NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง – ตอนที่ 192 ไปแก้แค้นสวีเถิงเฟย

บทที่192 ไปแก้แค้นสวีเถิงเฟย
“หมายความว่าไง?”ลู่หลุ่ยถาม
หลี่ฝางหัวเราะ พูดว่า:“จะหมายความว่าไงได้ ผมอยากถามคุณ ในใจคุณแล้ว เงินสำคัญ หรือว่าผมสำคัญ?”
เงินก้อนนั้น ที่จริงหมายถึงความภาคภูมิใจของตัวลู่หลุ่ยเอง
เมื่อนานแล้ว หลี่ฝางกับลู่หลุ่ยจนเหมือนกัน และก็เคยมีความดูแคลนตัวเองเช่นกัน
เมื่อกี๊ลู่หลุ่ยบอกว่าอยู่ต่อหน้าตัวเองแล้วไม่กล้าสู้หน้า แท้จริงแล้วเป็นการดูแคลนตัวเอง
“แน่นอนว่าคุณสิ”ลู่หลุ่ยไม่คิดสักนิด พูดไปตรงๆ
“ในเมื่อผมสำคัญกว่า ทำไมคุณเลือกที่จะห่างกับผมแค่เพราะเงินก้อนนั้นล่ะ?”
หลี่ฝางพูด: “คุณคบกับผมได้เลย จากนั้นก็ค่อยๆคืนเงินไง ยังไงผมก็ไม่รีบร้อน”
หลี่ฝางไม่ต้องการเงินก้อนนี้ด้วยซ้ำ
แต่หลี่ฝางรู้ ตัวเองไม่ต้องการ ในใจของลู่หลุ่ยก็ยิ่งรู้สึกเป็นหนี้มากขึ้น
“ไม่ได้”
ลู่หลุ่ยขมวดคิ้ว ส่ายหน้าพูด:“ถ้าไม่คืนเงินคุณ ฉันก็จะไม่มีทางแน่ใจว่า เพราะคุณช่วยฉัน ฉันเป็นหนี้คุณ คิดว่าเป็นหนี้คุณ ฉันเลยคบกับคุณ หรือว่าเพราะว่าชอบคุณ จึงคบกับคุณกันแน่”
“ไม่งั้นคุณให้เวลาฉันสองสามวัน ให้ฉันคิดดูดีๆ แล้วค่อยให้คำตอบคุณ”ลู่หลุ่ยพูด
ครั้งนี้หลี่ฝางกลับเห็นด้วย
อย่างแรก ลู่หลุ่ยพูดถึงปัญหานี้ ก็เป็นสิ่งที่หลี่ฝางใส่ใจที่สุด
หลี่ฝางก็กลัวว่าลู่หลุ่ยคบกับตัวเอง เพราะว่ารู้สึกขอบใจตัวเอง ไม่ใช่เพราะความรัก
อย่างที่สอง ลู่หลุ่ยบอกว่าให้เวลาเธอสองสามวัน เวลาสองสามวันนี้ อยู่ในขอบเขตที่หลี่ฝางยอมรับได้
ลู่หลุ่ยออกไป ผู้หญิงสวมต่างหูก็กลับมา
ผู้หญิงสวมต่างหูมาตรงหน้าหลี่ฝาง ตบใส่หลังหัวหลี่ฝาง:“คุณโง่หรือเปล่าเนี่ย ให้ลู่หลุ่ยไปแบบนี้เนี่ยนะ?”
“เธอบอกว่าจะคิดดูดีๆ แล้วผมจะทำอะไรได้?”หลี่ฝางพูดอย่างไม่มีทางเลือก
“เดิมทีลู่หลุ่ยก็เป็นหญิงสาวขี้อาย ทำอะไรก็ลังเลทุกอย่าง คุณก็เป็นผู้ชายหน่อยไม่ได้หรือไง ไม่เคยเห็นประธานจอมเผด็จการ?”
“แล้วทางนี้ก็ไม่ใช่ใคร คุณคว้าลู่หลุ่ยมา ดึงเธอมากอดในอ้อมแขน จูบไปสักทีสองที ความขัดแย้งของคุณสองคนก็ไม่จบแล้วเหรอ?”
“จากนิสัยของลู่หลุ่ย จะขัดขืนได้เหรอ?ถึงจะขัดขืน แรงเธอก็ไม่เยอะเท่าคุณ”
“ยังไงในใจเธอก็ชอบคุณ ถึงคุณจะทำอะไรเธอไป เธอก็ไม่ฟ้องคุณ ดูสิทำไมคุณขี้ขลาดขนาดนี้”
หลี่ฝางได้ยินคำพูดผู้หญิงสวมต่างหูนี้ ก็ตะลึงทันที
นี่คือคำพูดที่ผู้หญิงควรพูดเหรอ?
อีกอย่างผู้หญิงสวมต่างหูคนนี้ ก็เป็นเพื่อนลู่หลุ่ยเชียว ดันมาแนะนำให้ตัวเองใช้ความรุนแรง
“ใช่สิ เมื่อกี๊พวกคุณพนันอะไรกัน?”หลี่ฝางเปลี่ยนเรื่อง
“เห้อ ที่จริงพวกเราก็รู้อยู่แล้วว่าคุณคือแฟนของลู่หลุ่ย หน้าจอโทรศัพท์ลู่หลุ่ยเป็นคุณ เมื่อกี๊คุณตามลู่หลุ่ยมา พวกเราจำคุณได้”
“ดังนั้นฉันกับพวกสาวๆเลยพนันกัน ถ้าฉันอ่อยคุณได้ ก็หมายความว่าฉันชนะ แบบนั้น พวกเราก็จะร่วมมือกันจัดการคุณสักหน่อย”
“ถ้าฉันอ่อยคุณไม่ได้ หมายความว่าฉันแพ้แล้ว ขณะเดียวกันก็หมายความว่าคุณเป็นผู้ชายทั่วๆไป ถึงตอนนั้นพวกเราก็ออกไปด้วยกัน แล้วให้พื้นที่พวกคุณสองต่อสอง”
“ใครจะไปคิดว่าคนอย่างคุณจะซื่อได้ขนาดนี้ เสียดายความตั้งใจของเราหมด”พูดไป ผู้หญิงสวมต่างหูก็จ้องหลี่ฝางเขม็ง
หลี่ฝางถอนหายใจ ไม่พูดอะไรมาก
เรื่องความรู้สึก คนนอกมองออกขนาดนี้เชียว?
จากสถาคะตัวตนของหลี่ฝางตอนนี้ ผู้หญิงที่เขาอยากได้ จะมีแบบไหนบ้างที่จะไม่ได้มา?
ฝึกทหารเสร็จส้าวส้วยก็มาหาหลี่ฝาง
“เจ้านาย เลี้ยงผมกินแฮมเบอร์เกอร์หน่อยสิ!”ส้าวส้วยพูด
หลี่ฝางหงุดหงิดหน่อยๆ แล้วยื่นบัตรโรงอาหารให้ส้าวส้วย:“คุณไปซื้อเองสิ อยากซื้อเท่าไหร่ก็ซื้อเลย”
“ไม่ได้ เราสองคนต้องไปด้วยกัน”ส้าวส้วยพูดต่อ
หลี่ฝางหมดคำพูดหน่อยๆ:“ผมยังมีธุระนะ”
“ผมต้องไปเจอคนๆหนึ่ง”หลี่ฝางพูด
“เจอใครเหรอ?ชายหรือหญิง?”ส้าวส้วยถามอย่างสนใจ
“ชาย คุณจะไปด้วยกันไหม?”หลี่ฝางถาม
“โอเค แต่กลับมาคุณต้องเลี้ยงแฮมเบอร์เกอร์ผมหลายๆอันนะ”ส้าวส้วยพยักหน้าตกลง
หลี่ฝางมองแวบหนึ่ง ในใจแอบหัวเราะ
ไปจัดการสวีเถิงเฟยเอง จะเสี่ยงแค่ไหน
ใครจะรู้ว่าสวีเถิงเฟยอยู่กับใคร ถ้าเขาไม่ใช่คนเดียว แล้วตัวเองจะลงมือได้ไง?
ให้หวางเห้าช่วย?
นั่นไม่เหมาะ จากตัวตนของหวางเห้า ทางที่ที่อย่าไปรุกรานสวีเถิงเฟยเลย
หวางเห้าถ้าลงมือกับสวีเถิงเฟย ก็จะขัดใจตระกูลสวี
อิทธิพลตระกูลสวีในเมืองเอก แข็งแกร่งมาก
ดังนั้น หลี่ฝางก็อยากเอาผู้ช่วยไปด้วย ส่วนหวางเสี่ยวโก๋ คิดดูแล้วถ้าไปก็ไม่กล้าทำอะไรสวีเถิงเฟย
กลับกันถ้าเป็นส้าวส้วย หลี่ฝางคิดว่าส้าวส้วยไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ตัวเองเจอเรื่องอะไรส้าวส้วย
จะต้องลงมือแน่
หลี่ฝางยังไม่รู้ ที่จริงส้าวส้วยก็คือคนที่หลี่ต๋าคางแอบส่งมาให้ปกป้องเขา
และก็เพราะสาเหตุนี้ส้าวส้วยจึงมาพัวพันกับหลี่ฝาง ตามหลี่ฝางออกไปด้วยกัน
มาที่โรงจอดรถ ไม่ทันรอหลี่ฝางกดกุญแจรถส้าวส้วยก็มาตรงหน้าG-Class
“คุณรู้ได้ไงว่าG-Classเป็นของผม?”มองส้าวส้วย หลี่ฝางถามอย่างแปลกใจ
ส้าวส้วยลูบศีรษะอย่างอึดอัด:“ครั้งที่แล้วเห็นคุณขับ”
หลี่ฝางยิ้มอย่างน่าสงสัย แอบมาทั้งนั้น เห็นว่าโรงจอดรถไม่มีใคร จึงขึ้นรถ
ตอนที่กลับมา หลี่ฝางก็กลับมาดึกๆดื่นๆ พอแน่ใจว่ารอบๆไม่มีใคร จึงลงจากรถออกมา
ส้าวส้วยเห็นได้ไง?
ช่างเถอะ
หลี่ฝางไม่สนใจคำถามนี้อีก สรุปคือ หลี่ฝางเชื่อว่าส้าวส้วยไม่มีความประสงค์ร้ายต่อตนเอง
พอขึ้นรถเสร็จ หลี่ฝางก็หยิบนามบัตรชุบทองนั่นมา โทรออกไป
“สวัสดี ผมคือเพื่อนของฉินวี่เฟย คุณรู้ว่าสวีเถิงเฟยอยู่ไหน ใช่ไหม?”หลี่ฝางพูดออกไปตรงๆ
“มาเจอหน้าคุยกันหน่อยมา ผมอยู่หน้าโรงเรียนพวกคุณ”ฝ่ายตรงข้ามพูด
วางสายเสร็จ หลี่ฝางก็ออกรถทันที
มาตรงหน้าดรงเรียน หลี่ฝางมองเห็นเฟอร์รารี่สีแดงคันหนึ่ง
เวลานี้ โทรศัพท์ของหลี่ฝางก็ดังขึ้น พอรับ ก็เป็นผู้ชายนามบัตรนั่นโทรมา
“คุณมีG-Class?”
“ใช่”
“งั้นก็สะดวกมาก ตามเฟอร์รารี่ของผมไป ผมจะพาคุณไปหาสวีเถิงเฟย”ผู้ชายนามบัตรพูดจบ ก็วางสาย
“ผู้ชายคนนี้เท่จริงๆ”
ส้าวส้วยมองผู้ชายในรถเฟอร์รารี่ ก็พูดขำๆ:“เฟอร์รารี่ของเขาเป็นรุ่นลิมิเต็ด ในประเทศน้อยคนมากที่จะซื้อได้”
“ใช่ไหม?”
หลี่ฝางหัวเราะอย่างดูถูก ขับรถ ตามเฟอร์รารี่คันนี้ไป
ถึงผู้ชายคนนี้จะรวยแค่ไหน จะรวยได้มากกว่าตัวเองหรือไง?
หลี่ฝางไม่เชื่อ
“นี่เขาจะพาพวกเราไปไหน?”หลี่ฝางตามไปอยู่นาน ก็พบว่ายิ่งไปไกลเรื่อยๆ
จนจะออกไปจากเมืองเอกแล้ว
“เขาจะพาพวกเราไปเขาหมาป่า”ส้าวส้วยพูด
“เขาหมาป่า?”หลี่ฝางถาม:“นั่นคือที่ไหน?”
“เขาหมาป่าคือที่แข่งรถของลูกเศรษฐีกลุ่มหนึ่ง รูปแบบทางที่นั่นค่อนข้างซับซ้อน พูดได้ว่าไม่เกินห้าร้อยเมตร ก็จะมีทางโค้ง สถานที่ที่มีทางโค้งบ่อยๆ ไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรก็จะมีตลอด”
“นี่คือทางไปเขาหมาป่า ส่วนเฟอร์รารี่ของผู้ชายคนนี้ เคยถูกเขาปรับแต่งมา คนในรถ เป็นนักแข่งรถแน่นอน”ส้าวส้วยพูดอย่างตัดสิน
หลี่ฝางได้ยินจบ ก็มองส้าวส้วยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ส้าวส้วย คุณคือใครกันแน่?แค่มอง คุณก็รู้เลยว่าเฟอร์รารี่นั่นมาปรับแต่ง?”
“อีกอย่าง ทำไมคุณรู้จักเขาหมาป่าดีขนาดนั้น?คุณเคยไป?”
หลี่ฝางถามเป็นชุด
เวลานี้ส้าวส้วยลูบศีรษะอย่างอึดอัด:“เจ้านาย ลืมบอกคุณไป งานผมเมื่อก่อน ก็คือตามคนอื่น ปรับแต่งรถให้ลูกเศรษฐี”
“ส่วนเขาหมาป่า ผมไปไม่กี่ครั้งเอง แต่แค่ไปดูอะไรครึกครื้น”
หลี่ฝางมองส้าวส้วย หัวเราะออกมา
ส้าวส้วยผู้ชายคนนี้ เห็นชัดเจนว่าโกหก
ส้าวส้วยโกหกไม่เก่ง ทุกครั้งที่เขาโกหก จะดูไม่ธรรมชาติ แล้วมือก็ไปลูบหลังศีรษะอย่างไม่รู้ตัว
ส่วนทำไมส้าวส้วยต้องโกหก หลี่ฝางก็ไม่เค้นถาม
ก็เหมือนตัวหลี่ฝาง เพื่อปกปิดตัวตนของตัวเอง ไม่ใช่ว่าต้องโกหกประจำเหรอ?
ตามชายหนุ่มนามบัตรมาที่ขาหมาป่า เวลานี้ ฟ้าก็มืดลงแล้ว
เฟอร์รารี่หยุดลง หลี่ฝางก็หยุดลงด้วย ลงจากรถเดินไปตรงหน้าเฟอร์รารี่
“สวีเถิงเฟยล่ะ?”หลี่ฝางเดินไปถาม
“ยังมีเวลาอยู่ เขาต้องรออีกสักพักถึงมา”ผู้ชายในรถเฟอร์รารี่หัวเราะ แล้วพูด:“ใช่สิ คุณเป็นอะไรกับน้องสาวผม?”
“น้องสาวคุณ?”
“ฉินวี่เฟยไง”ผู้ชายในรถหัวเราะ:“ผมคือพี่เธอ ฉินจื่อยี่”

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง

พ่อแม่ที่หายตัวไปหลายปีจู่ๆ ก็โทรมา บอกว่าตัวเองเป็นบุคคลที่รวยที่สุดของดูไบ………….

Comment

Options

not work with dark mode
Reset