รวยชั่วข้ามคืน?! – ตอนที่ 664 สวนป่าใหญ่โตขึ้น นกอาศัยก็มีหลากหลายขึ้น

บทที่ 664 สวนป่าใหญ่โตขึ้น นกอาศัยก็มีหลากหลายขึ้น
“อ๋อ? เป็นเช่นนั้นเหรอ? เจ้าตัวไม่ผิด ผิดที่ของมีค่าในตัวเจ้า หัวหน้าฉิวสมแล้วที่เป็นหัวหน้าแก๊งที่สืบทอดยาวนานมานับพันปี มีพื้นฐานความรู้วัฒนธรรมที่ดี เพียงแต่ข้าไม่รู้จริงว่าคำคมของท่านหมายความว่าอย่างไร? ท่านก็อย่าได้ใช้ภาษาโบราณเลย ตอนนี้ก็ศตวรรษที่ 21 แล้ว พวกปฏิทินเก่า อดีตเก่าๆก็อย่าไปพูดถึงมันเลยแล้วกัน” ฉินหลั่งทำหน้าทะเล้น แสดงท่าทีมึนงง
“ฮ่าๆๆ! เจ้านี้ไม่เคยเรียนก็ย่อมไม่รู้ ความหมายตื้นๆแค่นี้ก็ยังไม่รู้ ข้าจะบอกเจ้าให้ ที่จริงตัวเจ้าก็ไม่มีความผิดอะไร เพียงแต่เป็นแค่เด็กที่เหิมเกริมลำพองเกินไป ไม่คู่ควรที่ข้าฉิวฟาชุ่ยจะมาเยือนในยามวิกาล เสียดายที่ว่าในตัวเจ้ามีของดีสิ่งหนึ่ง ทำให้ข้าและพวกคนในใต้หล้านี้เกิดความสนใจขึ้นมา เช่นนั้นแล้ว นั่นก็เป็นความผิดของเจ้าแล้ว ของดีในตัวเจ้า เจ้าเก็บของดีไว้กับตัว ก็อย่าไปโทษคนอื่นจะนึกถึงเจ้า มาสร้างปัญหาให้กับเจ้าตลอด”
“เจ้าหนุ่มน้อย เข้าใจหรือยัง? ทำตัวดีๆ ข้าก็จะไว้ชีวิตเจ้า ไม่เช่นนั้น ข้าก็จะส่งเจ้าไปให้กับสำนักกุ่ยอี ส่งให้กับตระกูลหยาง ส่งเจ้าไปให้พวกศัตรูทั้งหลายของเจ้า ชีวิตของเจ้าก็จะลำบาก ครอบครัวบ้านช่องก็อยู่ไม่เป็นสุข ลองคิดดูให้ดีแล้วกัน” ฉิวฟาชุ่ยสั่งสอนด้วยเหตุผลมากมาย สายตาล้ำลึก
ฉินหลั่งเข้าใจขึ้นมาทันที “อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเหตุผลเช่นนี้นี่เอง ในที่สุดข้าก็เข้าใจแผนการของท่านหัวหน้าแล้ว หัวหน้าฉิว ท่านดีดลูกคิดได้ดีมาก แต่ว่าสมัยนี้ ผู้คนก็ไม่ใช้ลูกคิดคิดเลขกันแล้ว ลูกคิดนี่มันเข้าไปอยู่ในกองขยะของ ประวัติศาสตร์ไปนานแล้ว”
“ท่านบอกว่าในตัวข้ามีของดี นี่ก็คือความผิด หากพูดกลับกันตรงๆว่า ท่านเห็นแก่ของมีค่าในตัวข้า เกิดความโลภอยากได้ครอบครอง เลยตัดสินใจมาแย่งชิงเอาไป นี่ต่างหากคือความผิดของท่าน มันจะกลายเป็นความผิดของข้าได้อย่างไร? อึม ใช่แล้ว คนอย่างท่านก็รู้จักเพียงว่า กำปั้นจะแข็งหรืออ่อน แต่ก็ช่างเถอะ ยุทธภพนี้ก็เป็นอย่างนี้แหละ สวนป่าใหญ่โตขึ้นนกที่มาอาศัยก็มีหลากหลายขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้ว สถานีตำรวจก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีก็ได้ เพียงแต่ข้ารู้สึกว่าท่านช่างเลวทรามต่ำช้าเสียจริง”
ฉินหลั่งหยุดชั่วครู่ “ในลูกคิดของท่าน แย่งเอาของดีในตัวข้าไปแล้ว ยังอ้างว่า ช่วยแก้แค้นให้กับชาวยุทธภพ สุดท้ายแล้วข้ากับท่านไม่มีความแค้นอะไรกัน ท่านมาทำร้ายข้า แล้วยังจะส่งข้าไปให้ศัตรูของข้าจัดการอีก อย่างนี้เขาเรียกว่า ได้ของดีมาแล้วก็ยังได้ชื่อเสียงอีก เป็นโสเภณีแล้วยังทำป้ายสดุดีความบริสุทธิ์ให้ตัวเอง หัวหน้าฉิวเอ้ย ท่านช่างไร้ยางอายเสียจริง ข้าเดิมทีก็เป็นคนไร้ยางอาย เพียงแต่ว่าข้าเลวสู้ท่านไม่ได้”
“ฮาฮา ฉินหลั่งเจ้ากล้าด่าข้าเหรอ? เจ้าแน่มาก ยังไงล่ะ? เจ้าก็เป็นแค่เนื้อชิ้นหนึ่งบนเขียง จะสับจะหั่นยังไงต้องให้เจ้ามาสอนข้าเหรอ? สถานีตำรวจหรือ? เจ้าเป็นคนในยุทธภพยังจะให้ตำรวจมาช่วยอยู่เบื้องหลัง มันช่างสมเพชมากไปแล้ว”
ฉิวฟาชุ่ยรู้สึกพอใจมากคิดว่าจะจัดการฉินหลั่งได้สำเร็จแน่นอน เพราะวางแผนไว้อย่างแยบยล
แย่งเอาของในตัวฉินหลั่งไป จากนั้นก็ให้คนเอาตัวไปให้สำนักต่างๆ ยิงนกทีเดียวได้สองตัว กินรวบทั้งสองข้าง มันช่างสวยงามอะไรเช่นนี้?”
ฉินหลั่งพูดอย่างเรียบง่าย “ท่านคิดอยากได้ของของข้า ไม่มาขอจากข้า ไม่มาเชิญข้าไปหรือ? แต่กลับมาแย่งชิงไป หากรู้ถึงตำรวจแล้วต้องมาจัดการท่านแน่นอน ข้าไม่ใช่คนของยุทธภพ แต่ว่าเป็นพลเมืองดีที่ทำตามกฎหมายทุกอย่าง คนอันธพาลอย่างท่านเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่มีเหตุผล เป็นได้แค่หัวหน้าของพวกโจรกระจอก วันนี้ข้าขอเตือนท่าน กลับไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมะและกฎหมายบ้าง ไม่เช่นนั้นแล้ว จะเอาชีวิตตัวเองไม่รอด สิ้นอายุขัยเร็วกว่ากำหนดก็จะตกสภาพเหมือนกับฉิวเชียนจ้าง”
“ฮึ หุบปากได้แล้ว เด็กไร้เดียงสาส่งเสียงแจ้วเจ้า ตำรวจดูแลแต่เรื่องที่เปิดเผย นี่เป็นเรื่องของคนในยุทธภพ เดิมทีในยุทธภพก็เป็นสนามเลือด มีอันตรายรอบด้าน ข้ากล้าที่จะมาก็ไม่กลัวฉินหลั่งเจ้า เอาล่ะ เอาของออกมาได้แล้ว จากนั้นก็หักแขนขาตัวเอง ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าสักครั้ง” สายตาฉิวฟาชุ่ยส่องประกายเยือกเย็น
“ตกลง หากท่านยังคงหน้าไม่อายเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ข้าขอถามหน่อย ท่านอยากได้ของอะไรจากข้าเหรอ? ในตัวข้ามีของมีค่ามากมาย ท่านอยากได้อะไร ก็เอ่ยปากพูดมา ก็ใช่ว่าเราจะปรึกษากันไม่ได้” ฉินหลั่งพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หน้าตายิ้มแย้มราวกับว่าเป็นพ่อค้าที่มีแก้วแหวนเงินทองเต็มตัวไปหมด
ฉิวฟาชุ่ยแววตาส่งประกายแสดงถึงความโลภออกมา “หม่าเล่ว ยารักษาแผล ของเขาชื่ออะไรนะ? เจ้าจงพูดมาให้ฟังหน่อย”
คนที่ชื่อหม่าเล่ว เดินออกจากกลุ่มชายชุดเสื้อดำ ใบหน้าก็ปิดปังด้วยผ้าคลุม เหลือไว้แต่ดวงตาคู่หนึ่ง โค้งคำนับแล้วพูดว่า
“ท่านอาจารย์ปู่ ผงขาวหยุนเซียน เรียกว่าผงขาวหยุนเซียน หากพวกเราแก๊งแถ่จ่างสามารถครอบครองยานี้ได้ สูตรลับยาสามารถที่จะสืบทอดต่อไปเป็นพันพันปี ท่านอาจารย์ปู่ก็สามารถสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ให้กับแก๊งแถ่จ่าง จะได้เป็นที่กล่าวขานกันตลอดกาลไปชั่วลูกชั่วหลาน”
ฉิวฟาชุ่ยแสดงออกถึงสีหน้าที่ปลื้มปีติ เธอก็แค่ต้องการที่จะสร้างผลงานอันลือชื่อนี้ ส่วนเรื่องเงินทองก็จะเป็นสิ่งที่รองลงมา ผงขาวหยุนเซียน ชื่อนี้ก็ไม่เลว แฝงด้วยกลิ่นอายของยุทธภพ
หม่าเล่วกล่าวจบ โค้งคำนับแล้วถอยไปด้านข้าง ฉินหลั่งก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดจึงพูดว่า
“ข่าวไปได้เร็วมาก ในยุทธภพก็รู้จักผงขาวหยุนเซียนแล้วเหรอ? แก๊งแถ่จ่างของท่านอยู่ในที่ที่ห่างไกลจนนกก็ยังไม่ไปถ่ายใส่ ตอนนี้ถึงกับหามรุ่งหามค่ำเดินทางไม่หยุดหย่อนเพื่อจะมาถึงที่นี่ แสดงให้เห็นถึงความโลภอยากได้ครอบครองผงขาวหยุนเซียน หัวหน้าฉิว อาจารย์ปู่ของข้าตอนอายุเท่ากับท่าน อย่าว่าแต่เรื่องบุกเดี่ยวลุยทั่ววงการยุทธภพเลย ผงขาวหยุนเซียนนี้ ท่านเพียงแค่หลับตาก็สามารถผลิตออกมาได้ด้วยตัวเองแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับแก๊งเต่าพันปีของท่านนี้ มีความแตกต่างกันมากจนไม่สามารถมาเทียบคานกันได้เลย ความแตกต่างระหว่างคนนั้น มันช่างห่างไกลมากมายขนาดนี้เชียวเหรอ ข้ารู้สึกละอายใจแทนท่านจริงๆ”
ฉินหลั่งพูดเรื่องจริง ยาวเย่วกงเกิดขึ้นเมื่อสมัยราชวงศ์ถัง ผู้ก่อตั้งก็คือ ท่านยายอาจารย์ปู่ซึ่งศึกษาความรู้เรื่องการปรุงยาอันเป็นที่เรื่องลือทั้งสมัยโบราณและปัจจุบัน ซึ่งมีจำนวนมากมายมหาศาล เมื่อมาเปรียบเทียบแล้ว อาศัยการแย่งชิง เป็นอาชีพหลักของแก๊งแถ่จ่างมันดูช่างแตกต่างกันมาก ยังกล้าที่จะเรียกตัวเองว่า ร้านเก่านับพันปี ฉินหลั่งมีความรู้สึกว่า มันจะเป็นการหยามเกียรติสำหรับคำว่าพันปีเสียจริง
ตอนนี้ เป็นเวลายามวิกาล ฉินหลั่งมีความรู้สึกว่า ขี้เกียจขยับตัวไม่อยากจะออกกำลัง แต่ว่า ฉิวฟาชุ่ยสีหน้าเย็นชา “ฉินหลั่ง เจ้ายังพูดดูถูกข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าคิดว่าข้าฆ่าเจ้าไม่ได้หรืออย่างไร? ฮึ ข้าแก๊งแถ่จ่างจะเป็นเป้าให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้ามาวิพากษ์วิจารณ์เช่นนั้นเหรอ?!”
ฉินหลั่งก็ยิ้มแล้วพูดว่า “คุยเลย คุยได้คุยต่อไป แก๊งแถ่จ่างอะไร นอกจากลูกสาวของฉิวเชียนจ้างกงซุนเอ้อเป็นคนที่ข้าฉินหลั่งชอบแล้ว นอกนั้นก็เป็นแค่พวกเต่าหัวหดทั้งนั้น เมื่อครู่ท่านบอกว่า ตำรวจก็ดูแลแต่เรื่องด้านที่สว่างไม่ใช่เหรอ? ถ้างั้น เราก็มาว่ากันทีละด้าน ข้าถามท่านหน่อยว่า ท่านกล้าที่จะให้ข้าโทรศัพท์ถึงส้งฉางเว่ยหรือเปล่า?”
ฉิวฟาชุ่ยสีหน้าโกรธมาก ตะคอกว่า “ปากเจ้าพูดหยามข้าหลายครั้งแล้ว วันนี้ข้ามาด้วยตัวเอง จะต้องทำให้เจ้าเสียใจภายหลังไปตลอดกาล พวกเจ้ารีบลุยขึ้นไป บดขยี้มันให้สาหัสแล้วค่อยว่ากัน!”
ในระหว่างกำลังพูด คนพิการทั้งห้าก็บุกเข้ามา แววตาส่องประกายเยือกเย็น ดูเหมือนจะฉีกฉินหลั่งออกเป็นชิ้นแล้วกลืนกินลงไป แววตาราวกับเป็นอสรพิษ จ้องมองฉินหลั่ง
ฉินหลั่งยิ้มเล็กน้อย “สุดท้ายก็ทนไม่ไหว จะออกอาละวาดแล้ว จะรุมทำร้ายข้าให้พิการเลยเหรอ?”
“จะอาศัยพวกเจ้าไม่กี่คนนี้เหรอ? ยังไม่มีสิทธิ์คู่ควรที่จะมาส่งเสียงเห่าหอน”
เขาไม่คิดจะขยับตัว แม้แต่จะระวังตัวก็ไม่มี ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “มาเร็ว มาเร็ว ข้าจะได้บริหารกระดูกเส้นเอ็นบ้าง ห้าคนไม่พอหรอก เฮ้ ยายแก่ดอกประหลาด ท่านก็มาด้วยสิ รับรองว่าพวกเขาสู้ไม่ไหวแน่นอน”
“ฮ่าๆๆๆ” ฉิวฟาชุ่ยหิวเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง “พร้อมกันเหรอ? เจ้ายังไม่คู่ควรพอ”จากนั้นสีหน้าเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น ตะโกนสั่งว่า “ห้าพิการ จัดการมันให้ได้ เอาแบบว่องไวหมดจด ให้มันได้เห็นว่าชื่อเสียงของแก๊งแถ่จ่างไม่ใช่ได้มาง่ายๆ!”
ห้าพิการพยักหน้า ขยับจังหวะฝีเท้า บุกเข้าไปในทันที มือก็สาดสิ่งของอะไรบางอย่าง มืดบ้างสว่างบ้างมองไม่ชัดเจน เฉียดผ่านอากาศอย่างแรงเกิดเสียงเสียดสีดังขึ้น ต่างพุ่งตรงเข้าใส่ฉินหลั่ง
ฉินหลั่งก็ไม่ได้สนใจว่ามันคืออาวุธลับอะไร แต่ว่าก็ยังต้องขยับร่างกาย เอียงลำตัวหลบเล็กน้อย อาวุธลับที่พุ่งเข้ามาเฉียดผ่านร่างเขาไป จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น ตามด้วยหมอกควันดำพวยพุ่งขึ้นมา มีกลิ่นคาวฉุนแตะเข้าจมูกยามเมื่อลมโชยมา
ฉินหลั่งตอนนี้ก็สูดลมหายใจเข้า จากนั้นก็เอามือขวาบีบจมูกตัวเองไว้

รวยชั่วข้ามคืน?!

รวยชั่วข้ามคืน?!

ในระยะเวลา7ปีนี้ ฉินหลั่งถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม แต่ฉินหลั่งก็อดทนใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆมาโดยตลอดถ้าหากไม่ใช่ได้รับข้อความนั้น ฉินหลั่งคงจะลืมว่าตัวเองเป็นคนรวย7ปีมันเป็นระยะเวลาทดสอบที่ตระกูลให้กับฉินหลั่ง ตอนนี้ฉินหลั่งผ่านการทดสอบแล้ว ก็มีสิทธิ์ไปใช้ทรัพย์สินของตระกูลได้แล้วฉินหลั่งจะเลือกที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนต่อไปหรือจะเริ่มเปิดโหมดอวดรวยกันแน่!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset