย์อสูรมารที่ถูกจองจำคนหนึ่ง ซ้ำยังเพ้อเจ้อเช่นนี้ เกรงว่าคนอื่นคงไม่รู้ว่าเขาไม่อาจปลดพันธการ… ดูท่าคงเพราะถูกจองจำนานเกินไป ถึงยังคิดว่าตัวเองทำได้ทุกอย่างเหมือนในกาลก่อนอยู่กระมัง”

สีหน้าหลินสวินเจือแววเหยียดหยัน

เปลี่ยนเป็นคนอื่น จะต้องสะทกสะท้านเพราะคำพูดของบรรพจารย์อสูรมารแน่

แต่ไม่ใช่เขา

ตั้งแต่แรกเขาก็มองออกแล้วว่า ‘บรรพจารย์อสูรมาร’ ที่ว่านี้ไม่สามารถปลดเปลื้องพันธนาการได้สักนิด บทสนทนาต่อจากนั้นก็ได้พิสูจน์จุดนี้แล้วด้วย

‘บรรพจารย์อสูรมาร’ ที่ไม่สามารถหลุดพ้นการจองจำได้ อาจทำให้คนอื่นกริ่งเกรง แต่หากอยากให้หลินสวินศิโรราบทั้งอย่างนี้ นั่นต่างหากที่เรียกว่าน่าขัน

“ที่แท้ก็เป็นนิ่มตัวหนึ่งนี่เอง…”

หลินสวินเหลือบมองปราดหนึ่ง ก็เห็นราชันเกราะทองที่ถูกตบตายคาพื้นเผยร่างเดิมออกมา ถึงกับเป็นตัวนิ่มสีทองความยาวหลายสิบจั้ง ร่างใหญ่เท่าเนินเขาเล็กๆ ลูกหนึ่ง

เขาสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่งแล้วเก็บร่างอีกฝ่ายขึ้นมา ก่อนหมุนตัวออกจากที่แห่งนี้

วู้ม!

เชิงเขาวิญญาณหยิน เงาร่างของหลินสวินเดินออกมาจากแท่นบูชาโบราณแห่งนั้น

เขาหมุนตัวทอดมองแท่นบูชานี้ หัวคิ้วขมวดมุ่น ภายในจักรวรรดิตอนนี้มีราชันอสูรมารมากมายซุ่มซ่อนอยู่ ราชันเกราะทองเป็นเพียงหนึ่งในนั้น

หากต้องการยับยั้งไม่ให้ ‘บรรพจารย์อสูรมาร’ นั่นหลุดพ้นการจองจำ ก็ต้องกำจัดราชันอสูรมารพวกนี้ให้หมดภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด!

หาไม่ภายใต้การช่วยเหลือของราชันอสูรมารพวกนี้ ก็จะมีการรวบรวมของเซ่นไหว้เพื่อให้ ‘บรรพจารย์อสูรมาร’ นั่นเสริมพลังได้มากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเร่งให้เขาหลุดพ้นการจองจำได้มากขึ้น…

“ใครจะไปคิดว่าจุดประสงค์ที่ราชันอสูรมารพวกนี้ก่อหายนะ เผาชิงปล้นฆ่า ก็แค่เพื่อให้ ‘บรรพจารย์อสูรมาร’ ที่ถูกจองจำนี้หลุดพ้นออกมา”

เมื่อหลินสวินนึกถึง ‘ของเซ่นไหว้’ พวกนั้น ในใจก็มีไอสังหารที่บอกไม่ถูกผุดขึ้นมา

ใช้ชีวิตและโลหิตสดๆ ของเด็กหญิงเด็กชายเผ่ามนุษย์ เป็นแหล่งที่มาของการฟื้นคืนพลังของ ‘บรรพจารย์อสูรมาร’ นี่ วิธีการฝึกปราณนองเลือดที่ชั่วช้าเลวทรามหาใดเปรียบนี้ ทำให้หลินสวินยังรู้สึกไม่ดีและรังเกียจอย่างที่สุด

ในวันนี้ หลินสวินคนเดียวเหยียบเขาวิญญาณหยินรังสัตว์อสูรมารจนพังพินาศ ล่วงรู้ความลับของ ‘บรรพจารย์อสูรมาร’ และหิ้วร่างราชันเกราะทองกลับมา

——

Related

Battling Records of the Chosen One

Battling Records of the Chosen One

BRCO, Tian Jiao Zhan Ji, 天骄战纪
Score 8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2016 Native Language: Chinese
ณ มหาทวีปชางถูอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเซียนอมตะผู้อยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า มีเทพมารบรรพกาลผู้ควบคุมโลกันต์ ก่อเกิดเป็นตำนานอันรุ่งโรจน์ไม่รู้จบบนหน้าประวัติศาสตร์ ในโลกใบเดียวกันนั้น เด็กชายนามว่าหลินสวินจำต้องอาศัยการฝึกปราณและการจารึกรอยสลักวิญญาณ บากบั่นมุ่งหน้าไปบนหนทางสู่ความเป็นหนึ่งแต่เพียงลำพัง หลินสวินเป็นผู้เดียวที่หนีรอดมาได้จากคุกใต้เหมือง ที่ที่เขาถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ยกเว้นเพียงความจริงไม่กี่อย่างที่ท่านลู่ ผู้อุปการะของเขาเป็นคนเล่าให้ฟัง ด้วยเครื่องมือวิญญาณโบราณสองอย่างที่ท่านลู่มอบไว้ให้ก่อนคุกใต้เหมืองจะถล่ม หลินสวินเริ่มออกเดินทางสู่จักรวรรดิจื่อเย่า เพื่อค้นหาว่าเพราะเหตุใดชีพจรวิญญาณของเขาจึงถูกพรากไป และใครที่เป็นคนสังหารครอบครัวของเขา จนทำให้เด็กชายต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่เป็นอยู่นี้ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงเด็กชายตัวผอมแห้งอายุสิบสองสิบสามที่ดูไร้พิษสง แต่ภายในนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณีเป็นที่สุด ท่านลู่เปรียบเสมือนแสงแดดอุ่นที่คอยสอนไม่ให้หลินสวินหยุดเรียนรู้และสอนวิชาเอาตัวรอดให้เขา ในทางกลับกัน ทหารยามและนักโทษทั้งหลายทำให้เขารู้จักว่าความดำมืดที่แท้จริงเป็นเช่นไร และมนุษย์คนหนึ่งจะชั่วช้าได้สักแค่ไหน… In the vast and boundless continent Cangtu, there were ancient sects governing the Ten Old Domains, unworldly immortal clans beyond the Blue Sky, and primordial demon gods dominating the dark abyss that together created a great number of brilliant stories over the long course of the history. In this very world, there was a boy, named Lin Xun, who embarked on his journey to the pinnacle of strength alone through cultivation and spiritual tattoo inscribing. Escaping alone from the Mine Prison where he had been living since he was adopted by Master Lu, Lin Xun knew nothing about his identity but the little information his adopter, Master Lu, had told him. With two ancient spiritual tools Master Lu gave to him before the destruction of the Mine Prison, Lin Xun started his journey to Ziyao Empire, where he is supposed to find out the truth of his lost Spiritual Vessel and the person who slaughtered his family, leaving him orphaned. Will he be able to unlock the mysteries of the two magic treasures, unveil the secrets of his identity and create a legend of his own?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset