แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 123 แม่สาวน้อย แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก

เซี่ยฉิงกงบีบมือของมู่เฉินฮ่าวโดยไม่รู้ตัว และนั่นทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้น

 

“มู่จื่อหมิง ผมอับอายขายหน้ามาก”

 

การที่เซี่ยชิงฉวนเข้ามาทำลายบรรยากาศอย่างกะทันหันนั้น ทำให้เซี่ยเจิ้งหัวอับอายเป็นอย่างมาก เขาหันไปมองมู่จื่อหมิงด้วยความลำบากใจเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าลูกสาวคนรองของเขาจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ เขารู้สึกเจ็บปวดจนเกินรับได้จริง ๆ

 

“ไม่เป็นไรเจิ้งหัว เรามาคุยกันต่อเกี่ยวกับงานหมั้นเถอะ วันที่ 18 กรกฎาคมเป็นวันดี เลือกหมั้นวันนี้เลยดีไหม ?”

 

มู่จื่อหมิงยิ้มน้อย ๆ ราวกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

 

มู่จื่อหมิงเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย เขาเข้าใจเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี เขาจึงไม่แปลกใจใด ๆ

 

เขารู้ดีถึงทักษะการต่อสู้ของหมั่นโถว เป็นไปไม่ได้ที่หมั่นโถวจะปล่อยให้เซี่ยฉิงกงได้รับบาดเจ็บ

 

“อืม… เอ่อ… เป็นความผิดของผมเองที่ไม่ได้รีบรับฉิงกงกลับบ้านโดยเร็ว ปล่อยให้เธอทนทุกข์ทรมานอยู่ข้างนอกนานหลายปี”

 

เซี่ยเจิ้งหัวมีทีท่าเสียใจ

 

เซี่ยฉิงกงสังเกตเห็นว่าบนศีรษะของเซี่ยเจิ้งหัวดูเหมือนจะมีเส้นผมสีขาวเพิ่มเข้ามาเป็นจำนวนมาก นี่ต้องเกิดจากเรื่องของเซี่ยชิงฉวนในครั้งก่อนนั้นเป็นแน่ เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับเขาเลย

 

“ได้ตัวคืนมา แต่งงานกับลูกชายของผมได้ก็ดีแล้ว ไม่ต้องห่วงผมจะดูแลเธออย่างดี”

 

มู่จื่อหมิงพูดพร้อมกับลูบเคราของตน เขาหันไปมองเซี่ยฉิงกงอย่างพึงพอใจ

 

ครั้นเซี่ยฉิงกงถูกมองด้วยสายตาเช่นนี้ เธอก็รู้สึกเขินอายเล็กๆ เธอเอนกายอิงมู่เฉินฮ่าวโดยไม่รู้ตัว

 

หลังจากสนทนากันต่ออีกไม่กี่คำ กำหนดพิธีหมั้นของเซี่ยฉิงกง และมู่เฉินฮ่าวก็ยุติลงได้อย่างเป็นทางการ พวกเขาต่างวางแผนไว้ว่าหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ทั้งสามคนก็จะอำลาตระกูลเซี่ยและกลับบ้าน

 

เซี่ยฉิงกงต้องการอาศัยเวลาในช่วงบ่าย ไปพบแม่บุญธรรมของเธอ.. เซี่ยฉิวเจิน

 

หลังจากเซี่ยฉิวเจินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนสกุลมู่แล้ว เซี่ยฉิงกงก็ขอให้ซูเฟยช่วยตรวจร่างกายแม่บุญธรรมของเธออย่างละเอียด เธอคิดว่าจะได้รับรายงานด้านสุขภาพของแม่บุญธรรมในบ่ายวันนี้

 

และเนื่องจากวันนี้เซี่ยฉิงกงมาเยี่ยม เจ้าบ้านเซี่ยจึงอารมณ์ดีขึ้นมาก มื้อค่ำนี้เขาจึงดื่มไวน์ไปหลายแก้ว

 

ครั้นเซี่ยฉิงกงเห็นเช่นนั้น เธอจึงเอ่ยถามถึงสิ่งที่เธอคลางแคลงใจ

 

คุณพ่อบอกว่าจะย้ายแม่บุญธรรมของหนูไปอยู่ในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือคะ ?  ไม่ทราบว่าโรงพยาบาลนั้นมีชื่ออะไร ? เพราะหนูเองก็ไม่เคยถามเลยว่าแม่บุญธรรมอยู่โรงพยาบาลอะไร ? หนูตั้งใจจะไปเยี่ยมท่านในบ่ายวันนี้”

 

เซี่ยเจิ้งหัวรินไวน์อีกแก้ว พร้อมกับกล่าวว่า

 

“อืม… เรื่องนั้นพ่อให้เมี่ยวหยูเป็นคนจัดการ พ่อเองก็ไม่ได้ถามเธอเหมือนกัน ไว้พ่อจะถามเธอให้นะ”

 

ในใจของเซี่ยเจิ้งหัว เจินเมี่ยวหยูเป็นผู้หญิงที่มีคุณธรรม มีเมตตาและมีจิตใจดีเสมอมา เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เธอมักจะแสดงท่าทางเห็นอกเห็นใจเซี่ยฉิงกงเสมอ ซึ่งนั่นทำให้เซี่ยเจิ้งหัวซาบซึ้งเป็นอย่างมาก

 

ครั้นได้ยินคำว่า เจินเมี่ยวหยู  เซี่ยฉิงกงและมู่เฉินฮ่าวก็หันมองหน้ากัน ต่างก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“คุณพ่อคะ ที่จริงแล้ว เฉินฮ่าวกับหนูไปหาแม่บุญธรรมแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ … เธอถูกจัดให้อยู่ในห้องพักภายในโรงพยาบาลที่แสนทรุดโทรม … ที่นั่นมีทั้งแมลงสาบ ทั้งยุงบินว่อนไปทุกหนทุกแห่ง และสภาพแวดล้อมก้ไม่ถูกสุขอนามัยเอาเสียเลย”

 

เซี่ยฉิงกงกล่าว ดวงตาสวยงามของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาที่ใกล้จะร่วงหล่นออกมาเต็มที และซึ่งทำให้ผู้คนเห็นแล้วก็รู้สึกทุกข์ใจตามไปด้วย

 

“แม่สาวน้อย แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก”

 

มู่เฉินฮ่าวกอดเซี่ยฉิงกงไว้ในอ้อมแขนของเขา และกระซิบข้างหูของเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่ดูเหมือนกำลังปลอบโยนภรรยาตัวน้อยที่เศร้าโศกของเขา

 

“ฮึ่ม”

 

เซี่ยฉิงกงตะคอกเบา ๆ แต่ก็ยังคงร้องไห้ต่อไป

 

“เจ้ามานี่สิ ไปเชิญนายหญิงมาสิ”

 

เซี่ยเจิ้งหัวตบโต๊ะ เขาคำราม หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น

 

คนรับใช้ที่อยู่ด้านข้างตัวสั่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขารีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน ตั้งแต่เขาทำงานที่นี่มา ไม่เคยเห็นเจ้าบ้านโกรธขนาดนี้มาก่อนเลย

 

ในเวลานั้น เจินเมี่ยวหยูกำลังปลอบเซี่ยชิงฉวนอยู่ในห้อง เธอต้องใช้ความอดทนอย่างมาก เธอบอกลูกสาวของเธอว่า เธอไม่มีวันปล่อยให้เซี่ยฉิงกงตายดีอย่างแน่นอน เซี่ยฉิงกงจะต้องตายโดยไร้ดินกลบฝัง ครั้นได้ยินเช่นนั้นอารมณ์ของเซี่ยชิงฉวนจึงดีขึ้น

 

“นายหญิง นายหญิง นายท่านให้เชิญไปพบขอรับ”

 

***จบตอน แม่สาวน้อย แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset