รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 462 ปรมาจารย์แดนสุขาวดี

บทที่ 462 ปรมาจารย์แดนสุขาวดี
ลุงจื้อตอบรับ แล้วก็กลอกตา พร้อมพูดเสียงนิ่งว่า
“ไอ้วัยรุ่นเอ๋ย ออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลสินเสียตอนนี้ ลุงจะพิจารณาไว้ชีวิตมึง”
ฉินหลั่งเอามือกอดอก แล้วพูดนิ่งๆ ว่า “โอ๋? ถ้าลุงคุกเข่าขอร้อง ผมก็อาจจะพิจารณาเหลือศพลุงแบบครบสามสิบสอง”
ฉินหลั่งพูดไปด้วย ฝีเท้าก็ยังไม่หยุดเดิน หัวหน้าบอดี้การ์ดที่อารักขาข้างกายสินต้าหัว ไม่มีทางหนีแล้ว จากนั้นก็กัดฟันบุกเข้าใส่ฉินหลั่ง หมัดหนักที่สามารถต่อเหล็กกล้าให้แตกได้ พุ่งออกมาตามเสียงลม แต่ฉินหลั่งแค่เอียงตัวเบาๆ มือของหัวหน้าบอดี้การ์ดระเบิดออก ฉินหลั่งก็ผลักออกไป คอของหัวหน้าบอดี้การ์ดก็ถูกจับไว้ เสียงดังก๊อก กระดูกคอถูกบีบหักออก แล้วถูกโยนลงพื้น ตรงเท้าของสินต้าหัว
“เหอะ” ตาแก่หัวเราะเย็นๆ ออกมา ร่างกายก็เปลี่ยนเป็นดั่งสายฟ้า มือทั้งสองข้างกำเป็นหมัด แล้วบุกเข้าโจมตีจุดลมปราณขมับของฉินหลั่ง
ลุงจื้อร่างกายผอมเล็ก อารมณ์ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง เหมือนไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ แต่กำลังหมัดทั้งสองนั้นมหาศาล ถึงขั้นทุบหินทลายภูเขาได้ แต่ที่ทำให้คนตกใจมากกว่านั้นก็คือ ท่าทางของเขาเร็วกว่าของบอดี้การ์ดเมื่อครู่กว่าร้อยเท่า จนแทบจะมองไม่ทันด้วยตาเปล่า ดูวุ่นวายไปหมด แล้วหมัดก็ต่อยเข้ามา
เพียงแค่ยื่นมือมา ฉินหลั่งก็รู้ได้ว่า ตาแก่คนนี้มีฝีมือมากกว่าเสี้ยงเฟยหลง ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของจีนเสียอีก ในวงการต่อสู้ของจีน น่าจะมีชื่ออยู่อันดับต้นๆ
“เหอะ แผนเยอะดี ฉลาดดี…….” ฉินหลั่งพูดเสียงเย็นๆ ออกมา แล้วซัดมือออกไป หมัดไร้ที่ไร้รูปร่างพุ่งโจมตีไป ตามมาด้วยเสียงลมที่ถูกแหวกออก มุ่งตรงไปยังลุงจื้อ ส่วนหมัดที่สามารถเอาชีวิตได้ของฝั่งตรงข้าม ฉินหลั่งกลับไม่ได้หลบหลีกเลย
เส้นทางจอมยุทธมาบรรจบกัน ลุงจื้อก็คิดอะไรได้ พอสู้ถึงกลางคันก็เก็บหมัดไป มันเป็นท่าทางการตั้งรับ หมัดที่เร็วดั่งสายฟ้านั้น ก็เก็บกลับไปเร็วดั่งสายฟ้าเช่นกัน
“ปรมาจารย์แดนสุขาวดีหรือ?” ลุงจื้อสีหน้าเปลี่ยน เพียงกระบวนท่าแรก ไม่ว่าจะด้วยความกล้า การออกหมัด ด้านจิตใจ ฝ่ายตรงข้ามล้วนได้เปรียบ แค่เผยฝีมือ ก็ได้ถึงที่มาของฝังตรงข้าม ไม่คิดว่าฉินหลั่งคนนี้จะเป็นปรมาจารย์แดนสุขาวดี
ผู้ที่ฝึกวิชานั้น จะสำเร็จได้มีหลายขั้น ตั้งแต่เริ่มต้น จากนั้นค่อยๆ เข้าสู่กำลังภายใน แยกเป็น ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง ขั้นสุดยอด จากนั้น ถ้ามีพรสวรรค์และความขยันมากพอ ก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ นักต่อสู้ที่ฝึกถึงขั้นปรมาจารย์ได้นั้น มีน้อยมากจริงๆ
ระดับปรมาจารย์ก็มีความซับซ้อนอีกเช่นเดียวกัน สูงสุดคือขั้นแดนฟ้า รองลงมาสุขาวดี สองระดับนี้จ้านอู๋หยาของแก๊งหัวชิงอยู่ในระดับปรมาจารย์แดนสุขาวดี ปรมาจารย์ในระดับนี้ก็เก่งค้ำโลกแล้ว มองพวกคนธรรมดาเป็นเหมือนมดตัวเล็กๆ เท่านั้นเอง
ลุงจื้อรีบเก็บมือเท้า ท่าทางถอยหลีก เผยเป็นเงาหลบไปหลบมา ถึงหลบจากหมัดต่อสู้ของฉินหลั่ง ส่วนตัวเองก็ไปชนเข้ากับผนัง จนทำให้ผนังที่แข็งแรงก็พังไปเป็นแถบ ฝุ่นคลุ้งกระจาย
“ไม่คิดว่า คุณจะเป็นปรมาจารย์แดนสุขาวดี อายุเท่านี้เองหรือ?” สีหน้าลุงจื้อจริงจังขึ้นมา คนที่จะฝึกการต่อสู้ให้เข้าถึงระดับสุขาวดีได้นั้น พูดได้เลยว่าเป็นหนึ่งในร้อยล้าน แต่ต่อให้ฝึกสำเร็จ กว่าครึ่งก็จะเป็นพวกตาแก่ยายแก่อายุ80-90ปี จ้านอู๋หยานั้นฝึกวิชานอกรีต แต่ก็อายุ50กว่าไปแล้ว แต่ฉินหลั่งแค่20กว่าปี ก็ได้ระดับสุขาวดีแล้วหรือนี่?
อาการตกใจบนใบหน้าของลุงจื้อ ปกปิดไม่อยู่ พร้อมพูดว่า “ในยุทธภพปรากฏยอดฝีมือเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นี่? เพิ่งอายุ20กว่าเอง” ปากก็พูดไป ฝีเท้าก็กล้าหยุดเดิน แล้วก็มายืนด้านหน้าของสินต้าหัว แล้วทำท่าป้องกันอย่างเต็มกำลัง คนคนนี้ไม่อาจดูถูกได้ ถ้าไม่ระวัง คืนนี้ตระกูลสินจบเห่แน่
“โอ๋? คุณเพิ่งรู้ความร้ายกาจของผมหรือ? สายไปแล้ว” ฉินหลั่งบีบเข้าไป “หาเรื่องผม นั้นเป็นความผิดครั้งใหญ่ในชีวิตคุณ”
ลุงจื้อส่งเสียง “เหอะ” แล้วรอบกายก็บังเกิดเป็นเสียงเหมือนเหล็กแตกออก แล้วเห็นร่างกายของลุงจื้อนั้นเริ่มสูงขึ้น ใหญ่ขึ้น ผิวหนังเดิมดูเหมือนจะเป็นแค่เปลือก ภายในพริบตาก็เปลี่ยนเป็นอีกคน คนที่ใกล้จะตาย พูดจายังไม่มีแรงอย่างลุงจื้อได้หายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาอายุ40กว่า
“ลุงจื้อหรือ?”
สินต้าหัวอ้าปากค้าง ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นลุงจื้อจะหนุ่มแน่นขนาดนี้ ดูเด็กกว่าตัวเขาเองเยอะเลย ผู้บริหารคนอื่นก็ตกใจตามกัน นี่มันวิชามายากลอะไรกัน คนแก่ๆ กลับกลายเปลี่ยนเป็นคนที่มีสติสมาธิเป็นคนละคน กลายเป็นหนุ่มหล่อที่ไม่มีรอบเหี่ยวย่นบนใบหน้าเลย?
“วันนี้ผมได้เผยโฉมที่แท้จริงออกมา ถือว่ามีความจำเป็นจริงๆ ผมอยู่ที่ตระกูลสินหลายปี ปกป้องนายท่านจากการฆ่าฟันหลายครั้ง ถึงแม้ผมจะอายุ50ปีแล้ว แต่รูปลักษณ์ยังหนุ่มแน่น บุญคุณที่ตระกูลสินมีให้ ก็ได้ตอบแทนไปไม่น้อยแล้ว รอฆ่าฉินหลั่งแล้ว ผมก็จะปรากฏตัวขึ้นในยุทธภพอีกครั้ง แล้วก็จะขอลาตระกูลสินแล้ว”
พูดไปดังนั้น ลุงจื้อก็ลืมตาโตขึ้น เดิมทีสายตาที่ไม่มีจิตวิญญาณก็เปลี่ยนเป็นประกายสาดส่องไปทั่ว แถมแฝงไปด้วยความเยือกเย็น
“วัยรุ่นเอ๋ย เดิมทีอนาคตเอ็งยังจะอีกยาวไกล จากความสามารถตอนนี้ จะเข้าสู่ขั้นแดนฟ้า ก็คงจะไม่ยากเท่าไร แต่เอ็งไม่ควรมาหาเรื่องลุงเลยจริงๆ ได้เลย วันนี้ ลุงจะฆ่าเอ็งเสีย เพื่อตอบแทนตระกูลสินเป็นครั้งสุดท้าย”
“พูดจาไร้สาระมากไปหน่อยแล้ว” ความเย็นในสายตาฉินหลั่งจริงจังขึ้น พลังภายในสีขาวในมือปะทุขึ้น กลายเป็นคมดาบที่แหลมคม ลอยไปในอากาศ พุ่งฟันไปยังลุงจื้อ
ฉินหลั่งไม่คิดเลยว่าที่ตระกูลสิน จะมียอดฝีมือระดับสุขาวดีซ่อนตัวอยู่ เพราะไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือที่ไหน ก็ล้วนตั้งถิ่นฐานของตนเองในประเทศจีน ยิ่งใหญ่ในแผ่นดิน แต่ว่าลุงจื้อคนนี้ กลับยอมเป็นขี้ข้า คอยรับใช้สินต้าหัวอยู่ที่ตระกูลสิน
หลายปีนี้สินต้าหัวทำเรื่องไร้ศีลธรรมมากมาย มีศัตรูมากมาย แต่ก็ยังรอดปลอดภัยมาได้ ก็เป็นเพราะปรมาจารย์แดนสุขาวดีคนนี้ช่วยเหลือไว้
ต่อหน้าปรมาจารย์แดนสุขาวดี นักฆ่าแบบไหนก็ไร้ประโยชน์ เช่นจ้านอู๋หยา สามารถกำหนดลมปราณฆ่าคนได้ ยิ่งใหญ่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
เพียงแต่เขาไปประสบกับฉินหลั่ง ฉินหลั่งก็ไม่ได้เกรงกลัวแม่แต่น้อย
แสงสีขาวจากคมดาบของฉินหลั่งสาดผ่านไป พวกโซฟาและผนังก็ถูกฟันแยกเป็นสองชิ้น มีผู้บริหารระดับสูงของต้าหัวกรุ๊ปรีบถอยหนี ก็ถูกฟันขาดเป็นสองท่อน
“รวมกำลังเป็นดาบ เอ็งคงจะฝึกสำเร็จแล้วสินะ” ลุงจื้อกล่าวเสียงเย็น แล้วรีบเดินขึ้นหน้าไป ปล่อยหมัดออกไป พลังสีดำหมุนวน ทั้งห้องโถงปกคลุมไปด้วยพลังสีดำ
พลังดำนั่น แหลมคมดั่งมีดดาบ หมุนเอาผู้บริหารของต้าหัวกรุ๊ปบางคนเข้าไปด้วย ร่างก็แหลกละเอียดในพริบตา ลุงจื้อแทบไม่สนใจการบาดเจ็บล้มตายของคนรอบข้าง นี่มันเป็นอารมณ์ของปรมาจารย์ นอกจากคนที่มีบุญคุณต่อตนเอง ตนเองก็จะตอบแทนไป ส่วนคนอื่นจะเป็นตายอย่างไรนั้น ก็ไม่สนใจ
คุณหลบไม่พ้น ก็แสดงว่าดวงคุณไม่ดี
คลื่นพลังพุ่งโจมตีไปยังฉินหลั่ง ฉินหลั่งเองก็ร่ายพลังสีขาวของตนเอง ปากก็ตะโกนออกมาว่า “สับ” เห็นพลังคมดาบนั้นขยายใหญ่ แล้วฟันเอาสิ่งของในห้องโถงนั้นแยกเป็นสองชิ้น รวมทั้งสินเทียนเหิง สินเทียนย่าว ถูกดาบฟันขาดสองท่อนในพริบตา
ในห้องโถงมีแต่เสียงร้องโหยหวน สถานการณ์มันเปลี่ยนไปเร็วมาก ทุกคนหลบหนีไปไม่ทันจริงๆ
ในพริบตา คนก็ตายไป10กว่าคน แต่คิ้วของฉินหลั่งไม่ขวดเลยแม้แต่น้อย พลังคมดาบก็ยังพุ่งไปยังลุงจื้อ
“เก่งกาจขนาดนี้เลยหรือนี่?” ลุงจื้อสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย คลื่นพลังนั้นปกคลุมตัวฉินหลั่ง แต่ฉินหลั่งก็ได้พลังคมดาบฟันออก โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
แสดงว่าอะไรรู้ไหม แสดงว่าพลังของฉินหลั่งอยู่เหนือเขา หรือว่า หรือว่าจะเป็นขั้นปรมาจารย์แดนฟ้างั้นหรือ?
ลุงจื้อลืมตาโต ไม่กล้าจะคาดเดาต่อไป

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset