ราชาเหนือราชัน – ตอนที่ 104 : ข้าจะเมินเฉยต่อเขา

ราชาแร้งสายฟ้ากำลังจะเปลี่ยนใจ เขาทราบดีว่าทางเลือกที่ดีที่สุดคือให้เซี่ยงเส้าหยุนอยู่ที่นี่ สำหรับเซี่ยงเส้าหยุนนั้น เขาร้องไห้โดยไม่มีน้ำตาด้วยความเสียใจ

“ท่านราชาแร้งสายฟ้าเป็นผู้ช่วยชีวิตข้า ดังนั้น ข้าจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะให้ข้าอยู่ที่นี่ แม้จะใช้ทั้งชีวิต ข้าก็คงไม่อาจบรรลุระดับราชาได้ และจะทำให้ท่านผิดหวัง” เซี่ยงเส้าหยุนพยายามเปลี่ยนความคิดของราชาแร้งสายฟ้า

“ทำไมจะไม่เล่า? แม้ข้าจะไม่ใช่มนุษย์ แต่ข้าก็ทราบดีว่ามนุษย์ผู้มีสายฟ้าสีม่วงโดยกำเนิดเช่นเจ้านั้น การบรรลุระดับราชาไม่ใช่เรื่องยากแม้แต่น้อย เจ้าพยายามโกหกข้า เพราะไม่ต้องการอยู่ในที่แห่งนี้หรือ?” ราชาแร้งสายฟ้าถามอย่างไม่พอใจ

“ไม่ ไม่ใช่เลย โปรดฟังข้า แม้ข้าจะมีสายฟ้าสีม่วงโดยกำเนิด แต่มนุษย์ต้องการมากกว่านั้น เพื่อความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ เพื่อการฝึกยุทธ์แล้วข้าจำเป็นต้องเสาะแสวงหาวิธีใหม่มากมายที่จะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ หากอยู่ที่นี่ ข้าจะทำได้เพียงคิดถึงดินแดนแห่งมนุษย์ และส่งผลให้สภาพจิตใจสับสนวุ่นวาย เพราะเหตุนั้นข้าจึงไม่อาจพัฒนาทักษะยุทธ์ได้แน่นอน” เซี่ยงเส้าหยุนอธิบาย

“ข้าเข้าใจสิ่งนั้นดี แต่สิ่งที่ข้ากระทำก็เข้าใจได้เช่นกัน หากเจ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะช่วยให้บรรลุระดับราชาด้วยพลังทั้งหมดของข้าเอง!” ราชาแร้งสายฟ้าตะแบงเสียง

“หากท่านอยากช่วยข้า โปรดจงเป็นสัตว์พาหนะให้แก้ข้า และติดตามข้าไปยังดินแดนมนุษย์ เมื่อข้าได้กลายเป็นราชาแล้ว ข้าจะช่วยให้ท่านได้บรรลุระดับสูงกว่านี้เช่นกัน” เซี่ยงเส้าหยุนตักสินใจที่จะตอบโต้ด้วยข้อเสนอของตนเอง หากเขาต้องอยู่ที่นี่ จะต่างอะไรจากที่ราชาแร้งสายฟ้าจะนำมนุษย์ไปเป็นทาสเล่า เด็กหนุ่มไม่ต้องการเช่นนั้น

“ไม่ ข้าเปลี่ยนความคิดแล้ว” ราชาแร้งสายฟ้ากล่าวอย่างไม่ยินดีนัก

“อย่าทำเช่นนี้เลย ท่านราชาแร้งสายฟ้า มันจะไม่เป็นประโยชน์ของเราทั้งคู่” เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มโกรธ เบื้องหน้าคือราชาแร้งสายฟ้าผู้ยิ่งใหญ่ จะทำอย่างไรให้เขากลับคำพูดกัน? จะมีเกียรติของราชาเหลืออยู่อีกหรือ?

“นี่เจ้าขู่ข้ารึ?” ราชาแร้งสายฟ้ายืนขึ้น และจ้องไปที่เซี่ยงเส้าหยุน

“ท่านเป็นเพียงราชาปีศาจ หากต้องการขู่ข้า จงกินข้าเสียหากท่านต้องการ” เซี่ยงเส้าหยุนตัดสินใจที่จะเริ่มระมัดระวังตัว ด้วยสายลม และกระตุ้นกระดูกสายฟ้า ทำให้มังกร และพยัคฆ์ในกระดูกสันหลังพุ่งออกมา

มังกร และพยัคฆ์โคจรรอบตัวเด็กหนุ่ม เกิดแรงกดดันที่ไม่อาจเปรียบได้กับสิ่งใด นี่คือการเผยตัวแห่งราชา และสำหรับสัตว์ทั้งสอง ตอนนี้มังกรสีม่วงดูจะแข็งแกร่งกว่าพยัคฆ์ไปเสียแล้ว

แต่ถึงกระนั้น ช่วงเวลาที่สัตว์ทั้งสองปรากฏตัว การเผยตัวของเซี่ยงเส้าหยุนก็ดูจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ออร่าอันสง่างามแผ่ออกมาจากเด็กหนุ่ม ทำให้ยากที่จะมองไปยังเขาโดยตรง

ราชาแร้งสายฟ้าคำราม ขณะเปล่งออร่าปีศาจปะทะกับออร่าของเซี่ยงเส้าหยุน นับจากที่กลายเป็นราชาปีศาจที่แท้จริง ทำให้ออร่าปีศาจหนาแน่น และทรงพลังขึ้น

แต่เมื่อออร่าของปีศาจพุ่งสูงขึ้น มังกรสีม่วง และพยัคฆ์ที่อยู่ด้านหลังเซี่ยงเส้าหยุนคำราม และทั้งสองก็กระโจนไปด้านหน้า เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ทั้งสอง ทำให้ออร่าปีศาจหวาดกลัวจนถอยหนีไป

มังกร และพยัคฆ์เป็นถึงราชาแห่งสัตว์ทั้งปวง และพวกมันมีออร่าแห่งจักรพรรดิ ราชาแร้งสายฟ้าไม่ต้องการจะต่อกรด้วย เห็นได้ชัดว่านี่คือความต่างของสายเลือด

แต่แม้ว่าออร่าของราชาแร้งจะพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าราชาแร้งสายฟ้าจะตื่นตระหนก ด้วยเป็นราชาปีศาจในขณะที่เด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ด ซึ่งเปรียบได้กับปีศาจชั้นกลางเท่านั้น ราชาแร้งสามารถเอาชนะเซี่ยงเส้าหยุนได้หากต้องการ

เซี่ยงเส้าหยุนไม่ปล่อยโอกาสให้ราชาแร้งได้ทันทำสิ่งใด เขาเริ่มหลบหนีอย่างรวดเร็ว เขาจะต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ด้วยไม่ยอมรับชะตากรรมที่จะกลายเป็นอาหารของราชาแร้งสายฟ้า แต่อนิจจา เขาไม่ได้ออกจากถ้ำด้วยซ้ำเมื่อราชาแร้งสายฟ้าปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

“ราชาแร้งสายฟ้าเป็นสัตว์ปีศาจที่ไม่เคยพูดปด ท่านสัญญาแล้วว่าจะไม่กินข้า!” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าว

“ใช่ ข้ากล่าวเช่นนั้น ไปสิ ข้าจะปล่อยให้เจ้าออกไป ข้าหวังว่าเจ้าจะจำได้ถึงสัญญาที่ให้ไว้ในอนาคต” ราชาแร้งสายฟ้ากล่าว

“ไม่ต้องเป็นกังวล ข้า เซี่ยงเส้าหยุน ไม่ใช่ผู้ที่จะลืมคำมั่น ในอนาคต ข้าจะตอบแทนท่านที่ให้ความช่วยเหลือแน่นอน” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวด้วยความยินดี

ทุกอย่างจะดีขึ้นตราบเท่าที่ราชาแร้งสายฟ้าเต็มใจจะปล่อยเขาไป แม้จะน่าเสียดายที่ราชาแร้งเปลี่ยนใจที่จะเป็นสัตว์พาหนะไปเสียแล้ว

มิเช่นนั้น เซี่ยงเส้าหยุนคงจะมีผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมเมื่อกลับไปยังตำหนักยุทธ์ ราชาแร้งสายฟ้าเองก็ยังขัดแย้งอยู่ ด้วยเพิ่งขึ้นเป็นราชาปีศาจ และเกลียดการมีส่วนรวมกับกลุ่มของเขาในตอนนี้ ด้วยต้องการอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องเหล่าแร้ง ดังนั้น เขาจึงต่องยอมแพ้ที่จะติดตามเซี่ยงเส้าหยุนไป

เมื่อส่งเซี่ยงเส้าหยุนออกไป ราชาแร้งสายฟ้าได้เสนอให้เขาขี่แร้งสายฟ้าวัยเยาว์ออกไป แต่เซี่ยงเส้าหยุนปฏิเสธ แม้ต้องการแร้งสายฟ้ามาเป็นสัตว์พาหนะ แต่ด้วยมีเสี่ยวไป่แล้ว เขาจึงไม่ต้องกรเสียเวลากับการดูแลแร้งสายฟ้าเพิ่ม

และที่สำคัญกว่านั้น สายเลือดโดยกำเนิดของแร้งสายฟ้านั้นไม่ได้แข็งแกร่งนัก จุดสูงสุดของพวกมันคือการบรรลุเป็นราชาปีศาจ หากมีผู้ที่ได้ทราบว่าเซี่ยงเส้าหยุนปฏิเสธแร้งสายฟ้านั้น พวกเขาคงจะโกรธจนตัวตายเป็นแน่

อย่างที่ทราบว่าสัตว์ปีศาจที่บินได้นั้นยากจะปราบปราม ช่วงเวลาที่พวกมันบิน ผู้ครอบครองจะสามารถทะยานไปบนฟากฟ้า และมองเห็นโลกเบื้องล่างได้ในทันที แต่เซี่ยงเส้าหยุนไม่ได้สนใจสิ่งนั้น ในขณะที่เขาได้ลิ้มรสความรู้สึกของการบินอย่างอิสระเมื่อนานมาแล้ว

“ราชามนุษย์ที่มาอยู่นอกอาณาเขตของข้า ดูเหมือนกำลังมองหาบางสิ่ง” ราชาแร้งสายฟ้ากล่าว ด้วยบริเวณนี้คืออาณาเขตของราชาแร้งสายฟ้า เขาจึงทราบทุกการเคลื่อนไหวในบริเวณนี้

“หากเขาเป็นผู้ทำร้ายท่านก่อนหน้านี้เล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนถาม

“ไม่ ข้าปล่อยเขาไปคนเดียวไม่ได้” ราชาแร้งสายฟ้ากล่าว

“พาข้าไปหาเขา เขาอาจเป็นคนของข้า” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าว

ดังนั้น ราชาแร้งสายฟ้าจึงพาเซี่ยงเส้าหยุนออกไปยังอาณาเขตของแร้งสายฟ้า ที่นั่น พวกเขาได้พบกับจื่อฉางเหอ และผู้อาวุโสเจิ้นเผิง

ทันทีที่ผู้อาวุโสเจิ้นเผิงสัมผัสได้ถึงราชาแร้งที่ใกล้เข้ามา เขาได้เตรียมตั้งรับทันที แต่เมื่อได้เห็นผู้ที่ขี่ราชาแร้งมาด้วย สีหน้าเผยความยินดียิ่ง “นั่นมันคุณชาย! เขายังมีชีวิตอยู่!”

ผ่านมาหลายวันแล้วนับจากที่เซี่ยงเส้าหยุนหาย ผู้อาวุโสเจิ้นเผิงได้ตามหาไปทั่วทุกหนแห่ง ด้วยกำลังพิจารณาจะลองคนหาในอาณาเขตของแร้งสายฟ้า แต่กลับถูกแร้งสายฟ้าจำนวนมากเข้าจู่โจมจนต้องหยุดตามหา

ท้ายที่สุดแล้ว หากเซี่ยงเส้าหยุนถูกแร้งสายฟ้าจับตัวไปก็คงจะถูกสังหารไปแล้ว จึงไม่มีจุดหมายที่เข้าไปที่นั่น แต่เขาก็ยังเชื่อว่าเซี่ยงเส้าหยุนปลอดภัย ไม่ว่าอย่างไร คุณชายของตนไม่ใช่ผู้ที่จะมาตายทั้งที่ยังเยาว์

ดังนั้น จึงรอคอยอย่างอดทน ณ ที่แห่งนี้

“ตาเฒ่าเผิง ศิษย์พี่!” เซี่ยงเส้าหยุนตะโกนเมื่อเห็นทั้งสอง ในขณะที่ราชาแร้งสายฟ้าบินลงไปเบื้องล่างตรงหน้าทั้งสอง และส่งเซี่ยงเส้าหยุนให้แก่พวกเขา

“คุณชาย ท่านสบายดีไหม?” ผู้อาวุโสเจิ้นเผิงถาม แม้จะตกใจเมื่อเห็นเซี่ยงเส้าหยุนมีชีวิตรอด และยังขี่ราชาแร้งสายฟ้าอีก แต่ด้วยระงับความตกใจ และไม่แสดงออกมา

“ข้าปลอดภัยดี ราชาแร้งสายฟ้าช่วยข้าไว้” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าว

“จำคำมั่นของเจ้าไว้นะ” ราชาแร้งสายฟ้ากล่าวก่อนจะบินหายไป

“คุณชาย เขาไม่ได้มาเป็นสัตว์พาหนะของท่านหรือ?” ผู้อาวุโสเจิ้นเผิงสับสน

“เขาต้องการมาเป็นสัตว์พาหนะของข้า แต่ข้าต้องทำให้เขาเมินเฉยไปเสีย” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างไม่ไยดี

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน

我不是大魔王
Score 7.8
Status: Ongoing Released: 2019 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง I’m not the Overlord! ราชาเหนือราชัน เรื่องย่อ นครขอบนภา เมืองอู่ ตำหนักยุทธ์ ตำหนักยุทธ์คือสถานที่ในเมืองอู่ ที่ได้คัดเลือกผู้ฝึกยุทธ์จากต่างเมืองมาเป็นลูกศิษย์ ทุกฤดูใบไม้ผลิ จะมีการคัดเลือกลูกศิษย์หน้าใหม่ เพราะเหตุนั้น บุตรหลานและผู้เยาว์จากหลากหลายหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างก็หลั่งไหลกันมาเพื่อเข้ารับการทดสอบเข้าตำหนักยุทธ์ พวกเขาต่างมาแสวงหาซึ่งกำลัง ในปีนี้ การคัดเลือกเป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์ ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว วันนี้ได้มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งตัวราวกับบัณฑิตได้ยืนอยู่ตรงหน้าประตูหลักของตำหนักยุทธ์ อ้อนวอนขออนุญาตเพื่อให้ได้เข้าไป เด็กหนุ่มผู้นี้น่าจะมีอายุราวสิบห้าถึงสิบหกปีและมีคุณสมบัติที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี เป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าที่หล่อเหลาเจิดจ้า ข้อบกพร่องคือร่างกายมีรูปร่างที่ผอมและเสื้อผ้าของเขาก็ขาดรุ่งริ่งราวกับผ่านพ้นอะไรมามากมาย ไม่ต่างกับบัณฑิตผู้ยากไร้ “เจ้าหนุ่ม ข้ากล่าวไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้ายังดื้อรั้นอยู่อีก? ช่วงเวลาที่ตำหนักยุทธ์ได้คัดเลือกเหล่าลูกศิษย์ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ถ้าหากเจ้าอยากจะเข้าร่วมตำหนัก เจ้าจงรอฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้าและจงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ทหารยามที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์ข้างหน้าตำหนักได้กล่าวต่อสักคำหนึ่งกับเด็กหนุ่มราวกับใกล้จะหมดความอดทน ทหารยามอีกคนหนึ่งเผยท่าทีดุร้ายจับจ้องประหนึ่งคมมีดไปยังเด็กหนุ่มพร้อมตะคอกใส่ “เจ้ามาที่นี่ก็สามวันแล้ว หากเจ้ายังไม่ไปให้พ้นจากตรงนี้ อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือนนะ” ทหารยามทั้งสองเชี่ยวชาญในการรับมือกับบุคคลที่ไร้ยางอายที่จะคิดเข้าไปให้ได้ เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเจิดจ้าและหัวเราะ พูดว่า “พี่ชายทั้งสองอย่าทำเช่นนี้เลยข้า เซี่ยงเส้าหยุนเป็นอัจฉริยะที่พบเห็นได้ในรอบร้อยปี! ตราบใดที่พวกท่านอนุญาตให้ข้าเข้าไปข้างใน ข้าก็จะได้เป็นลูกศิษย์ของตำหนักยุทธ์อย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นนะ ข้ายังจะเป็นลูกศิษย์ที่เลิศล้ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำหนักยุทธ์! และเมื่อนั้นข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านทั้งสองเลย” “ไร้สาระ! เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะในรอบร้อยปีงั้นรึ? มองดูรูปร่างผอมบางของเจ้าก่อนไหม? ข้าเดิมพันว่าเจ้ารับหมัดของข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!” ทหารยามเผยสายตาดุร้ายขณะที่เขาตวาดเด็กหนุ่มพร้อมปล่อยหมัดออกไป ขณะที่หมัดกำลังเข้าใกล้ เด็กหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าเซี่ยงเส้าหยุนตะโกนขึ้น “หยุดนะ” ดูเหมือนว่าเสียงร้องของเซี่ยงเส้าหยุนจะได้ผล มีพลังอำนาจบางอย่าง ราวกับว่าเขาคือบุคคลที่คนนับหมื่นจะต้องตกอยู่ภายใต้ตัวเขา ทหารยามผู้ที่มีสีหน้าดุดันเหม่อมองชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดจากตัวเด็กหนุ่ม แรงกดดันมหาศาลที่อธิบายไม่ได้ที่ฉายผ่านดวงตาที่มองมา ถึงแม้ว่าทหารยามยังคงเย้ยหยันอย่างเย็นชา “กลัวแล้วงั้นรึ? งั้นก็ไสหัวไปซะไม่อย่างนั้นวันนี้จะต้องได้เห็นดีกันแน่” “นี่มันช่างน่าขัน นายน้อยผู้นี้ได้พบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใยจึงต้องหวาดกลัวด้วยเล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนคิดกับตัวเอง แต่ทว่าท่าทียังคงชวนสงสารเวทนา เขาเผยรอยยิ้มอีกครั้งและพูดว่า “ดูสิ่งนี้สิ!” ในมือของเขาปรากฎชิ้นส่วนหินที่ส่องแสง หินก้อนนั้นดูบริสุทธิ์และไร้มลทิน ผู้ใดพบเห็นย่อมต้องตกตะลึง ทหารยามหวาดระแวงที่จะจ้องมองหินก้อนนั้น เมื่อมองให้ดี สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เซี่ยงเส้าหยุน หัวเราะ “ฮี่ฮี่ อยากได้ใช่มั้ยล่ะ? ถ้าเกิดว่าให้คุณชายคนนี้ได้เข้าสู่ตำหนัก เจ้าเศษหินนี่…” เพี๊ยะ! ก่อนที่เซี่ยงเส้าหยุนจะพูดจบ ทหารยามได้ฟาดฝ่ามือใส่เขา หินส่องแสงโดนตบหลุดไปจากมือของเซี่ยงเส้าหยุน “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้ใช้หินขยะนี่มาติดสินบนข้า! ข้าคิดว่าถ้าเจ้าไม่ได้เห็นโลงศพ เจ้าก็จะไม่มีวันหลั่งน้ำตาสินะ” ทหารยามยกหมัดขวาเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนและกำลังจะต่อยไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่ม “เวรเอ้ย ข้าจะเจอคนมีตาแต่หามีแววไม่อีกเท่าไหร่กัน” เซี่ยงเส้าหยุนก่นด่าตัวเขาเอง เขาหลับตาลงโดยที่ไม่ต้องทะเลาะเพราะรู้ว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะที่จะต้านรับมันได้ ขณะที่กำปั้นกำลังจะเข้าไปทักทายใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก็มีเสียงทุ้มลึกและดุดัน ดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset