แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 59 นายน้อยอยู่ที่ไหน ?

“มีอะไรเหรอ ?”

 

เซี่ยฉิงกงสะดุ้งตื่นขึ้นมา เธอยังคงสะลึมสะลือ ทว่าทันใดนั้นหัวใจของเธอก็เหมือนโดนทุบ

 

หลังจากตื่นแล้ว เซี่ยฉิงกงก็สวมเสื้อโค้ททับบนร่างกายของเธออย่างลวก ๆ และรีบออกไปพร้อมกับหมั่นโถว

 

“ฉันเพิ่งรู้ข่าวจากพี่เจิ้ง เขาบอกว่านายน้อยถูกมือปืนลอบยิงระหว่างทางกลับบ้าน”

 

มู่เฉินฮ่าวมีรถหลายคัน รถเมอร์ซิเดสเบนซ์จอดเรียงเป็นแถวอยู่ในลานจอดรถ หมั่นโถวเข้าไปนั่งประจำที่คนขับในรถคันหนึ่ง

 

เซี่ยฉิงกงคาดไม่ถึงว่าหมั่นโถวจะขับรถเป็น

 

เพราะในครั้งแรกที่หมั่นโถวปรากฏตัวข้าง ๆ เซี่ยฉิงกง เธอเป็นเพียงสาวใช้ตัวเล็ก ๆ แสนน่ารัก เซี่ยฉิงกงจึงไม่คาดคิดมาก่อนว่าเธอจะเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ มากมายรวมถึงการต่อสู้ด้วย

 

กว่าเธอจะไปถึงโรงพยาบาลเวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว

 

ที่นี่ก็คือโรงพยาบาลที่มู่เฉินฮ่าวเคยพาเธอมาตอนที่เธอได้รับบาดเจ็บที่แขนครั้งล่าสุดนั่นเอง

 

หลังจากเข้าไปในโรงพยาบาล ก็เห็นอาเจิ้งกำลังรออยู่ที่ประตู เซี่ยฉิงกงจึงถามว่า

 

“อาเจิ้ง นายน้อยอยู่ที่ไหน ?”

 

“นายน้อยอยู่ในห้องพยาบาล”

 

“เขาเป็นอย่างไรบ้าง ?”

 

“ไม่มีอะไรร้ายแรงครับ โชคดีที่นายน้อยหลบทัน กระสุนเลยพลาดไปโดนแขนนายน้อย”

 

“อืม เข้าใจแล้ว”

 

เซี่ยฉิงกงพยักหน้า ในที่สุดหัวใจที่ตื่นตระหนกของเธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

 

ทันทีที่เธอได้ยินว่า มู่เฉินฮ่าวถูกมือปืนลอบยิง เซี่ยฉิงกงก็รู้สึกว่าหัวใจของเธอแทบจะกระโดดออกมาจากอก

 

เธอเองก็ไม่รู้ว่า เธอกำลังกลัวอะไร ?

 

“ห้องนั้นไง … นายหญิงน้อย”

 

อาเจิ้งพูดยังไม่ทันขาดคำ เซี่ยฉิงกงก็เปิดประตูเดินเข้าไปพร้อมกับกล่าวว่า

 

“มู่เฉินฮ่าว ยังไม่ตายใช่ไหม ?”

 

พูดจบแล้ว เซี่ยฉิงกงก็ใจหาย …

 

เพราะในตอนนี้ ในห้องไม่ได้มีเพียงมู่เฉินฮ่าว

 

ข้างเตียงของมู่เฉินฮ่าวมีสาวสวยกำลังรินน้ำให้เขา ขณะที่มู่เฉินฮ่าวกำลังนอนหลับตาสนิทอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าเขากำลังหลับอยู่ หรืออยู่ในอาการโคม่า

 

หญิงสาวหันหน้ามามองเซี่ยฉิงกง

 

ผู้หญิงคนนั้นแต่งหน้าบาง ๆ จนดูเหมือนไม่ได้แต่งหน้า ทว่าเธอกลับสวยและดูดีมาก ทั้งยังมีท่าทีหยิ่งยโส

 

“ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา ออกไปซะ”

 

ใบหน้าสวยงามของฉีเหยียนเอ๋อเย็นชา เธอชี้นิ้วที่ทาเล็บสีแดงมีเสน่ห์ไปที่ประตู

 

เซี่ยฉิงกงหมั่นไส้ขึ้นมาทันที ผู้หญิงคนนี้คือใครกัน ?

 

จู่ ๆ ก็มาชี้นิ้วใส่เธอแบบนี้

 

“ฉันเป็นใคร ? ก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

 

เซี่ยฉิงกงยืนอยู่ที่ประตู พร้อมกับพูดเบา ๆ

 

เซี่ยฉิงกงสวมเสื้อโค้ทที่เขานำมาจากบ้านเธอ มันดูไม่เป็นทางการ และไม่ใช่แบรนด์ที่มีชื่อเสียง ดังนั้นฉีเหยียนเอ๋อจึงดูเหมือนจะไม่อยากคุยกับเซี่ยฉิงกงมากนัก เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และกดหมายเลขของห้องพนักงานรักษาความปลอดภัย

 

“เอ่อ นั่นห้องพนักงานรักษาความปลอดภัยใช่ไหม ? นี่โรงพยาบาลเอกชนของสกุลมู่ไม่ใช่เหรอ ? ทำไมปล่อยคนนอกเข้าออกได้ง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ ? เจ้าหน้าที่รีบมาที่นี่เร็ว ๆ พาผู้หญิงคนนี้ออกไปไว ๆ เลย”

 

ในขณะที่ฉีเหยียนเอ๋อกำลังคุยโทรศัพท์อยู่นั้น เธอก็เหลือบมองเซี่ยฉิงกงด้วยหางตา พลางคิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนที่แอบหลงรักพี่เฉินฮ่าวของเธออีกคนแน่ ๆ เลยกล้าปีนข้ามกำแพงเข้ามาในโรงพยาบาลนี่

 

หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยรีบเข้ามาพร้อมกับคนของเขา ทว่าครั้นเขาเข้ามาเห็นว่าเป็นเซี่ยฉิงกง เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ? คุณหนูฉีเขาก็ไม่สามารถทำให้เธอขุ่นเคืองได้ ส่วนคุณหนูเซี่ยก็เป็นคู่หมั้นของนายน้อย เขาก็ไม่อาจไปทำอะไรขัดใจเธอได้เช่นกัน

 

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันก่อน พวกเขาต่างก็เห็นมู่เฉินฮ่าวพาเธอเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยตาของพวกเขาเอง

 

“เอ่อ คุณหนูฉี นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันรึเปล่า ? นี่คือคุณหนูเซี่ยคู่หมั้นของนายน้อย”

 

หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยเกาหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก หลังจากผลักประตูเข้ามา เขาโค้งคำนับให้ทั้งฉีเหยียนเอ๋อ ทั้งเซี่ยฉิงกง

 

ชั่วขณะนั้น ฉีเหยียนเอ๋อพลันรู้สึกว่าหูของเธอลั่นดังเปรี๊ยะยามนี้เธอรู้สึกว่าหูของเธออื้ออึงไปหมด

 

พี่เฉินฮ่าวมีคู่หมั้น ?

 

เป็นไปได้อย่างไร ?

 

ทำไมฉันถึงไม่รู้อะไรเลย ?

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

 

ขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรออกมา เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นก็ดังผ่านประตูเข้ามา

 

ซิงเหวินจิ้งก็มาด้วย

 

ทันทีที่ซิงเหวินจิ้งเดินเข้ามาในห้อง สีหน้าของเธอพลันเปลี่ยนไปเมื่อเห็นเซี่ยฉิงกงอยู่ที่นี่

 

เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ต้องการเห็นเซี่ยฉิงกงเลย

 

***จบตอน นายน้อยอยู่ที่ไหน ?***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset